กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 169/3 — ค่าฤชาธรรมเนียมบังคับคดีที่เกิดจากความผิด

คนบทกฎหมาย

บุคคลใดทำให้ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีส่วนใดโดยไม่จำเป็น หรือมีลักษณะประวิงการบังคับคดี หรือที่ต้องดำเนินไปเพราะความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือเพราะบังคับคดีไปโดยไม่สุจริตก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง ผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา แล้วแต่กรณี อาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในเจ็ดวันนับแต่วันทราบพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้บุคคลเช่นว่านั้นรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าว
คำสั่งของศาลตามมาตรานี้ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ได้ และคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด

คำแปลภาษาไทย

A person who causes court costs of execution to be incurred in any part unnecessarily, or with the character of delaying the execution, or that had to be carried on because of that person's fault or gross negligence, or because of executing in bad faith, may be made liable: before the execution is completed, the injured person or the judgment debtor, as the case may be, may file a motion with the court within seven days from the day of becoming aware of the circumstances constituting the ground of the claim, for the court to order such person to be liable for those court costs. An order of the court under this section may be appealed to the Court of Appeal, and the judgment or order of the Court of Appeal shall be final.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 169/3 เป็นบทคู่ขนานของมาตรา 166 ในชั้นบังคับคดี และเป็นบทที่มาตรา 169/2 ตกอยู่ภายใต้บังคับ โดยให้ศาลผลักค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีไปยังผู้ที่ก่อให้เกิดขึ้นโดยมิชอบ ไม่ว่าจากการดำเนินการที่ไม่จำเป็น การประวิงการบังคับคดี ความผิดหรือความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือการบังคับคดีโดยไม่สุจริต แทนที่จะให้ตกแก่ผู้รับผิดปริยายตามมาตรา 169/2 การใช้สิทธิมีกำหนดเวลาและวิธีการ คือผู้เสียหายหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องยื่นคำร้องภายในเจ็ดวันนับแต่ทราบพฤติการณ์ และต้องก่อนการบังคับคดีเสร็จลง คำสั่งอุทธรณ์ได้ครั้งเดียวและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด

ความสำคัญต่อ

จุดที่ต้องระวังคือกำหนดเจ็ดวัน หากท่านเห็นว่าความผิด การประวิง หรือการบังคับคดีโดยไม่สุจริตของอีกฝ่ายทำให้ค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีตกแก่ท่านโดยมิชอบ ต้องยื่นคำร้องภายในเจ็ดวันนับแต่ทราบเหตุ และต้องก่อนการบังคับคดีเสร็จลง การรอช้าอาจทำให้เสียสิทธิ ทั้งนี้ต้องมีความผิด การประวิง หรือความไม่สุจริตจริง มิใช่เพียงผลที่ไม่พึงประสงค์ จึงควรเก็บหลักฐานการกระทำของอีกฝ่ายไว้

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2567 (2024)

    มาตรา 169/3 จะผลักค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีได้ก็ต่อเมื่อเกิดจากความผิดของผู้นั้น เมื่ออาคารที่ถูกยึดถูกรื้อถอนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อันมิใช่ความผิดของจำเลยที่ 2 ผู้ร้องที่รับโอนสิทธิบังคับคดีมาจึงต้องเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย มิใช่ลูกหนี้

    ผู้ร้องรับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากเจ้าหนี้ จึงถือว่าทราบสภาพของทรัพย์ที่ยึดแล้ว เมื่ออาคารที่ถูกยึดถูกรื้อถอนตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารในภายหลัง ศาลวินิจฉัยว่ามิใช่ความผิดของจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 169/3 ผู้ร้องจึงต้องเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมยึดแล้วไม่มีการขาย มิใช่ลูกหนี้

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ใครอาจถูกสั่งให้รับผิดค่าฤชาธรรมเนียมบังคับคดีที่เกิดจากความผิด

ตามมาตรา 169/3 ผู้ที่ทำให้เกิดค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดีโดยไม่จำเป็น ประวิงการบังคับคดี ความผิดหรือความประมาทร้ายแรง หรือบังคับคดีโดยไม่สุจริต อาจถูกศาลสั่งให้รับผิด

ต้องยื่นคำร้องตามมาตรา 169/3 ภายในกี่วัน

ต้องยื่นภายในเจ็ดวันนับแต่วันทราบพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้าง และก่อนการบังคับคดีเสร็จลง คำสั่งศาลอุทธรณ์ได้ครั้งเดียวและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น