ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 169/3: ค่าฤชาธรรมเนียมบังคับคดีที่เกิดจากความผิด

ตัวบทกฎหมาย

บุคคลใดทำให้ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีส่วนใดโดยไม่จำเป็น หรือมีลักษณะประวิงการบังคับคดี หรือที่ต้องดำเนินไปเพราะความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือเพราะบังคับคดีไปโดยไม่สุจริตก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง ผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา แล้วแต่กรณี อาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันทราบพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลเช่นว่านั้นรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าว
คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด

คำแปลภาษาอังกฤษ

บุคคลใดทำให้ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีส่วนใดโดยไม่จำเป็น หรือมีลักษณะประวิงการบังคับคดี หรือที่ต้องดำเนินไปเพราะความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือเพราะบังคับคดีไปโดยไม่สุจริตก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง ผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา แล้วแต่กรณี อาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันทราบพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลเช่นว่านั้นรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าว คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 169/3 เป็นบทคู่ขนานของมาตรา 166 ในชั้นบังคับคดี และเป็นบทที่มาตรา 169/2 ตกอยู่ภายใต้บังคับ โดยให้ศาลผลักค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีไปยังผู้ที่ก่อให้เกิดขึ้นโดยมิชอบ ไม่ว่าจากการดำเนินการที่ไม่จำเป็น การประวิงการบังคับคดี ความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือการบังคับคดีโดยไม่สุจริต แทนที่จะให้ตกแก่ผู้รับผิดปริยายตามมาตรา 169/2 การใช้สิทธิมีกำหนดเวลาและวิธีการ คือผู้เสียหายหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องยื่นคำร้องภายในเจ็ดวันนับแต่ทราบพฤติการณ์ และต้องก่อนการบังคับคดีเสร็จลง คำสั่งอุทธรณ์ได้ครั้งเดียวและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

จุดที่ต้องระวังคือกำหนดเจ็ดวัน หากท่านเห็นว่าความผิด การประวิง หรือการบังคับคดีโดยไม่สุจริตของอีกฝ่ายทำให้ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีตกแก่ท่านโดยมิชอบ ต้องยื่นคำร้องภายในเจ็ดวันนับแต่ทราบเหตุ และต้องก่อนการบังคับคดีเสร็จลง การรอช้าอาจทำให้เสียสิทธิ ทั้งนี้ต้องมีความผิด การประวิง หรือความไม่สุจริตจริง มิใช่เพียงผลที่ไม่พึงประสงค์ จึงควรเก็บหลักฐานการกระทำของอีกฝ่ายไว้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2567 (2024)

    มาตรา 169/3 จะผลักค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีได้ก็ต่อเมื่อเกิดจากความผิดของผู้นั้น เมื่ออาคารที่ถูกยึดถูกรื้อถอนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อันมิใช่ความผิดของจำเลยที่ 2 ผู้ร้องที่รับโอนสิทธิบังคับคดีมาจึงต้องเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย มิใช่ลูกหนี้

    ผู้ร้องรับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากเจ้าหนี้ จึงถือว่าทราบสภาพของทรัพย์ที่ยึดแล้ว เมื่ออาคารที่ถูกยึดถูกรื้อถอนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารในภายหลัง ศาลวินิจฉัยว่ามิใช่ความผิดของจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 169/3 ผู้ร้องจึงต้องเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย มิใช่ลูกหนี้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 3 คดี (พ.ศ. 2552 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 541/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8895/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8368/2563 (2020)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ใครอาจถูกสั่งให้รับผิดค่าฤชาธรรมเนียมบังคับคดีที่เกิดจากความผิด

ตามมาตรา 169/3 ผู้ที่ทำให้เกิดค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีโดยไม่จำเป็น ประวิงการบังคับคดี ความผิดหรือความประมาทร้ายแรง หรือบังคับคดีโดยไม่สุจริต อาจถูกศาลสั่งให้รับผิด

ต้องยื่นคำร้องตามมาตรา 169/3 ภายในกี่วัน

ต้องยื่นภายในเจ็ดวันนับแต่วันทราบพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้าง และก่อนการบังคับคดีเสร็จลง คำสั่งศาลอุทธรณ์ได้ครั้งเดียวและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 169/3 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 169/3. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-169-3/ (accessed 13 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 169/3
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-169-3/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-169-3/"><p>บุคคลใดทำให้ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีส่วนใดโดยไม่จำเป็น หรือมีลักษณะประวิงการบังคับคดี หรือที่ต้องดำเนินไปเพราะความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือเพราะบังคับคดีไปโดยไม่สุจริตก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง ผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา แล้วแต่กรณี อาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันทราบพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลเช่นว่านั้นรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าว คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด</p><footer>Civil Procedure Code, s. 169/3 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-169-3/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง