ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 22: การคำนวณระยะเวลาในคดี

ตัวบทกฎหมาย

กำหนดระยะเวลาทั้งปวงไม่ว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หรือที่ศาลเป็นผู้กำหนดก็ดี เพื่อให้ดำเนินการหรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น ให้ศาลคำนวณตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยระยะเวลา

คำแปลภาษาอังกฤษ

All periods of time, whether fixed by law or fixed by the court, for the doing of, or for the refraining from doing, any proceeding before the expiry of that period, shall be computed by the court in accordance with the provisions of the Civil and Commercial Code on periods of time.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 22 เป็นบทเชื่อมในหมวด 3 ที่ทำให้การคำนวณกำหนดเวลาในคดีสอดคล้องกับหลักเรื่องระยะเวลาทั่วไปในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แทนที่จะกำหนดวิธีนับวัน เดือน ปี ซ้ำอีก มาตรานี้ให้ศาลนำบทบัญญัติเรื่องระยะเวลาของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้กับกำหนดเวลาในคดีทุกกรณี ไม่ว่ากฎหมายหรือศาลกำหนด และไม่ว่าจะเป็นกำหนดเวลาให้ทำการหรือห้ามทำการก่อนสิ้นระยะเวลา ในทางปฏิบัติจึงกระทบต่อการนับวันแรกและวันสุดท้าย และการที่วันสุดท้ายตรงกับวันหยุด เป็นฐานรองรับกำหนดเวลาต่าง ๆ ทั่วประมวลกฎหมาย เช่น การยื่นคำคู่ความ อุทธรณ์ และคำร้อง

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

นี่เป็นเหตุที่กำหนดเวลาในคดีของไทยนับแบบเดียวกับระยะเวลาตามกฎหมายทั่วไป คือโดยทั่วไปไม่นับวันแรก และหากวันสุดท้ายตรงกับวันหยุดให้นับวันทำการถัดไป การนับกำหนดเวลาผิดอาจทำให้เสียสิทธิอุทธรณ์หรือการยื่นเอกสาร จึงควรคำนวณจากวันเริ่มต้นที่ถูกต้องและตรวจวันสุดท้ายกับหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อใกล้ครบกำหนด ควรยืนยันวันที่แน่นอนกับทนายความ

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 12 คดี (พ.ศ. 2500 ถึง 2548)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 125/2526 (1983)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2483/2516 (1973)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 901/2511 (1968)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 569/2500 (1957)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3452/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1968/2537 (1994)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 729/2527 (1984)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 111/2509 (1966)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

กำหนดเวลาในศาลของไทยนับอย่างไร?

ตามมาตรา 22 กำหนดเวลาในคดีคำนวณตามหลักเรื่องระยะเวลาในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ วิธีนับจึงเหมือนกันไม่ว่ากำหนดเวลานั้นกฎหมายหรือศาลเป็นผู้กำหนด

หากวันครบกำหนดตรงกับวันหยุดราชการจะเป็นอย่างไร?

เนื่องจากมาตรา 22 ใช้หลักเรื่องระยะเวลาในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากวันสุดท้ายตรงกับวันหยุดทางราชการ โดยทั่วไปให้นับวันทำการถัดไป ควรยืนยันวันที่ให้แน่นอนเพราะการนับผิดอาจทำให้เสียสิทธิ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 22
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 22. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-22/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 22
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-22/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-22/"><p>กำหนดระยะเวลาทั้งปวงไม่ว่าที่กฎหมายกำหนดไว้หรือที่ศาลเป็นผู้กำหนดก็ดี เพื่อให้ดำเนินการหรือมิให้ดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ก่อนสิ้นระยะเวลานั้น ให้ศาลคำนวณตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยระยะเวลา</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 22 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-22/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง