ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 52: การส่งสำนวนความที่เสร็จเด็ดขาดแล้วไปกระทรวงยุติธรรม

ตัวบทกฎหมาย

เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งอันเป็นเด็ดขาดถึงที่สุดแล้วเรื่องใดได้มีการปฏิบัติตาม หรือบังคับไปแล้ว หรือระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการบังคับนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว ให้ศาลที่เก็บสำนวนนั้นไว้ จัดส่งสำนวนนั้นไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อเก็บรักษาไว้หรือจัดการตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนั้น

คำแปลภาษาอังกฤษ

Where a judgment or order that has become final and conclusive in any matter has been complied with or enforced, or where the period fixed for its enforcement has expired, the court holding the case file shall send that file to the Ministry of Justice, to be kept or dealt with in accordance with the ministerial regulations on the subject.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 52 เป็นบทปิดท้ายลักษณะว่าด้วยสำนวนความ กำหนดให้ศาลส่งสำนวนที่เสร็จเด็ดขาดแล้วไปเก็บรักษาที่กระทรวงยุติธรรม เหตุที่ทำให้หน้าที่นี้เกิดขึ้นมีสองประการ คือ ได้มีการปฏิบัติตามหรือบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว หรือระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการบังคับได้ล่วงพ้นไป ผลในทางปฏิบัติคือสำนวนไม่ได้อยู่ที่ศาลชั้นต้นตลอดไป ผู้ที่ต้องการตรวจหรือคัดสำเนาเอกสารในสำนวนเก่าจึงต้องติดตามที่กระทรวงยุติธรรม มิใช่ที่ศาล และต้องแยกจากมาตรา 53 ซึ่งใช้เฉพาะกับสำนวนที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณาหรือรอการบังคับเท่านั้น

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ถ้าท่านต้องการเอกสารจากสำนวนคดีแพ่งที่ถึงที่สุดไปแล้ว อย่าเริ่มที่ศาล เมื่อคดีได้มีการปฏิบัติตามหรือบังคับคดีแล้ว หรือพ้นระยะเวลาบังคับคดีแล้ว ศาลจะส่งสำนวนไปเก็บรักษาที่กระทรวงยุติธรรม การขอตรวจหรือขอคัดสำเนาในชั้นนั้นจึงต้องติดตามที่หน่วยงานผู้เก็บรักษา ในทางปฏิบัติ ถ้ายังคาดว่าจะต้องใช้เอกสารในสำนวน ควรขอคัดสำเนาที่รับรองถูกต้องไว้ตั้งแต่ระหว่างที่คดียังอยู่ที่ศาล ซึ่งทำได้ง่ายกว่าและเร็วกว่ามาก

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 3 คดี (พ.ศ. 2518 ถึง 2534)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 336/2534 (1991)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3083/2522 (1979)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1000/2518 (1975)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

สำนวนคดีของเราจะเป็นอย่างไรหลังคดีสิ้นสุด

ตามมาตรา 52 เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดและได้ปฏิบัติตามหรือบังคับคดีแล้ว หรือพ้นกำหนดเวลาบังคับคดีแล้ว ศาลจะส่งสำนวนไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อเก็บรักษาหรือจัดการตามกฎกระทรวง

ยังขอสำเนาเอกสารจากคดีที่ปิดไปแล้วได้หรือไม่

ได้ แต่เนื่องจากสำนวนจะถูกส่งเก็บที่กระทรวงยุติธรรมหลังคดีสิ้นสุด โดยทั่วไปการขอสำเนาคำพิพากษาและเอกสารสำคัญที่มีคำรับรองไว้ก่อนที่สำนวนจะออกจากศาลจะสะดวกและรวดเร็วกว่า

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 52
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 52. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-52/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 52
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-52/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-52/"><p>เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งอันเป็นเด็ดขาดถึงที่สุดแล้วเรื่องใดได้มีการปฏิบัติตาม หรือบังคับไปแล้ว หรือระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการบังคับนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว ให้ศาลที่เก็บสำนวนนั้นไว้ จัดส่งสำนวนนั้นไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อเก็บรักษาไว้หรือจัดการตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนั้น</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 52 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-52/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง