ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 222/32: หลักเกณฑ์พิจารณาถอนฟ้องหรือยอมความ
ตัวบทกฎหมาย
ในการพิจารณามีคำสั่งตามมาตรา ๒๒๒/๒๘ มาตรา ๒๒๒/๒๙ หรือมาตรา ๒๒๒/๓๐ ให้ศาลคำนึงถึง
(๑) ความจำเป็นในการดำเนินคดีแบบกลุ่มต่อไป
(๒) ความคุ้มครองหรือประโยชน์ของสมาชิกกลุ่ม
(๓) ความยุ่งยากหรือความสะดวกในการดำเนินคดีแบบกลุ่มต่อไป
(๔) ความเป็นธรรมและความมีประสิทธิภาพในการดำเนินคดีแบบกลุ่มต่อไป
(๕) จำนวนของสมาชิกกลุ่มที่คัดค้าน
(๖) ความสามารถของจำเลยในการชดใช้ค่าเสียหายในกรณีมีการตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดี
(๗) การตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดีของคู่ความมีความเป็นธรรมและเป็นประโยชน์กับสมาชิกกลุ่ม
คำแปลภาษาอังกฤษ
In considering an order under section 222/28, section 222/29 or section 222/30, the court shall take into account:
(1) the necessity of continuing the class action;
(2) the protection or the interest of the group members;
(3) the difficulty or the convenience of continuing the class action;
(4) the fairness and efficiency of continuing the class action;
(5) the number of group members who object;
(6) the defendant's ability to pay damages in the case of an agreement or a compromise settlement on the issues of the case;
(7) whether the agreement or the compromise settlement on the issues of the case between the parties is fair and beneficial to the group members.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรานี้กำหนดหลักเกณฑ์เนื้อหาที่ศาลใช้เมื่อใช้อำนาจอนุญาตตามมาตรา 222/28 (ถอนฟ้อง) 222/29 (ยอมความ) และ 222/30 (อนุญาโตตุลาการ) โดยเปลี่ยนจุดเน้นจากความประสงค์ของคู่ความไปสู่ประโยชน์ร่วมของสมาชิกที่ไม่ได้เข้าร่วม กำหนดปัจจัยเจ็ดประการที่ผสมทั้งประสิทธิภาพ เช่น ความจำเป็น ความสะดวก ความเป็นธรรมและประสิทธิภาพในการดำเนินคดีต่อ กับการคุ้มครองสมาชิก เช่น ประโยชน์ของสมาชิก จำนวนผู้คัดค้าน และความเป็นธรรมและประโยชน์ของข้อตกลง ปัจจัย (6) เรื่องความสามารถชดใช้ของจำเลยป้องกันการอนุญาตข้อตกลงที่จำเลยปฏิบัติตามไม่ได้ ปัจจัยเหล่านี้ให้ดุลพินิจแก่ศาลชั้นต้นอย่างมีโครงสร้างและเป็นเกณฑ์วัดคำคัดค้านที่ยื่นตามกระบวนการแจ้ง
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากท่านคัดค้านการยอมความหรือถอนฟ้องคดีแบบกลุ่ม ควรวางกรอบคำคัดค้านตามปัจจัยเจ็ดประการนี้ โดยเฉพาะความเป็นธรรมและประโยชน์ต่อกลุ่ม และความสามารถในการชดใช้ของจำเลย จำนวนสมาชิกที่คัดค้านมากมีน้ำหนักตามปัจจัย (5) คำคัดค้านที่ประสานกันและมีพยานหลักฐานจึงมีน้ำหนักกว่าการคัดค้านโดดเดี่ยว จำเลยที่เสนอยอมความควรพร้อมแสดงความเป็นธรรมและความสามารถในการชำระ เนื่องจากดุลพินิจของศาลกว้าง การนำเสนอปัจจัยเหล่านี้อย่างชัดเจนพร้อมพยานหลักฐานคือจุดที่ทนายความที่มีประสบการณ์มีบทบาท
คำถามที่พบบ่อย
ศาลใช้เกณฑ์อะไรตัดสินว่าจะอนุญาตให้ยอมความคดีแบบกลุ่ม
ตามมาตรา 222/32 ศาลชั่งน้ำหนักเจ็ดปัจจัย รวมถึงประโยชน์ของสมาชิกกลุ่ม จำนวนผู้คัดค้าน ความสามารถในการชดใช้ของจำเลย และความเป็นธรรมและประโยชน์ของข้อตกลงต่อกลุ่ม
จำนวนสมาชิกที่คัดค้านมีผลต่อการพิจารณาหรือไม่
มี จำนวนสมาชิกกลุ่มที่คัดค้านเป็นหนึ่งในเจ็ดปัจจัยตามมาตรา 222/32 การคัดค้านจำนวนมากจึงอาจมีน้ำหนักให้ศาลไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องหรือยอมความ
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 222/32 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 222/32. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-32/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 222/32 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-32/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-32/"><p>ในการพิจารณามีคำสั่งตามมาตรา ๒๒๒/๒๘ มาตรา ๒๒๒/๒๙ หรือมาตรา ๒๒๒/๓๐ ให้ศาลคำนึงถึง (๑) ความจำเป็นในการดำเนินคดีแบบกลุ่มต่อไป (๒) ความคุ้มครองหรือประโยชน์ของสมาชิกกลุ่ม (๓) ความยุ่งยากหรือความสะดวกในการดำเนินคดีแบบกลุ่มต่อไป (๔) ความเป็นธรรมและความมีประสิทธิภาพในการดำเนินคดีแบบกลุ่มต่อไป (๕) จำนวนของสมาชิกกลุ่มที่คัดค้าน (๖) ความสามารถของจำเลยในการชดใช้ค่าเสียหายในกรณีมีการตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดี (๗) การตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดีของคู่ความมีความเป็นธรรมและเป็นประโยชน์กับสมาชิกกลุ่ม</p><footer>Civil Procedure Code, s. 222/32 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-222-32/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา