กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 222/37 — เงินรางวัลทนายความฝ่ายโจทก์

คนบทกฎหมาย

ในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยกระทำการหรืองดเว้นกระทำการหรือส่งมอบทรัพย์สิน ให้ศาลกำหนดจำนวนเงินรางวัลที่จำเลยจะต้องชำระให้แก่ทนายความฝ่ายโจทก์ตามที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความยากง่ายของคดีประกอบกับระยะเวลาและการทำงานของทนายความฝ่ายโจทก์ รวมทั้งค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ซึ่งมิใช่ค่าฤชาธรรมเนียมที่ทนายความฝ่ายโจทก์ได้เสียไป และเพื่อประโยชน์แห่งการนี้ เมื่อการพิจารณาสิ้นสุดลงให้ทนายความฝ่ายโจทก์ยื่นบัญชีค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อศาลโดยให้ส่งสำเนาแก่จำเลยด้วย
ถ้าคำพิพากษากำหนดให้จำเลยใช้เงิน นอกจากศาลต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ศาลคำนึงถึงจำนวนเงินที่โจทก์และสมาชิกกลุ่มมีสิทธิได้รับประกอบด้วย โดยกำหนดเป็นจำนวนร้อยละของจำนวนเงินดังกล่าว แต่จำนวนเงินรางวัลของทนายความฝ่ายโจทก์ดังกล่าวต้องไม่เกินร้อยละสามสิบของจำนวนเงินนั้น
ถ้าคำพิพากษากำหนดให้จำเลยกระทำการหรืองดเว้นกระทำการหรือส่งมอบทรัพย์สินและให้ใช้เงินรวมอยู่ด้วย ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในการกำหนดจำนวนเงินรางวัลของทนายความฝ่ายโจทก์ตามมาตรานี้ หากมีการเปลี่ยนทนายความฝ่ายโจทก์ ให้ศาลกำหนดจำนวนเงินรางวัลของทนายความฝ่ายโจทก์ตามสัดส่วนของการทำงานและค่าใช้จ่ายที่ทนายความแต่ละคนเสียไป
ให้ถือว่าทนายความฝ่ายโจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและจำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนของเงินรางวัลของทนายความฝ่ายโจทก์ด้วย และเงินรางวัลดังกล่าวมิใช่ค่าฤชาธรรมเนียม

คำแปลภาษาไทย

Where the court renders judgment ordering the defendant to perform an act, to refrain from performing an act, or to deliver property, the court shall fix the amount of the reward that the defendant must pay to the lawyer of the plaintiff's side as it deems appropriate, taking into account the difficulty of the case together with the time and the work of the lawyer of the plaintiff's side, as well as the expenses relating to the conduct of the class action, which are not the court fees that the lawyer of the plaintiff's side has paid, and for this purpose, when the trial has concluded, the lawyer of the plaintiff's side shall file an account of such expenses with the court and shall also send a copy to the defendant.
If the judgment orders the defendant to pay money, in addition to taking into account the criteria under paragraph one, the court shall also take into account the amount of money that the plaintiff and the group members are entitled to receive, by fixing it as a percentage of such amount, but the reward of the lawyer of the plaintiff's side must not exceed thirty percent of that amount.
If the judgment orders the defendant to perform an act, to refrain from performing an act, or to deliver property together with the payment of money, the provisions of paragraph one and paragraph two shall apply mutatis mutandis.
In fixing the reward of the lawyer of the plaintiff's side under this section, if there is a change of the lawyer of the plaintiff's side, the court shall fix the reward of the lawyer of the plaintiff's side according to the proportion of the work and the expenses that each lawyer has incurred.
The lawyer of the plaintiff's side shall be deemed to be a judgment creditor, and the defendant a judgment debtor, in respect of the reward of the lawyer of the plaintiff's side, and such reward is not court fees.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรานี้เป็นกลไกสร้างแรงจูงใจของคดีแบบกลุ่ม ออกแบบให้การดำเนินคดีแทนกลุ่มมีความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ โดยให้จำเลยผู้แพ้คดีเป็นผู้จ่ายเงินรางวัลทนายความฝ่ายโจทก์ ซึ่งแยกจากค่าฤชาธรรมเนียมทั่วไป ศาลมีวิธีคำนวณสองแบบ คือดุลพินิจสำหรับคำพิพากษาให้กระทำการหรือส่งมอบทรัพย์ ตามความยากง่าย เวลา การทำงาน และค่าใช้จ่าย กับแบบร้อยละของจำนวนที่ได้รับสำหรับคำพิพากษาให้ชำระเงิน โดยกำหนดเพดานไม่เกินร้อยละสามสิบ ซึ่งเป็นการยอมรับค่าตอบแทนแบบร้อยละที่หาได้ยากในวิธีพิจารณาความแพ่งไทย วรรคสี่แบ่งเงินรางวัลเมื่อมีการเปลี่ยนทนายความ สอดคล้องกับกฎการเข้าแทนที่ การถือว่าทนายความเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและจำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาทำให้เงินรางวัลบังคับได้เอง และมาตรา 222/36 (4) กำหนดให้ระบุไว้ในคำพิพากษาด้วย

ความสำคัญต่อ

สำหรับโจทก์และสมาชิก จุดสำคัญคือเงินรางวัลทนายความมาจากจำเลยและมีเพดานไม่เกินร้อยละสามสิบของจำนวนเงินที่ได้รับ ไม่ใช่หักจากส่วนของท่านตามอำเภอใจ สำหรับทนายความ การจัดทำบัญชีเวลา การทำงาน และค่าใช้จ่ายในคดีแบบกลุ่มให้ชัดเจนเป็นเรื่องสำคัญ เพราะศาลใช้เป็นเกณฑ์ และต้องยื่นบัญชีพร้อมส่งสำเนาให้จำเลยเมื่อสิ้นสุดการพิจารณา สำหรับจำเลย เงินรางวัลนี้เป็นส่วนเพิ่มจากที่ต้องชดใช้ให้กลุ่มและบังคับเอาจากท่านได้ต่างหาก ผู้ที่ชั่งน้ำหนักการฟ้องหรือต่อสู้คดีแบบกลุ่มควรนำโครงสร้างเงินรางวัลนี้มาคำนวณต้นทุน

เลย

ใครเป็นผู้จ่ายค่าทนายความในคดีแบบกลุ่มของไทย

ตามมาตรา 222/37 จำเลยผู้แพ้คดีเป็นผู้จ่ายเงินรางวัลทนายความฝ่ายโจทก์ตามที่ศาลกำหนด ซึ่งแยกจากค่าฤชาธรรมเนียม และทนายความเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อจำเลย

เงินรางวัลทนายความในคดีแบบกลุ่มมีเพดานหรือไม่

มี กรณีคำพิพากษาให้ชำระเงิน มาตรา 222/37 กำหนดเพดานเงินรางวัลทนายความฝ่ายโจทก์ไม่เกินร้อยละสามสิบของจำนวนเงินที่โจทก์และสมาชิกกลุ่มมีสิทธิได้รับ

ถ้าเปลี่ยนทนายความระหว่างคดี เงินรางวัลแบ่งอย่างไร

มาตรา 222/37 กำหนดว่าเมื่อมีการเปลี่ยนทนายความฝ่ายโจทก์ ศาลกำหนดเงินรางวัลตามสัดส่วนของการทำงานและค่าใช้จ่ายที่ทนายความแต่ละคนเสียไป

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น