ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 52: การส่งสำนวนความที่เสร็จเด็ดขาดแล้วไปกระทรวงยุติธรรม
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งอันเป็นเด็ดขาดถึงที่สุดแล้วเรื่องใดได้มีการปฏิบัติตาม หรือบังคับไปแล้ว หรือระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการบังคับนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว ให้ศาลที่เก็บสำนวนนั้นไว้ จัดส่งสำนวนนั้นไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อเก็บรักษาไว้หรือจัดการตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนั้น
คำแปลภาษาอังกฤษ
เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งอันเป็นเด็ดขาดถึงที่สุดแล้วเรื่องใดได้มีการปฏิบัติตาม หรือบังคับไปแล้ว หรือระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการบังคับนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว ให้ศาลที่เก็บสำนวนนั้นไว้ จัดส่งสำนวนนั้นไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อเก็บรักษาไว้หรือจัดการตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนั้น
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 52 เป็นบทปิดท้ายลักษณะว่าด้วยสำนวนความ กำหนดให้ศาลส่งสำนวนที่เสร็จเด็ดขาดแล้วไปเก็บรักษาที่กระทรวงยุติธรรม เหตุที่ทำให้หน้าที่นี้เกิดขึ้นมีสองประการ คือ ได้มีการปฏิบัติตามหรือบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว หรือระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการบังคับได้ล่วงพ้นไป ผลในทางปฏิบัติคือสำนวนไม่ได้อยู่ที่ศาลชั้นต้นตลอดไป ผู้ที่ต้องการตรวจหรือคัดสำเนาเอกสารในสำนวนเก่าจึงต้องติดตามที่กระทรวงยุติธรรม มิใช่ที่ศาล และต้องแยกจากมาตรา 53 ซึ่งใช้เฉพาะกับสำนวนที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณาหรือรอการบังคับเท่านั้น
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ถ้าท่านต้องการเอกสารจากสำนวนคดีแพ่งที่ถึงที่สุดไปแล้ว อย่าเริ่มที่ศาล เมื่อคดีได้มีการปฏิบัติตามหรือบังคับคดีแล้ว หรือพ้นระยะเวลาบังคับคดีแล้ว ศาลจะส่งสำนวนไปเก็บรักษาที่กระทรวงยุติธรรม การขอตรวจหรือขอคัดสำเนาในชั้นนั้นจึงต้องติดตามที่หน่วยงานผู้เก็บรักษา ในทางปฏิบัติ ถ้ายังคาดว่าจะต้องใช้เอกสารในสำนวน ควรขอคัดสำเนาที่รับรองถูกต้องไว้ตั้งแต่ระหว่างที่คดียังอยู่ที่ศาล ซึ่งทำได้ง่ายกว่าและเร็วกว่ามาก
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 3 คดี (พ.ศ. 2518 ถึง 2534)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 336/2534 (1991)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3083/2522 (1979)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1000/2518 (1975)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
สำนวนคดีของเราจะเป็นอย่างไรหลังคดีสิ้นสุด
ตามมาตรา 52 เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดและได้ปฏิบัติตามหรือบังคับคดีแล้ว หรือพ้นกำหนดเวลาบังคับคดีแล้ว ศาลจะส่งสำนวนไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อเก็บรักษาหรือจัดการตามกฎกระทรวง
ยังขอสำเนาเอกสารจากคดีที่ปิดไปแล้วได้หรือไม่
ได้ แต่เนื่องจากสำนวนจะถูกส่งเก็บที่กระทรวงยุติธรรมหลังคดีสิ้นสุด โดยทั่วไปการขอสำเนาคำพิพากษาและเอกสารสำคัญที่มีคำรับรองไว้ก่อนที่สำนวนจะออกจากศาลจะสะดวกและรวดเร็วกว่า
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 52 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 52. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-52/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 52 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-52/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-52/"><p>เมื่อคำพิพากษาหรือคำสั่งอันเป็นเด็ดขาดถึงที่สุดแล้วเรื่องใดได้มีการปฏิบัติตาม หรือบังคับไปแล้ว หรือระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการบังคับนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้ว ให้ศาลที่เก็บสำนวนนั้นไว้ จัดส่งสำนวนนั้นไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อเก็บรักษาไว้หรือจัดการตามกฎกระทรวงว่าด้วยการนั้น</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 52 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-52/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา