277 — การไต่สวนทรัพย์สินของลูกหนี้
คนบทกฎหมาย
ในการบังคับคดี ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษามีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับคดีมากกว่าที่ตนทราบ หรือมีทรัพย์สินที่จะต้องถูกบังคับคดีแต่ไม่ทราบว่าทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่หรือเก็บรักษาไว้ที่ใด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าทรัพย์สินใดเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องเพื่อให้ศาลทำการไต่สวนได้
เมื่อมีคำขอตามวรรคหนึ่ง หรือเมื่อศาลเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แก่การบังคับคดีในคดีมโนสาเร่ ศาลมีอำนาจออกหมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลอื่นที่เชื่อว่าอยู่ในฐานะที่จะให้ถ้อยคำอันจะเป็นประโยชน์มาศาลด้วยตนเองเพื่อการไต่สวนเช่นว่านั้นได้ และมีอำนาจสั่งให้บุคคลนั้น ๆ ส่งเอกสาร หรือวัตถุพยานซึ่งอยู่ในความยึดถือหรืออำนาจของผู้นั้นอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ทั้งนี้ ตามกำหนดและเงื่อนไขใด ๆ ที่เห็นสมควร
คำแปลภาษาไทย
In execution, if the judgment creditor has reasonable grounds to believe that the judgment debtor has property that may be subject to execution beyond what the creditor knows of, or has property subject to execution but the creditor does not know where such property is located or kept, or there are reasonable grounds to doubt whether any property belongs to the judgment debtor, the judgment creditor may file an ex parte application, in the form of a motion, for the court to conduct an inquiry.
Upon such an application under paragraph one, or where the court considers it appropriate for the purpose of execution in a summary case, the court has power to summon the judgment debtor, or another person believed to be in a position to give information that would be useful, to appear in person before the court for such an inquiry, and has power to order such persons to produce documents or material evidence in their possession or control relating to the judgment debtor's property, subject to any conditions the court considers appropriate.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 277 เป็นบทเปิดภาค 4 ลักษณะ 2 ส่วนที่ 5 ให้เครื่องมือสืบทรัพย์แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเมื่อทรัพย์ถูกซ่อนหรือติดตามยาก ใช้ในสามกรณี คือเชื่อว่าลูกหนี้มีทรัพย์มากกว่าที่ทราบ ไม่ทราบที่ตั้งของทรัพย์ที่ทราบว่ามี หรือสงสัยว่าทรัพย์เป็นของลูกหนี้จริงหรือไม่ โดยยื่นคำร้องฝ่ายเดียว หรือศาลเห็นสมควรเองในคดีมโนสาเร่ ศาลอาจหมายเรียกลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกที่รู้ข้อมูลมาไต่สวนด้วยตนเองและให้ส่งเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์ของลูกหนี้ วิธีนี้สนับสนุนแต่แยกจากการยึดและอายัดจริง เพราะมีไว้เพื่อเปิดเผยว่าทรัพย์คืออะไรและอยู่ที่ใด
ความสำคัญต่อ
การสืบทรัพย์มักเป็นส่วนที่ยากที่สุดของการบังคับคดี และมาตรานี้คือเครื่องมือสำหรับเรื่องนั้น หากสงสัยว่ามีบัญชี ที่ดิน หรือหุ้นที่ไม่เปิดเผย ท่านขอให้ศาลหมายเรียกลูกหนี้และแม้แต่บุคคลภายนอก เช่น ธนาคารหรือหุ้นส่วน มาเปิดเผยและส่งเอกสารได้ พึงใช้ให้ตรงวัตถุประสงค์ คือค้นหาทรัพย์ที่ไม่ทราบหรือถูกซ่อน ส่วนทรัพย์ที่ทราบรายละเอียดอยู่แล้ว เพียงชี้ให้ยึดได้ ไม่ต้องไต่สวนตามมาตรา 277 การสร้างภาพทรัพย์สินที่ครบถ้วนแต่เนิ่น ๆ ทำให้การบังคับชำระหนี้มีผลมากขึ้น
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2565 (2022)
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา 277 และศาลอาจหมายเรียกลูกหนี้มาไต่สวนได้
หลังมีข้อพิพาทเรื่องค่าธรรมเนียมถอนการยึดในชั้นบังคับคดี เจ้าหนี้ยื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 277 และศาลชั้นต้นหมายเรียกลูกหนี้มาไต่สวน คำวินิจฉัยยืนยันว่าช่องทางไต่สวนทรัพย์สินนี้เปิดให้เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาใช้ค้นหาทรัพย์ของลูกหนี้ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5469/2564 (2021)
ตามมาตรา 277 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจขอให้หมายเรียกลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบุคคลภายนอก เช่น เจ้าของบัญชี มาไต่สวนเกี่ยวกับเงินและให้ส่งเอกสารบัญชีธนาคาร เมื่อมีเหตุเชื่อว่าเงินนั้นเป็นของลูกหนี้
เจ้าหนี้อ้างว่าเงินในบัญชีธนาคารที่มีชื่อจำเลยที่ 2 และบุคคลอื่นแท้จริงเป็นของจำเลยที่ 1 จึงขอตามมาตรา 277 ให้หมายเรียกจำเลยและบุคคลนั้นมาไต่สวนและให้ส่งสมุดบัญชี เพื่อให้ศาลวินิจฉัยกรรมสิทธิ์และอายัดเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษา
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4300/2558 (2015)
การไต่สวนตามมาตรา 277 ใช้กรณีที่เจ้าหนี้เชื่อว่าลูกหนี้มีทรัพย์อื่นแต่ไม่ทราบว่ามีอะไรและอยู่ที่ใด มิใช่สิ่งที่ต้องทำเพื่อยึดทรัพย์เพิ่มเติมที่เจ้าหนี้ทราบรายละเอียดอยู่แล้ว
จำเลยอ้างว่าโจทก์ต้องยื่นคำร้องขอไต่สวนตามมาตรา 277 ก่อนยึดทรัพย์เพิ่มเติม ศาลฎีกาเห็นว่ามาตรา 277 ใช้เฉพาะกรณีที่เจ้าหนี้เชื่อว่าลูกหนี้มีทรัพย์อื่นแต่ไม่ทราบว่ามีอะไรและอยู่ที่ใด เมื่อโจทก์ทราบรายละเอียดของทรัพย์เพิ่มเติมอยู่แล้ว จึงไม่จำต้องไต่สวนเพื่อยึด
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
เจ้าหนี้จะค้นหาทรัพย์ที่ลูกหนี้ซ่อนได้อย่างไร?
ตามมาตรา 277 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่มีเหตุอันสมควรอาจยื่นคำร้องฝ่ายเดียวขอให้ศาลไต่สวน ศาลอาจหมายเรียกลูกหนี้หรือบุคคลอื่นมาให้ถ้อยคำด้วยตนเองและส่งเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้
จะยึดทรัพย์ที่ทราบอยู่แล้วต้องไต่สวนตามมาตรา 277 หรือไม่?
ไม่ต้อง มาตรา 277 ใช้สำหรับค้นหาทรัพย์ที่ระบุหรือหาที่ตั้งไม่ได้ หรือที่สงสัยเรื่องกรรมสิทธิ์ หากทราบทรัพย์และรายละเอียดอยู่แล้ว เพียงชี้ให้ยึดได้โดยไม่ต้องไต่สวน
ศาลหมายเรียกบุคคลภายนอกได้หรือไม่ ไม่เฉพาะลูกหนี้?
ได้ ศาลอาจหมายเรียกบุคคลที่เชื่อว่ามีข้อมูลเป็นประโยชน์เกี่ยวกับทรัพย์ของลูกหนี้ เช่น ธนาคารหรือหุ้นส่วนทางธุรกิจ มาไต่สวนด้วยตนเองและให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง