ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 51: หน้าที่ศาลในการจัดเก็บสารบบและสำนวน
ตัวบทกฎหมาย
ให้เป็นหน้าที่ของศาลที่จะปฏิบัติดังนี้
(๑) ลงทะเบียนคดีในสารบบความของศาลตามลำดับที่รับไว้ กล่าวคือ ตามวันและเวลาที่ยื่นหรือเสนอคำฟ้องเพื่อเริ่มคดีต่อศาล ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้
(๒) ลงทะเบียนคำพิพากษา หรือคำสั่งชี้ขาดคดีทั้งหมดของศาลในสารบบคำพิพากษา
(๓) รวบรวมรายงานและเอกสารที่ส่งต่อศาลหรือศาลทำขึ้น กับคำสั่งและคำพิพากษาของศาล ไว้ในสำนวนความเรื่องนั้น แล้วเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย
(๔) คัดสำเนาคำพิพากษา คำสั่ง ชี้ขาดคดี แล้วเก็บรักษาไว้เรียงตามลำดับและในที่ปลอดภัย
(๕) เก็บรักษาสารบบและสมุดของศาล เช่นสารบบความและสารบบคำพิพากษาไว้ในที่ปลอดภัยการจัดทำสารบบความหรือสารบบคำพิพากษา การรวบรวมเอกสารในสำนวนความ และการเก็บรักษาสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีตามวรรคหนึ่ง
(๑)
(๒)
(๓)
(๔) และ
(๕) อาจกระทำในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ และให้ถือว่าสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวที่รับรองโดยวิธีการที่ศาลกำหนดเป็นสำเนาสารบบความหรือสารบบคำพิพากษา หรือเป็นสำเนาเอกสารในสำนวนความ แล้วแต่กรณี และให้ใช้แทนต้นฉบับได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และเมื่อข้อกำหนดนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
It shall be the duty of the court to do the following: (1) to register cases in the court's cause list in the order in which they are received, that is, according to the date and time of the filing or submission of the plaint commencing the case before the court, as provided in this Code; (2) to register all judgments or orders adjudicating cases in the judgment register; (3) to collect the reports and documents submitted to the court or made by the court, together with the orders and judgments of the court, in the case file, and to keep them in a safe place; (4) to make copies of judgments and orders adjudicating cases and to keep them arranged in order and in a safe place; (5) to keep the registers and books of the court, such as the cause list and the judgment register, in a safe place. The preparation of the cause list or the judgment register, the collection of documents in the case file, and the keeping of copies of judgments or orders adjudicating cases under paragraph one (1), (2), (3), (4), and (5) may be done in electronic form, and a printout of such electronic data certified by the method prescribed by the court shall be deemed to be a copy of the cause list or the judgment register, or a copy of a document in the case file, as the case may be, and may be used in place of the original, in accordance with the rules and procedures laid down in a regulation of the President of the Supreme Court with the approval of the plenary session of the Supreme Court; and once such regulation is published in the Government Gazette, it shall be enforceable.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 51 กำหนดหน้าที่ทางธุรการในการจัดเก็บสารบบและสำนวนของศาล อันเป็นบทปิดหมวด 5 ว่าด้วยรายงานและสำนวนความ โดยให้ศาลลงทะเบียนคดีในสารบบความตามลำดับที่รับตามวันและเวลาที่ยื่นฟ้อง ลงทะเบียนคำพิพากษาและคำสั่งชี้ขาดคดีทั้งหมดในสารบบคำพิพากษา รวบรวมและเก็บรักษารายงาน เอกสาร คำสั่ง และคำพิพากษาไว้ในสำนวนในที่ปลอดภัย คัดสำเนาคำพิพากษาและคำสั่งเก็บไว้ และเก็บรักษาสารบบและสมุดของศาลไว้ในที่ปลอดภัย วรรคสองปรับให้ทันสมัยโดยให้จัดทำในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ได้ และให้สิ่งพิมพ์ออกที่รับรองแล้วมีฐานะเป็นสำเนาที่ใช้แทนต้นฉบับได้ ตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา บทนี้ใช้ร่วมกับมาตรา 48 ถึง 50 ในการกำหนดว่าศาลสร้าง รับรอง และเก็บรักษาสำนวนคดีอย่างไร
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
มาตรานี้ว่าด้วยวิธีที่ศาลจัดการสำนวนมากกว่าจะเป็นข้อที่นำมาโต้แย้ง แต่ก็มีประโยชน์ในทางปฏิบัติ เนื่องจากศาลลงทะเบียนคดีตามลำดับที่ยื่นตามวันและเวลา ช่วงเวลาที่ยื่นจึงอาจมีผลเมื่อมีปัญหาเรื่องลำดับก่อนหลัง อีกทั้งศาลยังเก็บสำนวนและสารบบคำพิพากษาอย่างเป็นทางการซึ่งท่านขอคัดสำเนาที่รับรองได้ เป็นประโยชน์ต่อการบังคับคดี การอุทธรณ์ฎีกา หรือการใช้คำพิพากษาในต่างประเทศ และสิ่งพิมพ์ออกทางอิเล็กทรอนิกส์ที่รับรองแล้วใช้แทนต้นฉบับได้ หากต้องการสำเนาคำพิพากษาหรือเอกสารในสำนวนที่รับรอง ให้ติดต่อศาลที่ลงทะเบียนคดีไว้
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 2 คดี (พ.ศ. 2532 ถึง 2563)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5315/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2754/2532 (1989)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ศาลติดตามคดีและคำพิพากษาอย่างไร
ตามมาตรา 51 ศาลลงทะเบียนคดีในสารบบความตามลำดับที่รับ ลงทะเบียนคำพิพากษาและคำสั่งชี้ขาดคดีทั้งหมดในสารบบคำพิพากษา และเก็บรักษาสำนวนกับสำเนาคำพิพากษาไว้ในที่ปลอดภัย
ศาลเก็บรักษาสำนวนในรูปอิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 51 วรรคสอง สารบบความ สารบบคำพิพากษา สำนวน และสำเนาคำพิพากษาอาจจัดทำในรูปข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ และสิ่งพิมพ์ออกที่รับรองแล้วใช้แทนต้นฉบับได้ตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 51 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 51. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-51/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 51 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-51/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-51/"><p>ให้เป็นหน้าที่ของศาลที่จะปฏิบัติดังนี้ (๑) ลงทะเบียนคดีในสารบบความของศาลตามลำดับที่รับไว้ กล่าวคือ ตามวันและเวลาที่ยื่นหรือเสนอคำฟ้องเพื่อเริ่มคดีต่อศาล ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้ (๒) ลงทะเบียนคำพิพากษา หรือคำสั่งชี้ขาดคดีทั้งหมดของศาลในสารบบคำพิพากษา (๓) รวบรวมรายงานและเอกสารที่ส่งต่อศาลหรือศาลทำขึ้น กับคำสั่งและคำพิพากษาของศาล ไว้ในสำนวนความเรื่องนั้น แล้วเก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย (๔) คัดสำเนาคำพิพากษา คำสั่ง ชี้ขาดคดี แล้วเก็บรักษาไว้เรียงตามลำดับและในที่ปลอดภัย (๕) เก็บรักษาสารบบและสมุดของศาล เช่นสารบบความและสารบบคำพิพากษาไว้ในที่ปลอดภัยการจัดทำสารบบความหรือสารบบคำพิพากษา การรวบรวมเอกสารในสำนวนความ และการเก็บรักษาสำเนาคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีตามวรรคหนึ่ง (๑) (๒) (๓) (๔) และ (๕) อาจกระทำในรูปแบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ และให้ถือว่าสิ่งพิมพ์ออกของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวที่รับรองโดยวิธีการที่ศาลกำหนดเป็นสำเนาสารบบความหรือสารบบคำพิพากษา หรือเป็นสำเนาเอกสารในสำนวนความ แล้วแต่กรณี และให้ใช้แทนต้นฉบับได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และเมื่อข้อกำหนดนั้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้</p><footer>Civil Procedure Code, s. 51 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-51/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา