361 — จับกุมและกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษา
คนบทกฎหมาย
ภายใต้บังคับบทบัญญัติหมวด ๔ การบังคับคดีในกรณีที่ให้ขับไล่ ในกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจงใจขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ และไม่มีวิธีการบังคับอื่นใดที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะใช้บังคับได้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจมีคำขอฝ่ายเดียว ให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ได้
เมื่อได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลพิจารณาคำขอโดยเร็ว หากเป็นที่พอใจจากพยานหลักฐานซึ่งเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำมาสืบหรือที่ศาลเรียกมาสืบว่า ลูกหนี้ตามคำพิพากษาสามารถที่จะปฏิบัติตามคำบังคับได้ถ้าได้กระทำการโดยสุจริต และเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่มีวิธีการบังคับอื่นใดที่จะใช้บังคับได้ ให้ศาลออกหมายจับลูกหนี้ตามคำพิพากษา
ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษามาศาลหรือถูกจับตัวมา แต่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่อาจแสดงเหตุอันสมควรในการที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับได้ ศาลมีอำนาจสั่งกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาทันทีหรือในวันหนึ่งวันใดที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษายังคงขัดขืนอยู่ก็ได้ หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาแสดงเหตุอันสมควรในการที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับได้ หรือตกลงที่จะปฏิบัติตามคำบังคับทุกประการ ศาลจะมีคำสั่งให้ยกคำขอ หรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้
คำแปลภาษาไทย
Subject to the provisions of Chapter 4 on execution in the case of eviction, where the judgment debtor intentionally disobeys and fails to comply with the writ of execution and there is no other method of enforcement available for the judgment creditor to use, the judgment creditor may make an ex parte application for the court to order the arrest and detention of the judgment debtor.
Upon receiving the application under paragraph one, the court shall consider the application without delay. If the court is satisfied, from the evidence adduced by the judgment creditor or called for by the court, that the judgment debtor is able to comply with the writ of execution if acting in good faith, and that the judgment creditor has no other method of enforcement available, the court shall issue a warrant to arrest the judgment debtor.
If the judgment debtor appears before the court or is arrested and brought before it, but the judgment debtor cannot show reasonable cause for failing to comply with the writ of execution, the court has the power to order the detention of the judgment debtor immediately or on any day on which the judgment debtor continues to disobey. If the judgment debtor shows reasonable cause for failing to comply with the writ of execution, or agrees to comply with the writ in every respect, the court may order that the application be dismissed or make any other order as it considers appropriate.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา ๓๖๑ เป็นหัวใจของหมวด ๗ ว่าด้วยการจับกุมและกักขังเพื่อบังคับให้ปฏิบัติตามคำบังคับ ใช้เมื่อไม่มีวิธีบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินได้ เช่น คำสั่งให้กระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันเป็นการเฉพาะตัว มาตรานี้มีขอบเขตแคบโดยเจตนา เจ้าหนี้ต้องแสดงว่าลูกหนี้จงใจขัดขืน สามารถปฏิบัติได้หากทำโดยสุจริต และไม่มีวิธีบังคับอื่น ทั้งยื่นเป็นคำขอฝ่ายเดียวเพื่อมิให้ลูกหนี้หลบเลี่ยง บทนี้ถูกอ้างถึงตลอดทั้งหมวด ทั้งการกักขังตามมาตรา ๓๖๒ และ ๓๖๓ ผู้ประกันที่ขัดขวางตามมาตรา ๓๖๔ และการดำเนินคดีอาญาตามมาตรา ๓๖๕ ปรับปรุงและจัดเลขใหม่โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๖๐ และใช้ในศาลชำนัญพิเศษด้วย เช่น ตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ
ความสำคัญต่อ
การจับกุมและกักขังเป็นมาตรการกดดันที่รุนแรงที่สุดของศาลแพ่ง แต่ไม่ใช่ทางลัดในการทวงหนี้ เพราะมุ่งเอาแก่ลูกหนี้ที่สามารถปฏิบัติตามคำสั่งเฉพาะตัวได้แต่จงใจไม่ทำ ไม่ใช่ลูกหนี้ที่ไม่มีเงินชำระ ศาลจะเรียกพยานหลักฐานทั้งเรื่องความสามารถและความไม่สุจริตก่อนออกหมายจับ และในกรณีนิติบุคคล ศาลสั่งจับกรรมการหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนที่ควบคุมการปฏิบัติได้ หากปัญหาที่แท้จริงคือหนี้เงินตามคำพิพากษาที่ยังไม่ชำระ ควรใช้วิธียึดและขายทอดตลาดตามปกติผ่านทนายความทวงหนี้ ไม่ใช่มาตรา ๓๖๑
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1167/2564 (2021)
เมื่อนิติบุคคลซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาขัดขืนคำบังคับ ศาลสั่งจับกุมกรรมการผู้จัดการในฐานะผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลพร้อมกับลูกหนี้ที่เป็นบุคคลธรรมดาได้ โดยนำมาตรา ๓๖๑ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้ (ในคดีนี้ผ่านมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศฯ)
ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นสั่งจับกุมกรรมการผู้จัดการของจำเลยในฐานะผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลพร้อมจำเลยที่ ๓ ตามคำขอของโจทก์ตามมาตรา ๓๖๑ ได้โดยชอบ ไม่เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่เพิกถอนหมายจับ จึงพิพากษากลับให้บังคับตามคำสั่งศาลชั้นต้น
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งถูกจับกุมได้หรือไม่
ได้ แต่เฉพาะกรณีที่จำกัด ตามมาตรา ๓๖๑ หากลูกหนี้จงใจขัดขืนคำบังคับ สามารถปฏิบัติได้หากทำโดยสุจริต และไม่มีวิธีบังคับอื่น ศาลออกหมายจับและกักขังได้
ใช้มาตรา ๓๖๑ ทวงหนี้เงินได้หรือไม่
ไม่ได้ มาตรา ๓๖๑ มุ่งเอาแก่ลูกหนี้ที่สามารถปฏิบัติหนี้เฉพาะตัวได้แต่จงใจปฏิเสธ ไม่ใช่ผู้ที่ไม่มีเงินชำระ หนี้เงินตามคำพิพากษาบังคับได้ด้วยการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินแทน
ลูกหนี้จะได้รับแจ้งก่อนยื่นคำขอจับกุมหรือไม่
ไม่ เจ้าหนี้ยื่นคำขอฝ่ายเดียวคือไม่ต้องแจ้งลูกหนี้ล่วงหน้า และศาลพิจารณาโดยเร็วเพื่อมิให้ลูกหนี้หลบเลี่ยงกระบวนการ