กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

241 — การแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นอุทธรณ์

คนบทกฎหมาย

ถ้าคู่ความฝ่ายใดประสงค์จะมาแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นศาลอุทธรณ์ ให้ขอมาในตอนท้ายคำฟ้องอุทธรณ์ หรือคำแก้อุทธรณ์ แล้วแต่กรณี และให้ศาลอุทธรณ์กำหนดนัดฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจานั้น เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะพิจารณาเห็นว่าการแถลงการณ์ด้วยวาจาไม่จำเป็นแก่คดี จะสั่งงดฟังคำแถลงการณ์เสียก็ได้ ในกรณีที่ศาลอุทธรณ์นัดฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจา คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งชอบที่จะไปแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นศาลอุทธรณ์ได้ด้วย ถึงแม้ว่าตนจะมิได้แสดงความประสงค์ไว้การแถลงการณ์ด้วยวาจา ผู้ขอแถลง เป็นผู้แถลงก่อนแล้วอีกฝ่ายหนึ่งแถลงแก้ แล้วผู้ขอแถลง แถลงได้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าขอแถลงทั้งสองฝ่าย ให้ผู้อุทธรณ์แถลงก่อน ถ้าทั้งสองฝ่ายอุทธรณ์และต่างขอแถลง ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่ง

คำแปลภาษาไทย

If any party wishes to appear and make oral submissions before the appellate court, the party shall so request at the end of the appeal or the answer to the appeal, as the case may be, and the appellate court shall fix a date to hear such oral submissions, unless the appellate court is of the opinion that oral submissions are unnecessary for the case, in which case it may order that the hearing of submissions be dispensed with. Where the appellate court has fixed a date to hear oral submissions, the other party is entitled to make oral submissions before the appellate court as well, even though that party did not express such an intention. In making oral submissions, the party who requested to make submissions shall submit first, then the other party shall submit in reply, and the requesting party may then submit once more. If both parties requested to make submissions, the appellant shall submit first. If both parties appealed and each requested to make submissions, the appellate court shall decide the order.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 241 กำหนดเรื่องการแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นอุทธรณ์ อันเป็นส่วนเสริมของการวินิจฉัยจากสำนวนตามมาตรา 240 คู่ความต้องขอแถลงการณ์ด้วยวาจาในตอนท้ายคำฟ้องอุทธรณ์หรือคำแก้อุทธรณ์ มิฉะนั้นศาลวินิจฉัยจากเอกสาร แม้มีคำขอ ศาลอุทธรณ์ก็ยังมีดุลพินิจสั่งงดการแถลงการณ์ด้วยวาจาได้หากเห็นว่าไม่จำเป็น ซึ่งเป็นดุลพินิจที่ศาลมีอำนาจกระทำได้ หากมีการนัดฟัง อีกฝ่ายก็แถลงได้ และมาตรานี้กำหนดลำดับการแถลง ทั้งใช้บังคับโดยอนุโลมในคดีที่เกี่ยวข้องผ่านประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ความสำคัญต่อ

หากการแถลงการณ์ด้วยวาจาสำคัญต่อท่าน ควรขอโดยชัดแจ้งในตอนท้ายคำฟ้องอุทธรณ์หรือคำแก้อุทธรณ์ เพราะไม่มีการนัดฟังโดยอัตโนมัติ ถึงกระนั้นควรเตรียมใจว่าศาลอาจสั่งงดการแถลงหากเห็นว่าไม่จำเป็น ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลและมิใช่เหตุร้องคัดค้าน ควรทำให้คำฟ้องอุทธรณ์หรือคำแก้อุทธรณ์ที่เป็นหนังสือแสดงข้อต่อสู้ให้ครบถ้วน เพราะศาลอาจวินิจฉัยจากสำนวนเพียงอย่างเดียว หากมีการนัดฟัง ควรจดลำดับการแถลงเพื่อใช้โอกาสให้เกิดผล

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 334/2511 (1968)

    การสั่งงดการแถลงการณ์ด้วยวาจาเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 241 ซึ่งศาลมีอำนาจกระทำได้เมื่อเห็นว่าการแถลงการณ์ด้วยวาจาไม่จำเป็น

    ทนายความขอแถลงการณ์ด้วยวาจา แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่จำเป็นจึงสั่งงด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 241 ประกอบมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

จะขอแถลงการณ์ด้วยวาจาในชั้นศาลอุทธรณ์อย่างไร

ตามมาตรา 241 ให้ขอมาในตอนท้ายคำฟ้องอุทธรณ์หรือคำแก้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จะกำหนดนัดฟัง เว้นแต่เห็นว่าการแถลงการณ์ด้วยวาจาไม่จำเป็น

ศาลปฏิเสธไม่ฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจาได้หรือไม่

ได้ แม้คู่ความจะขอไว้ ศาลอุทธรณ์มีดุลพินิจตามมาตรา 241 ที่จะสั่งงดการแถลงการณ์ด้วยวาจาหากเห็นว่าไม่จำเป็นแก่คดี

หากอีกฝ่ายขอแถลง ฉันแถลงด้วยได้หรือไม่

ได้ เมื่อศาลอุทธรณ์นัดฟังคำแถลงการณ์ด้วยวาจา คู่ความอีกฝ่ายชอบที่จะแถลงการณ์ด้วยวาจาได้ แม้จะมิได้แสดงความประสงค์ไว้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น