กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

53 — ข้อความที่ต้องมีในหมายเรียก

คนบทกฎหมาย

ถ้ารายงาน คำพิพากษา คำสั่งหรือเอกสารอื่นใดที่รวมไว้ในสำนวนความซึ่งยังอยู่ในระหว่างพิจารณาหรือรอการบังคับของศาลสูญหายไป หรือบุบสลายทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เป็นการขัดข้องต่อการชี้ขาดตัดสินหรือบังคับคดีเมื่อศาลเห็นสมควร หรือเมื่อคู่ความฝ่ายที่เกี่ยวข้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลสั่งคู่ความหรือบุคคลผู้ถือเอกสารนั้น นำสำเนาที่รับรองถูกต้องมาส่งต่อศาล ถ้าหากสำเนาเช่นว่านั้นทั้งหมดหรือบางส่วนหาไม่ได้ ให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ หรือมีคำสั่งอย่างอื่นตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

คำแปลภาษาไทย

A summons must be made in writing and contain the following particulars: (1) the place where the summons is issued; (2) the date of issue of the summons; (3) the name and place of residence of the person summoned to appear; (4) the reason for requiring that person to appear; (5) the place, date and time at which that person is to arrive; (6) the signature and seal of the court, or the signature and position of the official issuing the summons.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 53 กำหนดแบบของหมายเรียกที่ต้องปฏิบัติ ต้องทำเป็นหนังสือและมีข้อความหกประการ คือ สถานที่ออกหมาย วันเดือนปีที่ออกหมาย ชื่อและตำบลที่อยู่ของผู้ถูกเรียก เหตุที่เรียก สถานที่ วันเดือนปีและเวลาที่ต้องไปถึง และลายมือชื่อรับรอง คือ ลายมือชื่อและตราของศาล หรือลายมือชื่อและตำแหน่งของเจ้าพนักงานผู้ออกหมาย ข้อกำหนดเหล่านี้ให้ผู้รับทราบชัดว่าใครเรียก เพราะเหตุใด และต้องไปที่ใดเมื่อใด ทั้งแสดงว่าหมายเป็นเอกสารทางราชการที่แท้จริง มาตรานี้ทำงานร่วมกับมาตรา 52 เรื่องผู้มีอำนาจออกหมายและกรณีที่ต้องมีหมาย และมาตรา 54 เรื่องการกำหนดวันเวลาที่ให้มา

ความสำคัญต่อ

เมื่อได้รับหมายเรียก ควรตรวจว่ามีข้อความหกประการนี้ครบหรือไม่ โดยเฉพาะผู้เรียก เหตุที่เรียก และสถานที่ วันเวลาที่ต้องไปถึง พร้อมลายมือชื่อที่ถูกต้อง และหากเป็นหมายศาลต้องมีตราด้วย เอกสารที่ขาดสาระเหล่านี้อาจไม่ใช่หมายเรียกที่ชอบ แต่อย่าใช้ข้อบกพร่องเล็กน้อยเป็นเหตุเพิกเฉยต่อหมายที่แท้จริง ทางที่ปลอดภัยคือไปตามหมายแล้วยกข้อบกพร่องขึ้นโต้แย้งให้ถูกวิธี หากหมายไม่ชัดหรือสงสัยความสมบูรณ์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจ โดยปรึกษาทนายก่อนถึงวันนัด

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2537 (1994)

    มาตรา 53 ใช้เฉพาะกรณีเอกสารที่อยู่ในสำนวนสูญหายหรือบุบสลายจนขัดข้องต่อการพิจารณาพิพากษาหรือบังคับคดี ไม่อาจนำมาอ้างเพื่อขอให้พิจารณาคดีที่ตัดสินไปแล้วใหม่ และไม่ใช้กับกรณีที่พยานหลักฐานอยู่ในสำนวนอีกคดีที่ศาลสั่งให้ผูกรวมแต่ยังไม่ได้ผูกรวมกัน

    พยานหลักฐานรวมอยู่ในสำนวนคดีอื่นซึ่งศาลชั้นต้นสั่งให้นำมาผูกรวม แต่ยังไม่ได้นำมาผูกรวมกัน ศาลฎีกาเห็นว่ามิใช่กรณีเอกสารในสำนวนสูญหายหรือบุบสลายทั้งหมดหรือบางส่วน และเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีเสร็จสิ้นแล้วย่อมไม่มีการขัดข้องต่อการพิจารณาพิพากษา จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 53 ที่จะขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาคดีใหม่

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ถ้าเอกสารในคดีของเราสูญหายจะเป็นอย่างไร

ตามมาตรา 53 หากเอกสารในสำนวนที่ยังพิจารณาอยู่สูญหายหรือบุบสลายจนขัดข้องต่อคดี ศาลอาจสั่งให้คู่ความหรือผู้ถือเอกสารส่งสำเนาที่รับรองถูกต้อง หากไม่มีสำเนา ศาลอาจสั่งให้พิจารณาคดีใหม่หรือมีคำสั่งอย่างอื่นที่เหมาะสม

อ้างว่าเอกสารหายเพื่อเปิดคดีที่จบแล้วได้หรือไม่

ไม่ได้ มาตรา 53 ใช้เฉพาะสำนวนที่ยังพิจารณาอยู่หรือรอการบังคับคดี และการสูญหายต้องขัดข้องต่อคดี จึงไม่อาจใช้เพื่อพิจารณาคดีที่ถึงที่สุดแล้วใหม่ได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น