ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 116: คำถามเบื้องต้นและวิธีสืบพยาน

ตัวบทกฎหมาย

ในเบื้องต้นให้พยานตอบคำถามเรื่องนาม อายุ ตำแหน่ง หรืออาชีพ ภูมิลำเนาและความเกี่ยวพันกับคู่ความแล้วศาลอาจปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
(๑) ศาลเป็นผู้ถามพยานเอง กล่าวคือ แจ้งให้พยานทราบประเด็นและข้อเท็จจริง ซึ่งต้องการสืบแล้วให้พยานเบิกความในข้อนั้น ๆ โดยวิธีเล่าเรื่องตามลำพังหรือโดยวิธีตอบคำถามของศาล หรือ
(๒) ให้คู่ความซักถาม และถามค้านพยานไปทีเดียว ดังที่บัญญัติไว้ในมาตราต่อไปนี้

คำแปลภาษาอังกฤษ

At the outset, the witness shall answer questions as to name, age, position or occupation, domicile, and connection with the parties. The court may then proceed in one of the following ways:
(1) the court examines the witness itself, that is, it informs the witness of the issues and facts it wishes to prove and then has the witness testify on those points, whether by narrating alone or by answering the court's questions; or
(2) it allows the parties to examine and cross-examine the witness directly, as provided in the following sections.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 116 เป็นจุดเริ่มของการสืบพยานบุคคลในหมวด 2 คำถามเบื้องต้นเป็นการระบุตัวพยานและความเกี่ยวพันกับคู่ความ ซึ่งมีผลต่อการชั่งน้ำหนักคำเบิกความ จากนั้นมาตรานี้เปิดทางสองวิธีคือ ศาลเป็นผู้ถามพยานเอง หรือวิธีที่คู่ความซักถามและถามค้านพยานโดยตรงตามมาตรา 117 และมาตรา 118 ในคดีแพ่งทั่วไปวิธีที่คู่ความเป็นผู้ถามเป็นหลัก ส่วนวิธีที่ศาลถามเองพบในกระบวนพิจารณาเฉพาะบางประเภท และเนื่องจากเป็นหลักทั่วไปแห่งประมวลกฎหมาย การใช้ในศาลชำนัญพิเศษ เช่น ศาลแรงงาน อาจถูกยกเว้นเมื่อกฎหมายของศาลนั้นวางวิธีการสืบพยานไว้เป็นอย่างอื่น

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ความเกี่ยวพันของพยานกับคู่ความที่เปิดเผยในคำถามเบื้องต้นนี้เป็นเรื่องที่ถามได้และมักมีผลต่อน้ำหนักที่ศาลให้แก่คำเบิกความ จึงควรเตรียมอธิบายความสัมพันธ์ใด ๆ ไว้ และเตรียมถามค้านพยานของอีกฝ่ายในเรื่องนี้ด้วย ทั้งพึงทราบว่าศาลชำนัญพิเศษ เช่น ศาลแรงงาน อาจใช้วิธีการสืบพยานของตนเองแทนวิธีทั่วไปนี้ หากคดีของท่านจะขึ้นสู่ศาลชำนัญพิเศษ ควรตรวจสอบว่าใช้กระบวนพิจารณาแบบใดก่อนเตรียมพยาน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2572/2541 (1998)

    เนื่องจากพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ วางวิธีการซักถามพยานไว้เป็นการเฉพาะ จึงไม่อาจนำบทบัญญัติทั่วไปว่าด้วยการสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง รวมทั้งมาตรา 89, 116(2) และมาตรา 117 มาใช้บังคับโดยอนุโลมแก่การสืบพยานในคดีแรงงาน

    ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ บัญญัติเป็นการเฉพาะว่าคู่ความจะซักถามพยานได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน จึงนำบทบัญญัติทั่วไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง รวมทั้งมาตรา 89, 116(2) และมาตรา 117 มาใช้โดยอนุโลมในคดีแรงงานไม่ได้

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2347/2519 (1976)

    ก่อนเบิกความพยานต้องสาบานตนและตอบคำถามเบื้องต้นของศาลเรื่องนามของตนตามมาตรา 112 และมาตรา 116 ความไม่ตรงกันของชื่อที่ลงลายมือชื่อไว้ไม่เพียงพอที่จะปฏิเสธคำเบิกความ เมื่อไม่มีข้อเท็จจริงชี้ชัดว่าเป็นคนละคน

    ศาลชั้นต้นบันทึกชื่อพยานไว้อย่างหนึ่งแต่พยานเซ็นชื่ออีกอย่างหนึ่ง ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 112 และมาตรา 116 พยานต้องสาบานตนและตอบคำถามเบื้องต้นเรื่องนามของตน และวินิจฉัยว่าเพียงชื่อที่เซ็นต่างกันโดยไม่มีข้อเท็จจริงว่าเป็นคนละคนยังไม่พอที่จะไม่รับฟังคำเบิกความ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 3 คดี (พ.ศ. 2514 ถึง 2541)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2572/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2347/2519 (1976)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1833/2514 (1971)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

พยานถูกถามอะไรในตอนเริ่มเบิกความในศาลไทย

ตามมาตรา 116 พยานตอบคำถามเบื้องต้นเรื่องชื่อ อายุ ตำแหน่งหรืออาชีพ ภูมิลำเนา และความเกี่ยวพันกับคู่ความก่อน แล้วจึงเข้าสู่การสืบพยานในเนื้อหา

ในคดีแพ่งไทย ผู้พิพากษาหรือทนายเป็นผู้ถามพยาน

มาตรา 116 ให้ทำได้ทั้งสองอย่าง ศาลอาจถามพยานเอง หรือให้คู่ความซักถามและถามค้านพยานโดยตรง ในคดีแพ่งทั่วไปวิธีที่คู่ความเป็นผู้ถามเป็นปกติ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 116 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 116. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-116/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 116
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-116/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-116/"><p>ในเบื้องต้นให้พยานตอบคำถามเรื่องนาม อายุ ตำแหน่ง หรืออาชีพ ภูมิลำเนาและความเกี่ยวพันกับคู่ความแล้วศาลอาจปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ (๑) ศาลเป็นผู้ถามพยานเอง กล่าวคือ แจ้งให้พยานทราบประเด็นและข้อเท็จจริง ซึ่งต้องการสืบแล้วให้พยานเบิกความในข้อนั้น ๆ โดยวิธีเล่าเรื่องตามลำพังหรือโดยวิธีตอบคำถามของศาล หรือ (๒) ให้คู่ความซักถาม และถามค้านพยานไปทีเดียว ดังที่บัญญัติไว้ในมาตราต่อไปนี้</p><footer>Civil Procedure Code, s. 116 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-116/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง