กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

32: ละเมิดอำนาจศาลโดยหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์

คนบทกฎหมาย

เจ้าของบทประพันธ์หรือผู้พิมพ์โฆษณาซึ่งเขียนบทความหรือสิ่งพิมพ์อันออกโฆษณาต่อประชาชนทั่วไปและประสิทธิภาพของบุคคลจะได้รู้ถึงซึ่งข้อความหรือการออกโฆษณาของหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์เช่นว่านั้นอาจถือว่าได้องค์กรผิดฐานอำนาจศาลกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างจะกล่าวต่อไป
(๑) ตรวจสอบเวลาใด ๆ ในหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์เช่นว่ามานั้นได้กล่าวหรือแสดงไม่ว่าวิธีใด ๆ ก็ตามที่เป็นข้อความหรืออันอันเป็นความจริงหรือพฤติข้อเสียอื่น ๆ ที่เป็นคดีหรือกระบวนการพิจารณาใด ๆ ที่เป็นคดีซึ่งเพื่อความเหมาะสมหรือเพื่อคุ้มครองสาธารณประโยชน์ ศาลได้มีคำสั่งห้ามออกโฆษณาสิ่งอำนวยความสะดวกโดยวิธีเพียงแต่พิจารณาโดยไม่เปิดเผยหรือโดยวิธีห้ามออกโฆษณาโดยชัดแจ้ง
(๒) หนังสือพิมพ์หรือสื่อต่างๆ ได้กล่าวหรือแสดงไม่ว่าโดยวิธีใดๆ ก็ตามที่เห็นได้ชัดของคดีไปจนมีคำพิพากษาเป็นที่สุดซึ่งข้อความหรือจุดประสงค์ให้ครอบคลุมความรู้สึกของประชาชนหรือเหนือศาลหรือเหนือคู่ความหรือเหนือระบบแห่งคดีซึ่งพอเห็นการจับกุมคดีเสียความยุติธรรมไปเช่นก การแสดงผิดจากข้อเท็จจริงแห่งคดีหรือข. เป็นรายงานหรือเรื่องย่อเรื่องหรือวิภาคซึ่งเป็นการพิจารณาคดีอย่างเป็นกลางและเป็นเรื่องราวหรือค. ถือเป็นวิภาคโดยไม่เป็นธรรมซึ่งการดำเนินคดีของคู่ความหรือคำพิสูจน์พิสูจน์หรือลักษณะนิสัยของคู่ความหรือการฟังข่าวการแถลงข้อความอันเป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของคู่ความหรือคำอธิบายพิสูจน์ถึงว่าข้อความอธิบายจะเป็นความจริงหรือง เป็นการชักจูงให้เกิดมีคำที่เป็นเท็จเพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ให้นำการวิเคราะห์สาระสำคัญในมาตรา 4 นี้กิจกรรมการพิมพ์ พุทธศักราช ๒๔๗๖ ใช้บังคับ

คำแปลภาษาไทย

ผู้ใดก็ตามที่เป็นผู้เขียน บรรณาธิการ หรือผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ที่เผยแพร่สู่สาธารณะ ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะทราบถึงเนื้อหาหรือการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ดังกล่าวหรือไม่ก็ตาม จะถือว่ากระทำความผิดฐานดูหมิ่นศาลในกรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปนี้:
(1) ในเวลาใดก็ตาม หากหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ดังกล่าวได้ระบุหรือแสดงเนื้อหาหรือความคิดเห็นใดๆ โดยวิธีการใดๆ ก็ตามที่เปิดเผยข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์อื่นๆ ของคดี หรือการดำเนินคดีใดๆ ซึ่งศาลได้มีคำสั่งห้ามการเผยแพร่เพื่อความเหมาะสมหรือเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์สาธารณะ ไม่ว่าจะโดยการสั่งให้ดำเนินการพิจารณาคดีโดยไม่เปิดเผย หรือโดยการห้ามการเผยแพร่โดยชัดแจ้ง;
(2) หากหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ได้กล่าวหรือแสดงโดยวิธีการใดๆ ในระหว่างการพิจารณาคดีจนถึงเวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุด เนื้อหาหรือความคิดเห็นใดๆ ที่มีเจตนาที่จะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของสาธารณชน หรือศาล หรือคู่ความ หรือพยานในคดี ในลักษณะที่อาจถูกมองว่ามีแนวโน้มที่จะทำให้การพิจารณาคดีขาดความยุติธรรม เช่น:
(ก) การบิดเบือนข้อเท็จจริงของคดี หรือ
(ข) เป็นรายงาน สรุป หรือความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีในลักษณะที่ไม่เป็นกลางและไม่ถูกต้อง หรือ
(ค) เป็นการแสดงความคิดเห็นที่ไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการดำเนินคดีของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือเกี่ยวกับคำให้การหรือพยานหลักฐาน หรือเกี่ยวกับลักษณะนิสัยและพฤติกรรมของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือพยาน รวมถึงการกล่าวถ้อยคำที่ทำให้เสียชื่อเสียงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือพยาน แม้ว่าถ้อยคำเหล่านั้นจะเป็นความจริงก็ตาม หรือ
(d) ชักจูงให้ให้การเท็จ.
เพื่อวัตถุประสงค์ของมาตรานี้ ให้ใช้คำจำกัดความทั้งหมดในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2419.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 32 ขยายการตรวจสอบฐานอำนาจศาลไปจนถึงสื่อและสิ่งพิมพ์และที่สำคัญคือให้ผู้แต่งบทประพันธ์หรือผู้พิมพ์โฆษณาต้องรับผิดเพื่อรู้หรือส่วนสองกรณีคือ (1) การเผยแพร่สิ่งที่ศาลสั่งห้ามโฆษณาโดยการพิจารณาโดยไม่เปิดเผยหรือห้ามโฆษณาโดยแจ้งและ (2) การเผยแพร่อย่างชัดเจนในคดีคดีถึงที่สุดซึ่งข้อความที่มุ่งให้ผู้ชมเหนือศาลคู่ความหรือสอบสวนที่จุดเห็นข่าวคราวที่เสียหายถึงข่าวตัวอย่างสี่ประการการแสดงความผิดจากข้อเท็จจริงที่ไม่เด่นชัด การวิภาคโดยไม่เป็นธรรมแม้เป็นความจริงอย่างหนึ่งในการชักจูงให้เกิดคำวิจารณ์เท็จหลักๆ กรณี (2) นั่นคือข้อความนั้นพอเห็นมัลติฟังก์ชั่นที่เสียประโยชน์หรือบางครั้งในลักษณะที่ไม่เป็นคุณสมบัติของศาลที่เปิดให้วิเคราะห์คำวิจารณ์ในมาตรา 4 เป็นครั้งแรกที่มีการพิมพ์ พุทธศักราช 2476 มาประยุกต์ใช้

ความสำคัญต่อ

สำหรับนักข่าวนำพิมพ์โฆษณามาตรา 32 เป็นผู้รายงานที่แท้จริงในการรายงานคดีที่การพิจารณาคดีเพราะอาจต้องรับผิดแม้จะไม่รู้ถึงข้อความและการนำเสนอถึงการวิชั่นความจริงแต่ไม่เป็นธรรมที่จะชี้ขาด มักอยู่ที่ว่าการเผยแพร่นั้นพอเห็นการดำเนินการที่เสียหายหรือเป็นผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของผลที่ไม่อาจตรวจพบอำนาจศาลแต่ข้อความที่มุ่งให้ต่อเนื่องเหนือศาลข่าว หรือประชาชนทั่วไปได้ควรเคารพคำสั่งห้ามโฆษณาหรือพิจารณาลับอย่างจริงจัง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 2611/2523 (1980)

    การลงข้อความในโพสต์เป็นเชิงเปรียบเทียบเปรียบเปรยให้ในส่วนของระบบสั่งเลื่อนคดีโดยไม่ยุติธรรมโดยไม่แสดงให้มองเห็นเหนือความรู้สึกของบรรยากาศและเหนือประติมากรรมจนทำให้สูญเสียความสมดุลของผู้ผลิตโฆษณามีความผิดตามมาตรา 32 (2)

    โพสต์ลงข้อความและบทความเป็นเชิงเปรียบเทียบเพื่อนำเสนอในส่วนของโรงแรมสั่งเลื่อนคดีโดยไม่ยุติธรรมหาความยุติธรรมไม่ได้ศาลเห็นว่าแสดงให้มองเห็นเหนือความรู้สึกของลองดูและเหนือกระจกจนทำให้สูญเสียความยุติธรรม เผยแพร่ผู้พิมพ์โฆษณาที่ไม่ผิดกฎหมายตามมาตรา 32 (2) ศาลฎีกาพิพากษายืนใน 2 เดือน

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1896/2531 (1988)

    ข้อความที่ลงพิมพ์ไม่จำเป็นต้องมีการพิจารณาคดีความยุติธรรมเสียประโยชน์หรือผู้ช่วยย่อมไม่มีความผิดฐานอำนาจศาลตามมาตรา 32

    ศาลวินิจฉัยว่าข้อความในชื่อเสียงที่ลงพิมพ์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีและขอดำเนินการคดีอย่างคนอนาถ ไม่ถึงว่าจะทำให้คดีเสียหายเสียความยุติธรรมผู้มีอำนาจมักจะพูดถึงบทความที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นการพิจารณาคดีในลักษณะของอำนาจศาลตามมาตรา 32

  3. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 881/2490 (1947)

    การพิจารณาคดีฐานอำนาจศาลตามมาตรา 32 ถึง 33 เป็นคดีที่มีอัตราพิพากษาไม่ถึงสิบปีจำเลยรับสารภาพศาลย่อมฟังข้อเท็จจริงตามนั้นและพิพากษาได้ทันที ผู้ถูกลงโทษจะร้องขอความยุติธรรมฎีกาขอให้รื้อฟื้นข้อเท็จจริงขึ้นพิจารณาใหม่ไม่ได้

    ศาลวินิจฉัยว่าคดีดังกล่าวมีอำนาจศาลตามมาตรา 32 ถึง 33 เป็นคดีมีอัตราการพิพากษาไม่ถึงสิบปีในจำเลยรับสารภาพศาลมักจะฟังข้อเท็จจริงตามนั้นและพิพากษาได้ทันทีตามการพิจารณากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 ผู้ถูกกล่าวหาจะร้องเรียนฎีกาขอให้รื้อฟื้นข้อเท็จจริงขึ้นพิจารณาใหม่ไม่ได้

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 4 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2559)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 635/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1896/2531 (1988)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2611/2523 (1980)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 881/2490 (1947)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

หนังสือพิมพ์แห่งอำนาจศาลได้

ได้ตามมาตรา 32 ผู้ประพันธ์บทประพันธ์ หรือผู้พิมพ์โฆษณาอาจถือว่ามีศูนย์กลางอำนาจที่ฟังไม่รู้ถึงข้อความ หากการเผยแพร่ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามโฆษณาหรือเป็นผลทำให้สูญเสียความยุติธรรม

ผู้กำกับตามความจริงเป็นความยุติธรรมแห่งความยุติธรรม...

อาจได้มาตรา 32 ไดรฟ์การวิภาคโดยไม่เป็นธรรมต่อคู่คำพูดหรือหลักฐานหลักฐานรวมถึงข้อความที่ทำให้เกิดความเสียหายชื่อเสียงแม้จะเป็นความจริงแต่พอเห็นจะทำให้สูญเสียความยุติธรรม

หลักการควบคุมอำนาจศาลโดยสื่อตามมาตรา 32

ตามกรณี (2) หลักคือข้อความที่นำไปสู่การปล่อยให้เหนือประชาชนพลเรือน คู่ความหรือฟังค์ชั่นที่เห็นได้ชัดจะทำให้เสียความยุติธรรมหรือบางครั้งในลักษณะที่ไม่ถือเป็นคุณสมบัติของศาล

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 32 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 32. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-32/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 32
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-32/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-32/"><p>ผู้ใดเป็นผู้ประพันธ์ บรรณาธิการ หรือผู้พิมพ์โฆษณาซึ่งหนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์อันออกโฆษณาต่อประชาชน ไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะได้รู้ถึงซึ่งข้อความหรือการออกโฆษณาแห่งหนังสือพิมพ์ หรือสิ่งพิมพ์เช่นว่านั้นหรือไม่ ให้ถือว่าได้กระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างดังจะกล่าวต่อไปนี้ (๑) ไม่ว่าเวลาใด ๆ ถ้าหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์เช่นว่ามานั้นได้กล่าวหรือแสดงไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ซึ่งข้อความหรือความเห็นอันเป็นการเปิดเผยข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์อื่น ๆ แห่งคดี หรือกระบวนพิจารณาใด ๆ แห่งคดี ซึ่งเพื่อความเหมาะสมหรือเพื่อคุ้มครองสาธารณประโยชน์ ศาลได้มีคำสั่งห้ามการออกโฆษณาสิ่งเหล่านั้น ไม่ว่าโดยวิธีเพียงแต่สั่งให้พิจารณาโดยไม่เปิดเผยหรือโดยวิธีห้ามการออกโฆษณาโดยชัดแจ้ง (๒) ถ้าหนังสือพิมพ์หรือสิ่งพิมพ์ ได้กล่าวหรือแสดงไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ในระหว่างการพิจารณาแห่งคดีไปจนมีคำพิพากษาเป็นที่สุด ซึ่งข้อความหรือความเห็นโดยประสงค์ให้มีอิทธิพลเหนือความรู้สึกของประชาชน หรือเหนือศาลหรือเหนือคู่ความหรือเหนือพยานแห่งคดีซึ่งพอเห็นได้ว่าจะทำให้การพิจารณาคดีเสียความยุติธรรมไป เช่นก. เป็นการแสดงผิดจากข้อเท็จจริงแห่งคดี หรือข. เป็นรายงานหรือย่อเรื่องหรือวิภาค ซึ่งกระบวนพิจารณาแห่งคดีอย่างไม่เป็นกลางและไม่ถูกต้อง หรือค. เป็นการวิภาคโดยไม่เป็นธรรม ซึ่งการดำเนินคดีของคู่ความ หรือคำพยานหลักฐาน หรือนิสัยความประพฤติของคู่ความหรือพยาน รวมทั้งการแถลงข้อความอันเป็นการเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของคู่ความหรือพยาน แม้ถึงว่าข้อความเหล่านั้นจะเป็นความจริง หรือง. เป็นการชักจูงให้เกิดมีคำพยานเท็จเพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้นำวิเคราะห์ศัพท์ทั้งปวงในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการพิมพ์…</p><footer>Civil Procedure Code, s. 32 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-32/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง