26: การจดข้อคัดค้านคำสั่งของศาล
คนบทกฎหมาย
ศาลได้ตั้งถามข้อหรือออกคำสั่งหรือชี้ขาดเกี่ยวกับการดำเนินการคดีเรื่องใดเรื่องหนึ่งและคู่ความสมบูรณ์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคดีเรื่องนั้นศูนย์กลางข้อถามหรือคำสั่งหรือคำชี้ขาดนั้นว่าต่อต้านด้วยกฎหมายในศาลจะดำเนินคดีต่อไปให้ศาลจดข้อถามหรือสั่งคำสั่งหรือคำชี้ขาดในการตรวจสอบและสภาพแห่งการสืบสวนลงสำหรับรายงานแต่ส่วนใดของสืบสวนยกขึ้นอ้างอิงนั้นให้ศาลใช้ดุลพินิจจดลงรายงานรายงานหรือพิสูจน์คู่ความฝ่ายสนับสนุนที่บริษัทยื่นคำแถลงเป็นหนังสือเพื่อรวมไปถึงระบบหลัก
คำแปลภาษาไทย
หากศาลได้ตั้งคำถาม ออกคำสั่ง หรือวินิจฉัยเกี่ยวกับการดำเนินคดี และคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในคดีนั้นคัดค้านคำถาม คำสั่ง หรือวินิจฉัยนั้นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนที่ศาลจะดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป ศาลจะต้องบันทึกคำถาม คำสั่ง หรือวินิจฉัยที่ถูกคัดค้าน และลักษณะของการคัดค้านลงในรายงาน ส่วนเหตุผลที่ฝ่ายที่คัดค้านยกมานั้น ศาลอาจใช้ดุลยพินิจบันทึกเหตุผลเหล่านั้นลงในรายงาน หรืออาจขอให้ฝ่ายที่คัดค้านยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อเก็บไว้ในสำนวนคดี.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 26 กำหนดวิธีการคู่ความที่จะสงวนสิทธิในข้อถามคำสั่งหรือคำชี้ขาดในการดำเนินคดีโดยให้จดบันทึกข้อกังวลในเรื่องและสภาพแห่งการลงในรายงานก่อนส่วนประกอบและให้ดุลพินิจศาลเพื่อจดเหตุผลของคู่ความรายงานหรือให้ยื่นคำแถลงเป็นหนังสือข้อนี้ก่อให้เกิดการตรวจสอบในสรายงานที่คู่การพิจารณาความร้องต่อไปและความสัมพันธ์กับมาตรา 226 ซึ่งเป็นกำหนดเงื่อนไขการสอบสวนระหว่างจะต้องได้ตรวจสอบโดยชอบ
ความสำคัญต่อ
นี้มักจะถูกมองข้ามแต่อาจชี้ขาดในชั้นหนังสือแจ้งเหตุในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งระหว่างการพิจารณาต้องรายงานประกอบรายงานการสอบสวนเพียงจดข้อเขียนคำร้องมักจะเป็นและอาจทำให้เสียสิทธิในการร้องเรียนตามลำดับนั้นระบบควบคุมควรให้ข้อกล่าวหาและเหตุผลในรายงานส่วนพิจารณาหรือคำชี้แจงเป็นหนังสือที่ยื่นไว้จริง
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 6975/2549 (2006)
การเพียงจดแจ้งข้อสนับสนุนสนับสนุนคำร้องที่ไม่ถือว่ามีคำสั่งศาลตามมาตรา 26 และมาตรา 226 ในกรณีนี้ไม่ได้ชอบโดยชอบคู่ความของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในฎีกาคำสั่งนั้น
ส่วนนายจำเลยเพียงจดแจ้งข้อกล่าวหาและคำร้องอุทธรณ์ศาลวินิจฉัยว่าไม่ถือว่ามีการพิจารณาคำสั่งศาลชั้นต้นตามมาตรา 26 และมาตรา 226 ถือว่าถือว่าไม่ต้องใช้คำสั่งใด ๆ เพิ่มเติมเพื่อค้นหาคำร้อง จำเลยไม่มีสิทธิในความยุติธรรมฎีกาคำสั่งนั้นศาลฎีกาปกติรับวินิจฉัยเรื่องนี้
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 10 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2551)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14835/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6975/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4880-4881/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1488/2525 (1982)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 959/2520 (1977)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3452/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4002/2545 (2002)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7333/2544 (2001)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
จะสั่งคำสั่งศาลระหว่างการพิจารณาได้อย่างไร
ตามมาตรา 26 เป็นเวลานานที่ข้อถามสั่งหรือคำชี้ขาดว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและศาลจะจดข้อร้องเรียนและสภาพแห่งการวิจารณ์รายงานก่อนจะมีสิทธิได้รับสิทธิในการร้องขอต่อไป
การจดบันทึกเป็นส่วนสนับสนุนคำร้องของคุณเองหรือไม่
มักจะมีคำวินิจฉัยว่าการเพียงจดบันทึกข้อกล่าวหาคือคำร้องไม่ถือว่าได้คำสั่งตามมาตรา 26 และมาตรา 226 ซึ่งจะทำให้เสียสิทธิในการลงทะเบียนคำสั่งนั้น
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 26 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 26. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-26/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 26 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-26/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-26/"><p>ศาลได้ตั้งถามข้อหรือออกคำสั่งหรือชี้ขาดเกี่ยวกับการดำเนินการคดีเรื่องใดเรื่องหนึ่งและคู่ความสมบูรณ์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคดีเรื่องนั้นศูนย์กลางข้อถามหรือคำสั่งหรือคำชี้ขาดนั้นว่าต่อต้านด้วยกฎหมายในศาลจะดำเนินคดีต่อไปให้ศาลจดข้อถามหรือสั่งคำสั่งหรือคำชี้ขาดในการตรวจสอบและสภาพแห่งการสืบสวนลงสำหรับรายงานแต่ส่วนใดของสืบสวนยกขึ้นอ้างอิงนั้นให้ศาลใช้ดุลพินิจจดลงรายงานรายงานหรือพิสูจน์คู่ความฝ่ายสนับสนุนที่บริษัทยื่นคำแถลงเป็นหนังสือเพื่อรวมไปถึงระบบหลัก</p><footer>Civil Procedure Code, s. 26 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-26/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา