กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 190 — การคำนวณทุนทรัพย์คดีมโนสาเร่

คนบทกฎหมาย

จำนวนทุนทรัพย์หรือราคาอันพิพาทกันในคดีนั้น ให้คำนวณดังนี้
(๑) จำนวนทุนทรัพย์หรือราคานั้นให้คำนวณตามคำเรียกร้องของโจทก์ ส่วนดอกผลอันมิถึงกำหนดเกิดขึ้นในเวลายื่นคำฟ้องหรือค่าธรรมเนียมศาลซึ่งอาจเป็นอุปกรณ์รวมอยู่ในคำเรียกร้อง ห้ามไม่ให้คำนวณรวมเข้าด้วย
(๒) ในกรณีมีข้อสงสัยหรือมีข้อโต้แย้ง จำนวนทุนทรัพย์หรือราคานั้น ให้ศาลกะประมาณตามที่เป็นอยู่ในเวลายื่นฟ้องคดี
(๓) คดีอันเกี่ยวด้วยทรัพย์สินที่มีข้อหาหลายข้อ อันมีจำนวนทุนทรัพย์หรือราคาไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือไม่เกินจำนวนที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ให้รวมจำนวนทุนทรัพย์หรือราคาเหล่านั้นเข้าด้วยกัน แต่ถ้าข้อหาเหล่านั้นจะต้องเรียกร้องเอาแก่จำเลยหลายคน ถึงแม้ว่าถ้ารวมความรับผิดของจำเลยหลายคนนั้นเข้าด้วยกันแล้วจะไม่เป็นคดีมโนสาเร่ก็ตาม ให้ถือเอาจำนวนที่เรียกร้องเอาจากจำเลยคนหนึ่ง ๆ นั้น เป็นประมาณแก่การที่จะถือว่าคดีนั้นเป็นคดีมโนสาเร่หรือไม่

คำแปลภาษาไทย

The amount in controversy or the value of the property in dispute in a case shall be calculated as follows:
(1) The amount in controversy or the value shall be calculated according to the plaintiff's claim; but fruits not yet due at the time of filing the complaint, or court fees which may be an accessory included in the claim, shall not be calculated together with it.
(2) In case of doubt or dispute, the court shall estimate the amount in controversy or the value as it stands at the time of filing the case.
(3) In a case concerning property with several claims, each having an amount in controversy or value not exceeding forty thousand baht, or not exceeding the amount fixed by Royal Decree, those amounts or values shall be added together; but if those claims are to be demanded from several defendants, then even if adding together the liability of the several defendants would make the case not a small claims case, the amount demanded from each single defendant shall be taken as the measure for determining whether the case is a small claims case.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 190 วางกฎการคำนวณที่ทำให้เพดานตามมาตรา 189 ใช้ได้จริง โดย (1) ให้คิดตามคำเรียกร้องของโจทก์ ไม่รวมดอกเบี้ยหรือดอกผลหลังวันฟ้องและค่าธรรมเนียมศาล (2) กรณีมีข้อสงสัยหรือโต้แย้งให้ศาลกะประมาณตามที่เป็นอยู่ในเวลายื่นฟ้อง (3) ให้รวมหลายข้อหาเข้าด้วยกัน แต่หากเรียกร้องจากจำเลยหลายคนให้ถือตามจำนวนที่เรียกจากจำเลยแต่ละคน การไม่รวมดอกเบี้ยหลังฟ้องมีนัยสำคัญเพราะกระทบต่อทุนทรัพย์สำหรับเกณฑ์อุทธรณ์ฎีกาในมาตราอื่นด้วย

ความสำคัญต่อ

การคำนวณทุนทรัพย์ให้ถูกต้องเป็นตัวกำหนดว่าคดีจะดำเนินตามช่องทางใด และจะอุทธรณ์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้หรือไม่ ข้อสำคัญคือดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นหลังวันฟ้องไม่นำมารวมเป็นทุนทรัพย์ คดีที่ดูเหมือนเกินเพดานเล็กน้อยอาจไม่เกินเมื่อหักดอกเบี้ยหลังฟ้องออก

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4499/2551 (2008)

    ตามมาตรา 190 (1) ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นภายหลังวันฟ้องไม่นำมารวมคำนวณเป็นทุนทรัพย์ เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทไม่เกินเพดานที่กฎหมายกำหนด คดีจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

    ทุนทรัพย์ที่พิพาทเป็นเงิน 150,000 บาท และไม่นำดอกเบี้ยหลังวันฟ้องมารวมตามมาตรา 190 (1) จึงไม่เกิน 200,000 บาท คู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ดอกเบี้ยนับรวมในทุนทรัพย์หรือไม่

ตามมาตรา 190 (1) ดอกผลที่ยังไม่ถึงกำหนดในเวลายื่นฟ้อง รวมถึงดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นหลังวันฟ้อง ไม่นำมารวมคำนวณเป็นทุนทรัพย์

หากทุนทรัพย์มีข้อโต้แย้งจะกำหนดอย่างไร

มาตรา 190 (2) ให้ศาลกะประมาณทุนทรัพย์หรือราคาตามที่เป็นอยู่ในเวลายื่นฟ้องคดี

กรณีจำเลยหลายคนคิดทุนทรัพย์อย่างไร

ตามมาตรา 190 (3) หากเรียกร้องจากจำเลยหลายคน ให้ถือจำนวนที่เรียกจากจำเลยแต่ละคนเป็นเกณฑ์ว่าเป็นคดีมโนสาเร่หรือไม่

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น