159 — การเรียกเก็บเมื่อผู้ได้รับยกเว้นมีทรัพย์พอ
คนบทกฎหมาย
ถ้าปรากฏต่อศาลว่าผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลนั้นสามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ตั้งแต่เวลาที่ยื่นคำร้องตามมาตรา ๑๕๖ หรือในภายหลังก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี ให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลนั้นชำระค่าธรรมเนียมศาลที่ได้รับยกเว้นต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนดก็ได้ หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ศาลมีคำสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลนั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไว้รอคำวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม
ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าศาลเห็นว่า
(๑) ค่าฤชาธรรมเนียมจะเป็นพับแก่คู่ความทั้งสองฝ่าย ให้ศาลมีคำสั่งให้เอาชำระค่าธรรมเนียมศาลที่ผู้นั้นได้รับยกเว้น จากทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดดังที่กล่าวไว้ในวรรคหนึ่งตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร
(๒) คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแทนผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ให้ศาลมีคำสั่งให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้นชำระค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลในนามของผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล แต่ถ้าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนั้นไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ศาลเอาชำระค่าธรรมเนียมศาลนั้นจากทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดดังที่กล่าวไว้ในวรรคหนึ่งตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร หรือ
(๓) ผู้ที่ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลจะต้องชำระค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ให้ศาลมีคำสั่งให้เอาชำระค่าฤชาธรรมเนียมนั้นจากทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดดังที่กล่าวไว้ในวรรคหนึ่ง ส่วนค่าธรรมเนียมศาลที่ผู้นั้นได้รับยกเว้น ให้เอาชำระจากทรัพย์สินที่เหลือ ถ้าหากมี ตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร
คำแปลภาษาไทย
If it appears to the court that the person granted exemption from court fees is able to pay court fees, whether from the time of filing the application under Section 156 or at a later time before the court decides the case, the court may order that person to pay the waived court fees to the court within the time the court thinks fit to fix. If that person fails to comply, the court shall order the seizure or attachment of the whole or part of that person's property to await the decision on court fees and costs.
In the case under paragraph one, if the court is of the opinion that:
(1) the court fees and costs are to lie where they fell as between both parties, the court shall order the court fees from which that person was exempted to be paid out of the property seized or attached as stated in paragraph one, in the amount the court thinks fit;
(2) the other party is to pay the whole or part of the court fees and costs in place of the person granted exemption from court fees, the court shall order that other party to pay the court fees to the court in the name of the person granted exemption; but if that other party fails to comply with the order, the court shall have the court fees paid out of the property seized or attached as stated in paragraph one, in the amount the court thinks fit; or
(3) the person granted exemption from court fees is to pay the whole or part of the court fees and costs in place of the other party, the court shall order those court fees and costs to be paid out of the property seized or attached as stated in paragraph one; as for the court fees from which that person was exempted, they shall be paid out of the remaining property, if any, in the amount the court thinks fit.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 159 เป็นกลไกเรียกคืนและบังคับชำระค่าธรรมเนียมเมื่อการยกเว้นไม่ควรมีหรือไม่ควรคงอยู่ต่อไป วรรคหนึ่งให้ศาลซึ่งพบว่าผู้ได้รับยกเว้นสามารถเสียได้จริง สั่งให้ชำระภายในเวลาที่กำหนด และหากไม่ปฏิบัติตาม ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินไว้รอคำวินิจฉัยเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม แล้วอนุมาตรากำหนดวิธีเอาชำระค่าธรรมเนียมที่ยกเว้นจากทรัพย์ที่ยึด ตามผลความรับผิดในชั้นที่สุด คือ กรณีค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ (1) กรณีคู่ความอีกฝ่ายต้องรับผิด (2) หรือกรณีผู้ได้รับยกเว้นต้องรับผิดต่อคู่ความอีกฝ่าย (3) บทนี้เชื่อมระบบการยกเว้นตามมาตรา 155 ถึง 158 กับการเรียกเก็บจริง ต่างจากมาตรา 160 ที่ให้ถอนการยกเว้นเพราะประพฤติไม่เรียบร้อย
ความสำคัญต่อ
การยกเว้นค่าธรรมเนียมไม่ใช่การได้ฟรีอย่างถาวร หากภายหลังศาลเห็นว่าท่านสามารถเสียได้ เช่น พบทรัพย์สิน ศาลอาจสั่งให้ชำระค่าธรรมเนียมที่ยกเว้น และหากไม่ชำระ อาจยึดหรืออายัดทรัพย์เพื่อประกัน จึงควรแจ้งข้อมูลต่อศาลและปฏิบัติตามคำสั่งชำระ เมื่อขอยกเว้น ควรแสดงฐานะตามจริง คำร้องที่แสดงทรัพย์สินต่ำกว่าความจริงอาจถูกเพิกถอนและทำให้ทรัพย์ถูกยึดในภายหลัง
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1067/2527 (1984)
เมื่อผู้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมมีทรัพย์สินพอที่จะเสียได้ ศาลสั่งให้ชำระค่าธรรมเนียมที่ยกเว้น และหากไม่ชำระ ให้เอาชำระจากทรัพย์สินนั้นตามมาตรา 159
จำเลยทั้งสองมีที่ดินของตนถึง 11 โฉนด ซึ่งพอจะเสียค่าฤชาธรรมเนียมได้ตั้งแต่ขณะขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลจึงให้จำเลยเสียค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาส่วนที่ได้รับยกเว้นทั้งหมด และหากไม่ชำระก็ให้เอาชำระจากทรัพย์ที่จำนองทั้ง 11 โฉนดตามมาตรา 159
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ถ้าปรากฏว่ามีเงินพอ การยกเว้นค่าธรรมเนียมจะถูกเรียกเก็บหรือไม่
ได้ มาตรา 159 ให้ศาลซึ่งเห็นว่าผู้ได้รับยกเว้นสามารถเสียได้ สั่งให้ชำระค่าธรรมเนียมที่ยกเว้นภายในเวลาที่กำหนด หากไม่ชำระ ให้ยึดหรืออายัดทรัพย์ไว้รอคำวินิจฉัยเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมที่ยกเว้นจะเรียกเก็บจากทรัพย์ที่ยึดอย่างไร
มาตรา 159 ให้เอาชำระตามผู้รับผิดในชั้นที่สุด คือ จากทรัพย์ที่ยึดเมื่อค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ จากคู่ความอีกฝ่ายเมื่อฝ่ายนั้นต้องรับผิด หรือจากทรัพย์ที่ยึดและทรัพย์ที่เหลือเมื่อผู้ได้รับยกเว้นต้องรับผิดต่อคู่ความอีกฝ่าย