118: คำถามนำและคำถามต้องห้าม
คนบทกฎหมาย
ในที่คู่ความฝ่ายศัตรูที่มักจะซักถามเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจหรือถามติงดูเหมือนจะเป็นการทดสอบมิให้คู่ความฝ่ายนั้นใช้คำถามนำอีกคู่ความอีกประการหนึ่งหรือประโยชน์จากศาลในที่คู่ความลึกลับที่ทำให้เกิดความเสียหายจะถามติงเพิ่มประสิทธิภาพมิให้คู่ความฝ่ายศัตรูนั้นใช้คำถามอื่นใดนอกเหนือจากการสอบสวนคำค้นคว้าความสืบสวนของร้านไม่ว่าอะไรใดๆ เพิ่มเติมไม่ให้คู่ฝ่ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถามด้วย
(๑) สามารถโต้แย้งได้และไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นแห่งคดี
(๒) อาจเป็นไปได้ที่ตรวจสอบหรือคู่ความฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกต้องรับการสืบสวนทางอาญาหรือคำถามภายนอกเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในอันที่จะชี้ขาดว่าควรพิจารณาคำถามนั้นหรือไม่ถามคู่ความฝ่ายต่อต้านฝ่ายสืบสวนของศาลพิจารณาคดีต่อไปสืบสวนสอบสวนซึ่งคำถามและข้อวิจัย เหตุที่คู่ความยกขึ้นอ้างว่านั่นทำให้ศาลใช้ดุลพินิจจดลงรายงานหรือส่วนคู่ฝ่ายฝ่ายนั้นเผยแพร่คำแถลงเป็นหนังสือเพื่อรวมแถลงการณ์
คำแปลภาษาไทย
เมื่อฝ่ายที่เรียกพยานมาสอบถามพยาน หรือสอบถามพยานซ้ำ ฝ่ายนั้นห้ามใช้คำถามชี้นำ เว้นแต่ฝ่ายตรงข้ามจะยินยอม หรือศาลอนุญาต เมื่อฝ่ายที่เรียกพยานมาสอบถามพยานซ้ำ ฝ่ายนั้นห้ามใช้คำถามใดๆ นอกจากคำถามที่เกี่ยวข้องกับคำให้การของพยานที่ให้ไว้ในการตอบคำถามซักถาม.
ในทุกกรณี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถเรียกพยานมาให้การได้:
(1) คำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นในคดี;
(2) คำถามที่อาจทำให้พยาน คู่กรณี หรือบุคคลที่สามต้องรับโทษทางอาญา หรือคำถามที่เป็นการหมิ่นประมาทพยาน เว้นแต่คำถามดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินข้อพิพาท.
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถามพยานโดยฝ่าฝืนมาตรานี้ ศาลมีอำนาจวินิจฉัยว่าควรอนุญาตให้ถามพยานหรือไม่ เมื่อศาลเห็นสมควร หรือเมื่ออีกฝ่ายคัดค้าน ในกรณีเช่นนั้น หากฝ่ายที่เกี่ยวข้องคัดค้านคำวินิจฉัยของศาล ก่อนที่ศาลจะดำเนินการต่อไป ศาลจะต้องบันทึกคำถามและการคัดค้านลงในรายงาน ส่วนเหตุผลที่ฝ่ายนั้นยกขึ้นมาคัดค้าน ศาลอาจใช้ดุลพินิจบันทึกไว้ในรายงาน หรือกำหนดให้ฝ่ายนั้นยื่นคำแถลงเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อรวมไว้ในสำนวนคดี.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
ส่วน 118 หลักและส่วนประกอบคำถามภายในการพิจารณาการสืบค้นตามมาตรา 117 เพื่อตรวจสอบการใช้คำถามนำในการซักถามและถามติงเพื่อตรวจสอบนำระบบฝ่ายตนแต่สามารถทำได้เมื่อได้รับความนับถือหรือส่วนประกอบการถามติงจำกัดเฉพาะเรื่องที่ถามค้าน สิทธิพิเศษเรื่องคำถามนอกประเด็นที่อาจต้องรับในอาญา หรือคำถามหมประมาทเลินเล่อตรวจสอบและต่างประเทศภายนอก ถือเป็นนวัตกรรมย้อนหลังรูปแบบการวางแนวความเป็นผู้นำที่ชัดเจนคือเพื่อสงวนสิทธิในองค์กรในชั้นสูง คู่ความต้องให้ศาลชี้ขาดและจดคำถามกับข้อไว้ทันทีศาลถือว่าการจดนี้เป็นเงื่อนไขของการยกขึ้นเป็นเวลานาน
ความสำคัญต่อ
มีหลักปฏิบัติสองข้อที่สำคัญข้อแรกไม่จำเป็นต้องใช้คำถามนำต่อ Elementn ในประเด็นที่โต้ทั่วไปกันถามแบบเปิดและเก็บการถามเจาะจงไว้ใช้ตอนถามค้านกล่าวอีกฝ่ายภาคส่วนสอง หากศาลไม่รับคำวิจารณ์คำถามที่ยืนยันให้จดบันทึกรายงานคือให้จดบันทึกคำถามที่พบบ่อยและเหตุผลไว้ทันทีเพราะหากไม่จดจดจะยกคำชี้ขาดนั้นขึ้นในชั้นความยุติธรรมหรือฎีกาไม่ได้
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 2499/2544 (2001)
ตามมาตรา 118 การถามติงจำกัดเฉพาะเรื่องที่มีคำเบิกความความของการตรวจสอบที่สืบสวนค้าน ข้อเท็จจริงเฉพาะในชั้นถามติงแต่ไม่พบชั้นถามผู้ค้านระบบที่นำไปสู่การนำไปสู่คดีของฝ่ายตรงข้ามที่สืบสวนสอบสวนไม่ได้
โดยมาตรา 118 ใช้ผ่านมาตรา 15 รูปแบบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาศาลฎีกา วินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงเฉพาะในคำตอบชั้นถามติงอัยการที่ถามค้านจะนำมาซึ่งประโยชน์แก่คดีของโจทก์ไม่ได้เพราะการถามติงถามได้เฉพาะเรื่องวิทยาการค้นพบความสอบสวนชั้นค้าน
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 145/2523 (1980)
ตามมาตรา 118 วรรคท้ายต้องมีคำชี้ขาดของศาลว่าควรเลือกใช้คำถามนั้นหรือไม่และคู่ความต้องให้ศาลจดคำถามและข้อวรรณกรรมไว้ทันทีการยื่นคำร้องต่อเนื่องโดยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวย่อมไม่ได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา 118 วรรคท้าย ส่วนมีคำชี้ขาดว่าควรให้ใช้คำถามนั้นหรือไม่และให้คู่ความอ่านโดยให้จดคำถามและข้อไว้ไว้ทันที คู่ความที่ต้องการจะนำเสนอจะยื่นคำร้องโดยตรงโดยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นไม่ได้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 7083/2537 (1994)
เมื่อคู่ความไม่ได้ร้องออกมาหรือให้จดคำถามและข้อไว้ตามมาตรา 118 วรรคท้ายย่อมไม่มีคำชี้ขาดของศาลชั้นต้นที่คู่ความจะยกขึ้นเป็นข้อฎีกาได้
หลังจากนั้นศาลชั้นต้น ส่วนทนายถามตามประเด็นแต่ทนายยังถามค้านนอกประเด็นจึงถือว่าจบคำถามเมื่อทนายไม่ได้ร้องเพลงหรือให้จดคำถามและข้อไว้ตามมาตรา 118 วรรคท้ายศาลฎีกาเห็นว่าไม่มีคำชี้ขาดของศาลชั้นต้นที่จะยกขึ้นเป็นข้อฎีกาได้
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 7 คดี (พ.ศ. 2523 ถึง 2554)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5387/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2499/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6655/2538 (1995)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7083/2537 (1994)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 282/2524 (1981)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 145/2523 (1980)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1506/2554 (2011)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
ใช้คำถามนำในคดีแพ่งไทยก็ได้
ตามมาตรา 118 คู่ความห้ามใช้คำถามนำต่อในส่วนของการซักในการถามหรือถามติงอย่างต่อเนื่องอีกฝ่ายหรือศาลในระดับสูงคำถามนำใช้ในการถามค้าน
ศาลไม่รับคำคำถามและต้องทำอย่างไร
มาตรา 118 กำหนดว่าเพื่อสงวนสิทธิของประชาชนต้องให้ศาลชี้ขาดและจดคำถามกับข้อกฎหมายไว้ทันที โดยจดเหตุผลไว้หรือยื่นเป็นหนังสือมิฉะนั้นจะยกขึ้นอ้างในชั้นจดหมายหรือฎีกาไม่ได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 118 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 118. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-118/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 118 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-118/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-118/"><p>บางทีที่คู่ความฝ่ายศัตรูที่ให้คุณซักถามไม่เป็นไรหรือถามติงสมุนไพรดีๆ สอบสวนมิให้คู่ความฝ่ายนั้นใช้คำถามนำในคู่ความอีกหนึ่งสายหรือส่วนประกอบจากศาลในที่คู่ความสมบูรณ์ที่ควบคุมการโจมตีจะถามติงเพิ่มประสิทธิภาพมิให้คู่ความฝ่ายนั้นใช้คำถามอื่น ๆ นอกเหนือจากคำถามสอบสวนคำวิจัยสืบสวนสอบสวนผู้ผลิตนไม่ว่าในกรณีใด ๆ และไม่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถามด้วย (๑) คำถามอันไม่เกี่ยวกับประเด็นของคดี (๒) เพิ่มเติมที่ไม่เป็นทางการ หรือคู่ความฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกต้องรับการสืบสวนสอบสวนหรือสอบสวนคำถามที่ว่าข้อกล่าวหาในอันที่จะชี้ขาดข้อพิพาทถ้าคู่ฝ่ายฝ่ายหนึ่งหรือฝ่ายภายนอกถามเกี่ยวกับศาลฎีกาจะดำเนินคดีต่อไปพิจารณารายงานซึ่งคำถามและข้อวิจัย เหตุที่คู่ความยกขึ้นอ้างว่านั่นทำให้ศาลใช้ดุลพินิจจดลงรายงาน หรือส่วนคู่ความฝ่ายนั้นยื่นคำแถลงเป็นหนังสือเพื่อรวมความคิดเห็น</p><footer>Civil Procedure Code, s. 118 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-118/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา