263 — ค่าสินไหมทดแทนจากวิธีการที่ไม่ชอบ
คนบทกฎหมาย
ในกรณีที่ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำขอในวิธีการชั่วคราวตามลักษณะนี้ จำเลยซึ่งต้องถูกบังคับโดยวิธีการนั้นอาจยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีคำพิพากษาของศาลที่มีคำสั่งตามวิธีการชั่วคราวนั้น ขอให้มีคำสั่งให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนได้ในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) คดีนั้นศาลตัดสินให้โจทก์เป็นฝ่ายแพ้ และปรากฏว่าศาลมีคำสั่งโดยมีความเห็นหลงไปว่าสิทธิเรียกร้องของผู้ขอมีมูล โดยความผิดหรือเลินเล่อของผู้ขอ
(๒) ไม่ว่าคดีนั้นศาลจะชี้ขาดตัดสินให้โจทก์ชนะหรือแพ้คดี ถ้าปรากฏว่าศาลมีคำสั่งโดยมีความเห็นหลงไปว่าวิธีการเช่นว่านี้มีเหตุผลเพียงพอ โดยความผิดหรือเลินเล่อของผู้ขอเมื่อได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง ศาลมีอำนาจสั่งให้แยกการพิจารณาเป็นสำนวนต่างหากจากคดีเดิม และเมื่อศาลทำการไต่สวนแล้วเห็นว่าคำขอนั้นรับฟังได้ก็ให้มีคำสั่งให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่จำเลยได้ตามจำนวนที่ศาลเห็นสมควร ถ้าศาลที่มีคำสั่งตามวิธีการชั่วคราวเป็นศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้ว ให้ส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี เป็นผู้สั่งคำขอนั้น ถ้าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล ศาลมีอำนาจบังคับโจทก์เสมือนหนึ่งว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม
(๑) ให้งดการบังคับคดีไว้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้โจทก์แพ้คดีคำสั่งของศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ตามวรรคสอง ให้อุทธรณ์หรือฎีกาได้ตามบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์หรือฎีกา
คำแปลภาษาไทย
Where the court has granted an application for a provisional measure under this Title, the defendant who is bound by that measure may, within thirty days from the date of the judgment of the court that ordered the provisional measure, apply to the court of first instance for an order requiring the plaintiff to pay compensation to the defendant in the following cases:
(1) The court decides the case against the plaintiff, and it appears that the court made the order under the mistaken belief that the applicant's claim had merit, through the fault or negligence of the applicant.
(2) Whether the court decides the case in the plaintiff's favour or against the plaintiff, if it appears that the court made the order under the mistaken belief that such measure had sufficient reason, through the fault or negligence of the applicant.
Upon receiving an application under the first paragraph, the court has the power to order the matter to be tried as a separate file from the original case, and where, after inquiry, the court is of the view that the application can be sustained, it shall order the plaintiff to pay compensation to the defendant in such amount as it thinks fit. If the court that ordered the provisional measure was the appellate court or the Supreme Court, then, after the court of first instance has held the inquiry, it shall send the file to the appellate court or the Supreme Court, as the case may be, to rule on the application. If the plaintiff does not comply with the court's order, the court has the power to enforce against the plaintiff as though he were a judgment debtor; but where the court orders the plaintiff to pay compensation under (1), execution shall be stayed until the court has given a final judgment against the plaintiff. An order of the court of first instance or the appellate court under the second paragraph may be appealed in accordance with the provisions on appeal.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 263 เป็นด้านความรับผิดที่คู่กับอำนาจในการขอวิธีการชั่วคราว ให้จำเลยที่ถูกวิธีการนั้นบังคับเรียกค่าสินไหมทดแทนจากโจทก์ได้ในสองกรณีที่ผูกกับความผิดหรือความประมาทเลินเล่อของผู้ขอ คือกรณีที่โจทก์แพ้คดีในที่สุดและคำสั่งเกิดจากความเห็นหลงไปว่าสิทธิเรียกร้องมีมูล และกรณีที่ไม่ว่าชนะหรือแพ้ คำสั่งเกิดจากความเห็นหลงไปว่าวิธีการมีเหตุผลเพียงพอ คำขอต้องยื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันพิพากษาของศาลที่สั่งวิธีการ อาจแยกพิจารณาเป็นสำนวนต่างหาก และนำไปสู่การบังคับโจทก์เสมือนลูกหนี้ตามคำพิพากษา แต่ค่าสินไหมตาม (1) ให้งดการบังคับจนกว่ามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้โจทก์แพ้ มาตรานี้คือสิ่งที่เงินประกันตามมาตรา 257 รองรับในที่สุด
ความสำคัญต่อ
สำหรับจำเลยที่เสียหายจากวิธีการชั่วคราว กำหนดสามสิบวันนับแต่วันพิพากษาของศาลที่สั่งวิธีการคือกำหนดเวลาขอค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 263 ต้องยื่นภายในเวลานั้น จำเลยจะฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายล่วงหน้าก่อนที่โจทก์จะแพ้จริงไม่ได้ เพราะตามอนุมาตรา (1) สิทธิเรียกค่าสินไหมเกิดต่อเมื่อโจทก์แพ้คดี สำหรับโจทก์ มาตรานี้คือความเสี่ยงที่การอายัดโดยไม่มีเหตุหนักแน่นอาจย้อนกลับเป็นค่าเสียหาย จึงควรยื่นคำขออย่างระมัดระวังและมีทนายที่มีความสามารถ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5895/2551 (2008)
เมื่อโจทก์ได้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยวางหลักประกันและต่อมาแพ้คดี จำเลยที่ต้องการได้รับชดใช้จากหลักประกันนั้นต้องยื่นคำขอเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 263 จำเลยที่ชนะคดีซึ่งมิได้ยื่นคำขอเช่นนั้นจะขอคืนหลักประกันโดยไม่คำนึงถึงกระบวนการไม่ได้
โจทก์วางโฉนดที่ดินเป็นหลักประกันเมื่อได้วิธีการชั่วคราวก่อนศาลชั้นต้นพิพากษา ต่อมาศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ให้จำเลยชนะคดี ศาลฎีกาพิจารณาประเด็นที่ว่าจำเลยซึ่งชนะคดีแต่มิได้ยื่นคำขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 263 จะขอรับผลจากหลักประกันนอกกระบวนการนั้นไม่ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6424/2550 (2007)
เมื่อวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาได้รับอนุญาตด้วยเหตุอันสมควรและเพียงพอ โจทก์ย่อมได้รับความคุ้มครอง หากจำเลยเสียหาย ทางแก้ของจำเลยคือเรียกค่าสินไหมทดแทนจากโจทก์ตามมาตรา 263
ศาลฎีกาเห็นว่าคำขอของโจทก์มีเหตุสมควรและเพียงพอที่จะใช้วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา โจทก์จึงได้รับความคุ้มครอง และหากจำเลยเสียหาย จำเลยก็มีสิทธิเรียกร้องเอาแก่โจทก์ได้ตามมาตรา 263
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3319/2542 (1999)
ตามมาตรา 263 (1) โจทก์ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่จำเลยต่อเมื่อศาลตัดสินให้โจทก์แพ้คดี เมื่อโจทก์ยังไม่แพ้ สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนของจำเลยยังไม่เกิด จึงรับฟ้องแย้งเรียกค่าสินไหมนั้นไว้พิจารณาไม่ได้
จำเลยฟ้องแย้งเรียกค่าสินไหมทดแทนโดยอ้างว่าโจทก์ฟ้องโดยไม่สุจริตและได้วิธีการชั่วคราวที่ทำให้เสียหาย ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 263 (1) ความรับผิดเกิดต่อเมื่อโจทก์แพ้ เมื่อศาลยังไม่ตัดสินและไม่แน่ว่าโจทก์จะแพ้ สิทธิยังไม่เกิด จึงรับฟ้องแย้งไม่ได้
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
จำเลยเรียกค่าเสียหายจากวิธีการชั่วคราวที่ไม่ควรได้รับอนุญาตได้หรือไม่?
ได้ ตามมาตรา 263 จำเลยยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นภายในสามสิบวันนับแต่วันพิพากษาของศาลที่สั่งวิธีการ เมื่อคำสั่งเกิดจากความเห็นหลงไปอันเนื่องจากความผิดหรือความประมาทเลินเล่อของผู้ขอ
จำเลยฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายก่อนโจทก์แพ้ได้หรือไม่?
ไม่ได้ ตามมาตรา 263 (1) สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเกิดต่อเมื่อศาลตัดสินให้โจทก์แพ้ ขณะคดียังไม่ยุติสิทธิยังไม่เกิด จึงรับฟ้องแย้งที่ยื่นก่อนกำหนดไม่ได้