มาตรา 20 ตรี — การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องคดี
คนบทกฎหมาย
ก่อนยื่นฟ้องคดี บุคคลที่จะเป็นคู่ความอาจยื่นคำร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจหากมีการฟ้องคดีนั้น เพื่อขอให้ศาลแต่งตั้งผู้ประนีประนอมทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยให้คู่กรณีที่เกี่ยวข้องได้ตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันในข้อที่พิพาท โดยคำร้องนั้นให้ระบุชื่อและภูมิลำเนาของคู่กรณีที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายละเอียดของข้อพิพาท เมื่อศาลเห็นสมควร ให้ศาลรับคำร้องนั้นไว้แล้วดำเนินการสอบถามความสมัครใจของคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งในการเข้าร่วมการไกล่เกลี่ย หากคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งยินยอมเข้าร่วมการไกล่เกลี่ย ให้ศาลมีอำนาจเรียกคู่กรณีที่เกี่ยวข้องมาศาลด้วยตนเองโดยคู่กรณีจะมีทนายความมาด้วยหรือไม่ก็ได้ และแต่งตั้งผู้ประนีประนอมดำเนินการไกล่เกลี่ยต่อไปโดยให้นำความในมาตรา ๒๐ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ถ้าคู่กรณีที่เกี่ยวข้องสามารถตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันได้ ให้ผู้ประนีประนอมเสนอข้อตกลงหรือสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาล หากศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าข้อตกลงหรือสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นไปตามเจตนาของคู่กรณี หลักแห่งความสุจริต เป็นธรรม และไม่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ก็ให้คู่กรณีลงลายมือชื่อในข้อตกลงหรือสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น
ในวันทำข้อตกลงหรือสัญญาประนีประนอมยอมความตามวรรคหนึ่งคู่สัญญาอาจร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาตามยอม พร้อมแสดงเหตุผลความจำเป็นต่อศาล หากศาลเห็นว่ากรณีมีความจำเป็นที่สมควรจะมีคำพิพากษาไปในเวลานั้น ก็ให้ศาลมีคำพิพากษาไปตามข้อตกลงหรือสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวได้โดยให้นำความในมาตรา ๑๓๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การขอและการดำเนินการตามมาตรานี้ ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล
คำสั่งของศาลที่ออกตามความในมาตรานี้ให้เป็นที่สุด
เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้ประนีประนอมแล้วแต่การไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลงโดยไม่เป็นผล หากปรากฏว่าอายุความครบกำหนดไปแล้วหลังจากยื่นคำร้องหรือจะครบกำหนดภายในหกสิบวันนับแต่วันที่การไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลง ให้อายุความขยายออกไปอีกหกสิบวันนับแต่วันที่การไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลง
คำแปลภาษาไทย
Before filing a case, a person who is to be a party may submit a motion to the court that would have jurisdiction if the case were filed, requesting that the court appoint a conciliator to conciliate the persons concerned so that they reach an agreement or a compromise on the matter in dispute. The motion shall state the names and domiciles of the persons concerned, together with the particulars of the dispute. When the court thinks fit, the court shall accept the motion and shall then inquire into the willingness of the other party concerned to take part in the conciliation. If the other party concerned consents to take part in the conciliation, the court shall have the power to summon the persons concerned to appear before the court in person, with or without an advocate, and shall appoint a conciliator to carry out the conciliation, section 20 bis being applied mutatis mutandis. If the persons concerned are able to reach an agreement or a compromise, the conciliator shall submit the agreement or the compromise agreement to the court. If the court, having considered the matter, is of the opinion that the agreement or compromise agreement accords with the intention of the persons concerned, with the principle of good faith, is fair, and does not contravene the law, the persons concerned shall sign the agreement or compromise agreement.
On the day of making the agreement or compromise agreement under paragraph one, the parties may request the court to render a judgment in accordance with the compromise, stating to the court the reasons of necessity. If the court is of the opinion that the case is one of such necessity that a judgment ought to be rendered at that time, the court shall render a judgment in accordance with that agreement or compromise agreement, section 138 being applied mutatis mutandis.
The making of, and the proceedings under, this section shall not be subject to court filing fees.
An order of the court issued under this section shall be final.
Where the court has issued an order appointing a conciliator but the conciliation ends without result, if it appears that the period of prescription expired after the motion was filed, or will expire within sixty days from the date on which the conciliation ended, the period of prescription shall be extended for a further sixty days from the date on which the conciliation ended.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 20 ตรี สร้างช่องทางไกล่เกลี่ยในศาลก่อนฟ้อง ขยายนโยบายส่งเสริมการตกลงตามมาตรา 19, 20 และ 20 ทวิ ไปยังขั้นก่อนที่จะมีการยื่นคำฟ้อง ผู้ที่จะเป็นคู่ความยื่นคำร้องต่อศาลที่จะมีเขตอำนาจ เมื่อศาลเห็นสมควรก็รับคำร้อง สอบถามความสมัครใจของอีกฝ่าย อาจเรียกตัวความมาศาล และตั้งผู้ประนีประนอม โดยนำมาตรา 20 ทวิ มาใช้โดยอนุโลม ข้อตกลงที่ได้ หากเป็นไปตามเจตนาของคู่กรณี หลักสุจริต เป็นธรรม และไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ให้คู่กรณีลงลายมือชื่อ และเมื่อจำเป็นศาลอาจมีคำพิพากษาตามยอมโดยนำมาตรา 138 มาใช้โดยอนุโลม จุดเด่นสองประการคือไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล และคำสั่งศาลตามมาตรานี้เป็นที่สุด ที่สำคัญวรรคท้ายคุ้มครองผู้จะฟ้องโดยขยายอายุความที่ใกล้ครบออกไปหกสิบวันนับแต่วันที่การไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลงโดยไม่เป็นผล การใช้ช่องทางนี้จึงไม่ทำให้เสียสิทธิฟ้องคดี
ความสำคัญต่อ
นี่เป็นวิธีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำในการพยายามยุติข้อพิพาทก่อนตัดสินใจฟ้องคดี ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล และข้อตกลงอาจกลายเป็นคำพิพากษาตามยอมที่บังคับได้ หลักประกันสำคัญที่สุดคือการขยายอายุความหกสิบวันหากไกล่เกลี่ยไม่เป็นผล แต่กฎเรื่องกำหนดเวลามีรายละเอียดเฉพาะ จึงควรเฝ้าดูวันครบอายุความอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคำสั่งศาลเป็นที่สุดและข้อตกลงที่ลงลายมือชื่อผูกพันท่าน ควรให้ตรวจเงื่อนไขก่อนลงชื่อ
เลย
ใช้ศาลไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อนฟ้องได้หรือไม่?
ได้ มาตรา 20 ตรี ให้ผู้ที่จะเป็นคู่ความยื่นคำร้องต่อศาลที่จะมีเขตอำนาจขอให้ตั้งผู้ประนีประนอมและพยายามตกลงกันได้ หากอีกฝ่ายยินยอมเข้าร่วม
การไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องต้องเสียค่าขึ้นศาลหรือไม่?
ไม่ต้อง มาตรา 20 ตรี กำหนดว่าการขอและการดำเนินการตามมาตรานี้ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล
หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จ อายุความของฉันเป็นอย่างไร?
หากอายุความครบกำหนดหลังยื่นคำร้อง หรือจะครบภายในหกสิบวันนับแต่การไกล่เกลี่ยสิ้นสุด ให้ขยายออกไปอีกหกสิบวันนับแต่วันที่การไกล่เกลี่ยสิ้นสุดลง