กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

186 — การแถลงการณ์เมื่อสืบพยานเสร็จ

คนบทกฎหมาย

เมื่อสืบพยานเสร็จแล้วให้ศาลอนุญาตให้โจทก์แถลงการณ์ด้วยวาจาก่อน แล้วจึงให้จำเลยแถลงการณ์ด้วยวาจาทบทวน ข้อเถียง แสดงผลแห่งพยานหลักฐานในประเด็นที่พิพาท ต่อจากนี้ให้ศาลอนุญาตให้โจทก์แถลงตอบจำเลยได้อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ห้ามไม่ให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยวาจาอย่างใดอีก เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลก่อนพิพากษาคดี ไม่ว่าคู่ความฝ่ายใดจะได้แถลงการณ์ด้วยวาจาแล้วหรือไม่ คู่ความฝ่ายนั้นจะยื่นคำแถลงการณ์เป็นหนังสือต่อศาลก็ได้ แต่ต้องส่งสำเนานั้น ๆ ไปยังคู่ความอื่น ๆ

คำแปลภาษาไทย

When the taking of evidence is completed, the court shall permit the plaintiff to make an oral closing statement first, and then permit the defendant to make an oral closing statement reviewing the points in issue, arguing the case, and presenting the effect of the evidence on the disputed issues. Thereafter the court shall permit the plaintiff to make a further statement in reply to the defendant one more time. Apart from this, the parties are prohibited from making any further oral statement, unless leave of the court is obtained before judgment is delivered. Whether or not a party has made an oral statement, that party may submit a written closing statement to the court, but a copy thereof must be sent to the other parties.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 186 อยู่ในลักษณะ 1 ว่าด้วยวิธีพิจารณาสามัญในศาลชั้นต้น และกำกับขั้นตอนปิดคดีภายหลังสืบพยานเสร็จก่อนมีคำพิพากษา โดยกำหนดลำดับการแถลงการณ์ด้วยวาจา (โจทก์ จำเลย แล้วโจทก์แถลงตอบ) และห้ามแถลงด้วยวาจาอีกเว้นแต่ได้รับอนุญาต ทั้งยังให้สิทธิยื่นคำแถลงการณ์เป็นหนังสือโดยต้องส่งสำเนาให้คู่ความอีกฝ่าย ซึ่งตามแนวคำพิพากษาไม่มีบทบังคับกรณีไม่ส่งสำเนา

ความสำคัญต่อ

คำแถลงการณ์เป็นโอกาสสรุปน้ำหนักพยานหลักฐาน แต่ไม่ใช่ข้อบังคับ ศาลต้องพิจารณาทั้งสำนวนแม้ไม่มีการยื่นคำแถลงการณ์ หากยื่นเป็นหนังสือควรส่งสำเนาให้คู่ความอีกฝ่าย แม้การไม่ส่งจะไม่ทำให้คำแถลงการณ์เสียไปก็ตาม

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3260/2528 (1985)

    คำแถลงการณ์เป็นเพียงคำเสนอของคู่ความเพื่อสรุปข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์แก่ตน ซึ่งต้องปรากฏในสำนวนอยู่แล้ว แม้ไม่ทำคำแถลงการณ์ศาลก็ต้องพิจารณาทั้งสำนวน มาตรา 186 มิได้มีบทบังคับกรณีไม่ส่งสำเนาคำแถลงการณ์ คำแถลงการณ์ที่ยื่นโดยไม่ส่งสำเนาจึงไม่เสียไป

    ในคดีข้อพิพาทเกี่ยวกับการจ้าง ศาลวินิจฉัยว่าการไม่ส่งสำเนาคำแถลงการณ์เป็นหนังสือให้คู่ความอีกฝ่ายไม่ทำให้คำแถลงการณ์เสียไป เพราะมาตรา 186 ไม่มีบทลงโทษและศาลต้องพิจารณาทั้งสำนวนอยู่แล้ว

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ต้องยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีหรือไม่

ไม่จำเป็น ตามมาตรา 186 คู่ความจะแถลงการณ์ด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ แต่ไม่ใช่ข้อบังคับ ศาลต้องพิจารณาทั้งสำนวนแม้ไม่มีการยื่นคำแถลงการณ์

หากไม่ส่งสำเนาคำแถลงการณ์เป็นหนังสือให้คู่ความจะเป็นอย่างไร

มาตรา 186 ไม่มีบทลงโทษเรื่องนี้ ศาลวินิจฉัยว่าคำแถลงการณ์เป็นหนังสือที่ยื่นโดยไม่ส่งสำเนาให้คู่ความอีกฝ่ายไม่ทำให้เสียไป

คู่ความแถลงการณ์ตามลำดับใด

โจทก์แถลงก่อน แล้วจึงจำเลย จากนั้นโจทก์แถลงตอบได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นห้ามแถลงด้วยวาจาอีกเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น