50 — การลงลายมือชื่อในรายงานและเอกสาร
คนบทกฎหมาย
ถ้าคู่ความฝ่ายใด หรือบุคคลใดจะต้องลงลายมือชื่อในรายงานใดเพื่อแสดงรับรู้รายงานนั้น หรือจะต้องลงลายมือชื่อในเอกสารใดเพื่อรับรองการอ่านหรือการส่งเอกสารเช่นว่านั้น
(๑) การลงลายมือ พิมพ์นิ้วมือ แกงได หรือเครื่องหมายอย่างอื่นที่ได้ทำต่อหน้าศาลนั้น ไม่จำต้องมีลายมือชื่อของพยานสองคนรับรอง
(๒) ถ้าคู่ความหรือบุคคลที่จะต้องลงลายมือชื่อในรายงานดังกล่าวแล้ว ลงลายมือชื่อไม่ได้ หรือไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้ศาลทำรายงานจดแจ้งเหตุที่ไม่มีลายมือชื่อเช่นนั้นไว้แทนการลงลายมือชื่อ
คำแปลภาษาไทย
If any party or any person is required to sign any report in order to acknowledge that report, or is required to sign any document in order to certify the reading or the service of such a document: (1) the signature, thumbprint, mark, or other sign made before the court need not be certified by the signatures of two witnesses; (2) if the party or person required to sign such a report is unable to sign or refuses to sign, the court shall make a report recording the reason for the absence of the signature in lieu of the signature.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 50 วางหลักปฏิบัติสองข้อเรื่องการลงลายมือชื่อในรายงานและเอกสารของศาลที่คู่ความหรือบุคคลต้องลงชื่อเพื่อรับรอง ข้อแรก การลงลายมือชื่อ พิมพ์นิ้วมือ แกงได หรือเครื่องหมายอื่นที่ทำต่อหน้าศาล ไม่ต้องมีพยานสองคนรับรอง เป็นการลดพิธีการตามปกติสำหรับลายมือชื่อที่ทำต่อหน้าศาล ข้อสอง หากผู้นั้นลงลายมือชื่อไม่ได้หรือไม่ยอมลง ให้ศาลจดแจ้งเหตุที่ไม่มีลายมือชื่อไว้แทน รายงานจึงยังใช้ได้แม้ไม่มีลายมือชื่อ บทนี้เสริมมาตรา 48 และ 49 เรื่องการจดรายงานและพยานหลักฐาน กล่าวคือ รายงานยังคงมีผลแม้คู่ความไม่ยอมลงชื่อ หากศาลจดเหตุไว้ ศาลตีความอนุมาตรา (2) อย่างกว้าง โดยถือว่าคู่ความที่แถลงต่อศาลแล้วออกจากห้องพิจารณาไปโดยไม่รออ่านและลงชื่อในรายงาน เป็นการไม่ยอมลงลายมือชื่อ
ความสำคัญต่อ
การไม่ยอมลงชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาไม่ได้ลบล้างรายงานนั้น ศาลเพียงจดเหตุที่ท่านไม่ลงชื่อ และรายงานยังคงมีผล การเดินออกหรือปฏิเสธไม่ลงชื่อจึงไม่ใช่วิธีปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้นในนัดพิจารณา เช่นเดียวกัน การออกไปก่อนอ่านและลงชื่อในรายงานอาจถือเป็นการไม่ยอมลงลายมือชื่อ หากท่านไม่เห็นด้วยกับข้อความในรายงาน ทางที่ถูกคือขอแก้ไขตามมาตรา 49 มิใช่การไม่ยอมลงชื่อ ลายมือชื่อ พิมพ์นิ้วมือ หรือเครื่องหมายที่ทำต่อหน้าศาลใช้ได้โดยไม่ต้องมีพยานเพิ่ม
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6958/2557 (2014)
ตามมาตรา 50 (2) คู่ความไม่จำต้องอยู่รับฟังการอ่านรายงาน เมื่อคู่ความแถลงต่อศาลแล้วออกจากห้องพิจารณาไปโดยไม่รอลงชื่อ ถือว่าเป็นการไม่ยอมลงลายมือชื่อ และศาลจดแจ้งเหตุไว้แทนการลงลายมือชื่อ
ปัญหาข้อหนึ่งคือ รายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 20 กันยายน 2553 ที่จำเลยทั้งสามไม่เคยลงลายมือชื่อ จะรับฟังได้หรือไม่ว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันซื้อสุกรจากโจทก์และเป็นหนี้ 514,000 บาท ศาลฎีกาเห็นว่ามาตรา 50 (2) ไม่ได้กำหนดว่าคู่ความที่ต้องลงลายมือชื่อจะต้องอยู่รับฟังการอ่านรายงาน เมื่อจำเลยทั้งสามแถลงต่อศาลแล้วออกจากห้องพิจารณาไปโดยไม่รอฟังการอ่านและลงชื่อ ก็ถือว่าจำเลยทั้งสามไม่ยอมลงลายมือชื่อในรายงานตามความหมายของมาตรา 50
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4753/2565 (2022)
เมื่อคู่ความไม่ลงชื่อในรายงานกระบวนพิจารณา แต่ศาลจดแจ้งเหตุที่ไม่ลงลายมือชื่อไว้ตามมาตรา 50 (2) ย่อมถือว่าคู่ความนั้นทราบเรื่องที่จดไว้ เช่น การที่มีการนำเงินมาวางศาลให้มารับ
ศาลชั้นต้นจดในรายงานกระบวนพิจารณาวันที่ 3 สิงหาคม 2559 ว่าจำเลยนำเงินมาวางศาลและให้โจทก์ติดต่อรับเงิน แม้โจทก์ไม่ลงชื่อในรายงาน แต่ศาลได้จดแจ้งเหตุที่โจทก์ไม่ลงลายมือชื่อไว้ตามมาตรา 50 (2) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ทั้งต่อมาโจทก์ยังระบุถึงการวางเงินในอุทธรณ์ จึงต้องถือว่าโจทก์ทราบว่าจำเลยนำเงินมาวางศาลและมีสิทธิขอรับเงินได้ตั้งแต่วันดังกล่าว
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ถ้าเราไม่ยอมลงชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาจะเป็นอย่างไร
ตามมาตรา 50 (2) หากท่านลงลายมือชื่อไม่ได้หรือไม่ยอมลง ศาลจะจดแจ้งเหตุที่ไม่มีลายมือชื่อไว้แทน รายงานยังคงมีผล การไม่ยอมลงชื่อไม่ได้ทำให้รายงานเสียไป
ลายมือชื่อที่ทำต่อหน้าศาลต้องมีพยานสองคนหรือไม่
ไม่ต้อง ตามมาตรา 50 (1) การลงลายมือชื่อ พิมพ์นิ้วมือ แกงได หรือเครื่องหมายอื่นที่ทำต่อหน้าศาล ไม่จำต้องมีลายมือชื่อของพยานสองคนรับรอง