ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 277: การไต่สวนทรัพย์สินของลูกหนี้

ตัวบทกฎหมาย

ในการบังคับคดี ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับคดีมากกว่าที่ตนทราบ หรือมีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับคดีแต่ไม่ทราบว่าทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่หรือเก็บรักษาไว้ที่ใด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินใดเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องเพื่อให้ศาลทำการไต่สวนได้
เมื่อมีคำขอตามวรรคหนึ่ง หรือเมื่อศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แก่การบังคับคดีในคดีมโนสาเร่ ศาลมีอำนาจออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่เชื่อว่าอยู่ในฐานะที่จะให้ถ้อยคำอันจะเป็นประโยชน์มาศาลด้วยตนเองเพื่อการไต่สวนเช่นว่านั้นได้ และมีอำนาจสั่งให้บุคคลนั้น ๆ ส่งเอกสาร หรือวัตถุพยานซึ่งอยู่ในความยึดถือหรืออำนาจของผู้นั้นอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ทั้งนี้ ตามกำหนดและเงื่อนไขใด ๆ ที่เห็นสมควร

คำแปลภาษาอังกฤษ

In execution, if the judgment creditor has reasonable grounds to believe that the judgment debtor has property that may be subject to execution beyond what the creditor knows of, or has property subject to execution but the creditor does not know where such property is located or kept, or there are reasonable grounds to doubt whether any property belongs to the judgment debtor, the judgment creditor may file an ex parte application, in the form of a motion, for the court to conduct an inquiry.
Upon such an application under paragraph one, or where the court considers it appropriate for the purpose of execution in a summary case, the court has power to summon the judgment debtor, or another person believed to be in a position to give information that would be useful, to appear in person before the court for such an inquiry, and has power to order such persons to produce documents or material evidence in their possession or control relating to the judgment debtor's property, subject to any conditions the court considers appropriate.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 277 เป็นบทเปิดภาค 4 ลักษณะ 2 ส่วนที่ 5 ให้เครื่องมือสืบทรัพย์แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเมื่อทรัพย์ถูกซ่อนหรือติดตามยาก ใช้ในสามกรณี คือเชื่อว่าลูกหนี้มีทรัพย์มากกว่าที่ทราบ ไม่ทราบที่ตั้งของทรัพย์ที่ทราบว่ามี หรือสงสัยว่าทรัพย์เป็นของลูกหนี้จริงหรือไม่ โดยยื่นคำร้องฝ่ายเดียว หรือศาลเห็นสมควรเองในคดีมโนสาเร่ ศาลอาจหมายเรียกลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกที่รู้ข้อมูลมาไต่สวนด้วยตนเองและให้ส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์ของลูกหนี้ วิธีนี้สนับสนุนแต่แยกจากการยึดและอายัดจริง เพราะมีไว้เพื่อเปิดเผยว่าทรัพย์คืออะไรและอยู่ที่ใด

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

การสืบทรัพย์มักเป็นส่วนที่ยากที่สุดของการบังคับคดี และมาตรานี้คือเครื่องมือสำหรับเรื่องนั้น หากสงสัยว่ามีบัญชี ที่ดิน หรือหุ้นที่ไม่เปิดเผย ท่านขอให้ศาลหมายเรียกลูกหนี้และแม้แต่บุคคลภายนอก เช่น ธนาคารหรือหุ้นส่วน มาเปิดเผยและส่งเอกสารได้ พึงใช้ให้ตรงวัตถุประสงค์ คือค้นหาทรัพย์ที่ไม่ทราบหรือถูกซ่อน ส่วนทรัพย์ที่ทราบรายละเอียดอยู่แล้ว เพียงชี้ให้ยึดได้ ไม่ต้องไต่สวนตามมาตรา 277 การสร้างภาพทรัพย์สินที่ครบถ้วนแต่เนิ่น ๆ ทำให้การบังคับชำระหนี้มีผลมากขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2565 (2022)

    เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา 277 และศาลอาจหมายเรียกลูกหนี้มาไต่สวนได้

    หลังมีข้อพิพาทเรื่องค่าธรรมเนียมถอนการยึดในชั้นบังคับคดี เจ้าหนี้ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 277 และศาลชั้นต้นหมายเรียกลูกหนี้มาไต่สวน คำวินิจฉัยยืนยันว่าช่องทางไต่สวนทรัพย์สินนี้เปิดให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาใช้ค้นหาทรัพย์ของลูกหนี้ได้

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5469/2564 (2021)

    มาตรา 277 ให้ศาลทำการไต่สวนและออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่เชื่อว่าอยู่ในฐานะที่จะให้ถ้อยคำอันจะเป็นประโยชน์ มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือวัตถุพยานซึ่งอยู่ในความยึดถือหรืออำนาจของผู้นั้น เพื่อให้ได้ความเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาเพื่อประโยชน์ในการบังคับคดี เพียงเท่านั้น มาตรา 277 หาได้บัญญัติให้อำนาจศาลในการมีคำวินิจฉัยว่าทรัพย์สินใดเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินนั้นไม่ เมื่อได้ความแล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องไปดำเนินการขอยึดหรืออายัดทรัพย์สินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 298 ต่อไป คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยความเป็นเจ้าของเงินและสั่งอายัดโดยอาศัยมาตรา 277 จึงไม่ชอบ

    โจทก์ยื่นคำร้องโดยมุ่งประสงค์ขอให้ศาลทำการไต่สวนและออกหมายเรียกจำเลยทั้งสองกับบุคคลอื่นมาให้ถ้อยคำตามมาตรา 277 โดยกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 ขายสินค้าแล้วนำเงินเข้าฝากในบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 กับบุคคลอื่น อันเป็นกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา 277 ให้ศาลเพียงทำการไต่สวน ออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่เชื่อว่าจะให้ถ้อยคำอันเป็นประโยชน์ มาให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหรือวัตถุพยาน เพื่อให้ได้ความเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อประโยชน์ในการบังคับคดีเท่านั้น มิได้ให้อำนาจศาลวินิจฉัยว่าทรัพย์สินใดเป็นของลูกหนี้และสั่งอายัดทรัพย์สินนั้น เจ้าหนี้ต้องไปขอยึดหรืออายัดต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีตามมาตรา 298 คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่าเงินในบัญชีเป็นของจำเลยที่ 1 และคำสั่งอายัดจึงไม่ชอบ

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4300/2558 (2015)

    การไต่สวนตามมาตรา 277 ใช้กรณีที่เจ้าหนี้เชื่อว่าลูกหนี้มีทรัพย์อื่นแต่ไม่ทราบว่ามีอะไรและอยู่ที่ใด มิใช่สิ่งที่ต้องทำเพื่อยึดทรัพย์เพิ่มเติมที่เจ้าหนี้ทราบรายละเอียดอยู่แล้ว

    จำเลยอ้างว่าโจทก์ต้องยื่นคำร้องขอไต่สวนตามมาตรา 277 ก่อนยึดทรัพย์เพิ่มเติม ศาลฎีกาเห็นว่ามาตรา 277 ใช้เฉพาะกรณีที่เจ้าหนี้เชื่อว่าลูกหนี้มีทรัพย์อื่นแต่ไม่ทราบว่ามีอะไรและอยู่ที่ใด เมื่อโจทก์ทราบรายละเอียดของทรัพย์เพิ่มเติมอยู่แล้ว จึงไม่จำต้องไต่สวนเพื่อยึด

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 11 คดี (พ.ศ. 2509 ถึง 2565)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5469/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4300/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1847/2531 (1988)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1706/2527 (1984)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2214/2525 (1982)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 225/2524 (1981)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1376/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 804/2539 (1996)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

เจ้าหนี้จะค้นหาทรัพย์ที่ลูกหนี้ซ่อนได้อย่างไร?

ตามมาตรา 277 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่มีเหตุอันสมควรอาจยื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลไต่สวน ศาลอาจหมายเรียกลูกหนี้หรือบุคคลอื่นมาให้ถ้อยคำด้วยตนเองและส่งเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้

จะยึดทรัพย์ที่ทราบอยู่แล้วต้องไต่สวนตามมาตรา 277 หรือไม่?

ไม่ต้อง มาตรา 277 ใช้สำหรับค้นหาทรัพย์ที่ระบุหรือหาที่ตั้งไม่ได้ หรือที่สงสัยเรื่องกรรมสิทธิ์ หากทราบทรัพย์และรายละเอียดอยู่แล้ว เพียงชี้ให้ยึดได้โดยไม่ต้องไต่สวน

ศาลหมายเรียกบุคคลภายนอกได้หรือไม่ ไม่เฉพาะลูกหนี้?

ได้ ศาลอาจหมายเรียกบุคคลที่เชื่อว่ามีข้อมูลเป็นประโยชน์เกี่ยวกับทรัพย์ของลูกหนี้ เช่น ธนาคารหรือหุ้นส่วนทางธุรกิจ มาไต่สวนด้วยตนเองและให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 277
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 277. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-277/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 277
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-277/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-277/"><p>ในการบังคับคดี ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับคดีมากกว่าที่ตนทราบ หรือมีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับคดีแต่ไม่ทราบว่าทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่หรือเก็บรักษาไว้ที่ใด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินใดเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องเพื่อให้ศาลทำการไต่สวนได้ เมื่อมีคำขอตามวรรคหนึ่ง หรือเมื่อศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แก่การบังคับคดีในคดีมโนสาเร่ ศาลมีอำนาจออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่เชื่อว่าอยู่ในฐานะที่จะให้ถ้อยคำอันจะเป็นประโยชน์มาศาลด้วยตนเองเพื่อการไต่สวนเช่นว่านั้นได้ และมีอำนาจสั่งให้บุคคลนั้น ๆ ส่งเอกสาร หรือวัตถุพยานซึ่งอยู่ในความยึดถือหรืออำนาจของผู้นั้นอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ทั้งนี้ ตามกำหนดและเงื่อนไขใด ๆ ที่เห็นสมควร</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 277: <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-277/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง