มาตรา 72 — การส่งคำร้องและคำแถลงการณ์
คนบทกฎหมาย
คำร้องและคำแถลงการณ์ซึ่งได้ยื่นต่อศาลภายในเวลาที่กฎหมายหรือศาลกำหนดไว้ หรือโดยข้อตกลงของคู่ความตามที่ศาลจดลงไว้ในรายงานนั้น ให้ผู้ยื่นคำร้องหรือคำแถลงการณ์นำต้นฉบับยื่นไว้ต่อศาลพร้อมด้วยสำเนาเพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมารับไปโดยทางเจ้าพนักงานศาลบรรดาคำร้องอื่น ๆ ให้ยื่นต่อศาลพร้อมด้วยสำเนา เพื่อส่งให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง และถ้าศาลกำหนดให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งสำเนาเช่นว่านั้น ก็ให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้ส่งโดยให้คู่ความฝ่ายที่ยื่นคำร้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายบรรดาเอกสารอื่นๆ เช่น สำเนาคำแถลงการณ์หรือสำเนาพยานเอกสารนั้น ให้ส่งแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยวิธีใดวิธีหนึ่งในสองวิธีดังต่อไปนี้
(๑) โดยคู่ความฝ่ายที่ต้องส่งนั้น ส่งสำเนาให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเอง แล้วส่งใบรับต่อศาลพร้อมกับต้นฉบับนั้น ๆ ใบรับนั้นจะทำโดยวิธีลงไว้ในต้นฉบับว่าได้รับสำเนาแล้ว และลงลายมือชื่อผู้รับกับวัน เดือน ปีที่ได้รับก็ได้ หรือ
(๒) โดยคู่ความฝ่ายที่ต้องส่งนั้นนำสำเนายื่นไว้ต่อศาลพร้อมกับต้นฉบับ แล้วขอให้เจ้าพนักงานศาลเป็นผู้นำส่งให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในกรณีเช่นนี้ ผู้ขอต้องไปกับเจ้าพนักงานศาลและเสียค่าธรรมเนียมในการส่งนั้นด้วย
คำแปลภาษาไทย
Motions and statements filed with the court within the time fixed by law or by the court, or by agreement of the parties as recorded by the court, shall be filed by the person filing the motion or statement by submitting the original to the court together with a copy, for the other party or the other parties or the related persons to collect through a court officer. All other motions shall be filed with the court together with a copy for service on the other party or the other parties or the related persons; and if the court directs that a court officer serve such copy, the court officer shall serve it, with the party filing the motion bearing the cost. All other documents, such as a copy of a statement or a copy of documentary evidence, shall be served on the other party or the other parties or the related persons by one of the following two methods:
(1) the party who must serve delivers the copy to the other party or the other parties or the related persons itself, then submits the receipt to the court together with the original; the receipt may be made by noting on the original that the copy has been received, with the signature of the recipient and the day, month, and year of receipt; or
(2) the party who must serve submits the copy to the court together with the original and asks the court officer to deliver it to the other party or the other parties or the related persons; in this case the applicant must go with the court officer and pay the fee for that service.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 72 ว่าด้วยการส่งคำร้อง คำแถลงการณ์ และเอกสารประกอบ โดยแยกระหว่างคำร้องที่มีกำหนดเวลากับเอกสารอื่น คำร้องที่ยื่นภายในกำหนดเวลาต้องยื่นพร้อมสำเนาให้อีกฝ่ายรับไปโดยทางเจ้าพนักงานศาล ส่วนเอกสารทั่วไปส่งได้สองวิธีตาม (1) และ (2) คือฝ่ายที่ต้องส่งส่งเองแล้วยื่นใบรับ หรือยื่นสำเนาให้เจ้าพนักงานศาลนำส่งโดยไปด้วยและเสียค่าธรรมเนียม มาตรานี้อยู่ในลักษณะ 4 ควบคู่กับมาตรา 70 และ 71 และเกี่ยวพันกับเรื่องการทิ้งคำร้อง เพราะการไม่ส่งสำเนาคำร้องที่ต้องส่งอาจถือเป็นการทิ้งคำร้องนั้น
ความสำคัญต่อ
ควรเลือกวิธีส่งให้ถูกและเก็บหลักฐาน หากท่านส่งสำเนาเองตาม (1) ให้เก็บใบรับที่ลงลายมือชื่อหรือต้นฉบับที่จดไว้ หากใช้เจ้าพนักงานศาลตาม (2) ต้องพร้อมไปด้วยและเสียค่าธรรมเนียม ความผิดพลาดที่ราคาแพงที่สุดคือการยื่นคำร้อง เช่น ขอถอนฟ้อง แล้วไม่ส่งสำเนาให้อีกฝ่าย ซึ่งอาจถูกอ้างว่าเป็นการทิ้งคำร้อง เมื่อกำหนดเวลากระชั้น ควรตรวจสอบขั้นตอนกับทนายความ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3091/2524 (1981)
ปัญหาว่าคู่ความที่ยื่นคำร้อง เช่น คำร้องขอถอนฟ้อง แล้วมิได้นำสำเนาคำร้องส่งให้อีกฝ่ายก่อนวันนัด จะถือเป็นการทิ้งคำร้องหรือไม่ ต้องพิจารณาตามมาตรา 72 ประกอบมาตรา 174
จำเลยฎีกาว่า การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องโดยมิได้นำสำเนาคำร้องส่งให้จำเลยก่อนวันนัดชี้สองสถาน ต้องถือว่าโจทก์ทิ้งคำร้องตามมาตรา 72 และมาตรา 174 ศาลพิจารณาสำนวนซึ่งศาลชั้นต้นสั่งให้ส่งสำเนาให้จำเลย ในการวินิจฉัยว่าการอนุญาตให้ถอนฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 627/2502 (1959)
การที่คู่ความมิได้ส่งสำเนาคำแถลงขออ้างพยานเพิ่มเติมให้อีกฝ่ายมิได้ทำให้พยานนั้นรับฟังไม่ได้ตามมาตรา 72 ในเมื่อการยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมเป็นไปตามและชอบด้วยมาตรา 88
จำเลยฎีกาว่า โจทก์ยื่นระบุอ้างพยานเพิ่มเติมโดยไม่ส่งสำเนาคำแถลงให้จำเลย ไม่ชอบด้วยมาตรา 72 รับฟังเป็นพยานไม่ได้ ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 88 วรรคสองที่แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติเพียงให้ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมก่อนเสร็จการสืบพยานของฝ่ายที่นำสืบก่อนเท่านั้น การระบุพยานเพิ่มเติมของโจทก์จึงไม่ขัดต่อกฎหมาย
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
จะส่งคำร้องให้คู่ความอีกฝ่ายอย่างไร
ตามมาตรา 72 คำร้องที่ยื่นภายในกำหนดเวลาให้ยื่นพร้อมสำเนาให้อีกฝ่ายรับไปโดยทางเจ้าพนักงานศาล ส่วนเอกสารอื่นส่งได้โดยส่งสำเนาเองแล้วยื่นใบรับ หรือให้เจ้าพนักงานศาลนำส่งโดยผู้ขอไปด้วยและเสียค่าธรรมเนียม
ถ้าไม่ส่งสำเนาคำร้องจะเกิดอะไรขึ้น
การไม่ส่งสำเนาที่ต้องส่ง เช่น คำร้องขอถอนฟ้อง อาจถูกอ้างว่าเป็นการทิ้งคำร้องนั้น การเก็บหลักฐานการส่งตามมาตรา 72 จะช่วยคุ้มครองท่านจากข้อโต้แย้งดังกล่าว