แถว 8 — การรวมพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกันในสองศาล
คนบทกฎหมาย
ถ้าคดีสองเรื่องซึ่งมีประเด็นอย่างเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องใกล้ชิดกัน อยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่มีเขตอำนาจสองศาลต่างกัน และศาลทั้งสองนั้นได้ยกคำร้องทั้งหลายที่ได้ยื่นต่อศาลขอให้คดีทั้งสองได้พิจารณาพิพากษารวมในศาลเดียวกันนั้นเสีย ตราบใดที่ศาลใดศาลหนึ่งยังมิได้พิพากษาคดีนั้น ๆ คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ เพื่อขอให้มีคำสั่งให้ศาลใดศาลหนึ่งจำหน่ายคดีซึ่งอยู่ในระหว่างพิจารณานั้นออกเสียจากสารบบความ หรือให้โอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งก็ได้ แล้วแต่กรณีคำสั่งใด ๆ ของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เช่นว่านี้ให้เป็นที่สุด
คำแปลภาษาไทย
If two cases having the same issue or closely connected issues are pending before two different courts of first instance that have jurisdiction, and both courts have dismissed all motions filed asking that the two cases be tried and adjudicated together in one court, then, so long as neither court has yet given judgment in the case, either party may submit an application, made by motion, to the Chief Judge of the Court of Appeal, asking for an order that one of the courts strike the case pending before it off the case list, or that it transfer the case to the other court, as the case may be. Any such order of the Chief Judge of the Court of Appeal shall be final.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 8 วางกลไกป้องกันมิให้ศาลชั้นต้นสองศาลพิจารณาคดีที่มีประเด็นอย่างเดียวกันหรือเกี่ยวเนื่องใกล้ชิดกันแยกจากกัน ซึ่งเสี่ยงต่อความซ้ำซ้อนและคำพิพากษาที่ขัดกัน ใช้ได้เฉพาะเมื่อวิธีปกติล้มเหลว คือเมื่อทั้งสองศาลยกคำร้องขอให้รวมพิจารณาแล้ว ตราบที่ยังไม่มีศาลใดพิพากษา คู่ความอาจขอต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลหนึ่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความหรือโอนไปยังอีกศาลหนึ่ง และคำสั่งนั้นเป็นที่สุด บทนี้ใช้คู่กับมาตรา 9 ซึ่งกล่าวถึงกรณีที่คดีหนึ่งได้พิพากษาและมีอุทธรณ์แล้ว
ความสำคัญต่อ
หากท่านหรือคู่ความอีกฝ่ายดำเนินคดีที่มีประเด็นซ้อนกันในสองศาล มาตรานี้เป็นเครื่องมือบังคับให้รวมกันเพื่อเลี่ยงผลที่ขัดกัน แต่ต้องเรียงลำดับให้ถูก คือต้องยื่นคำร้องขอรวมพิจารณาตามปกติในทั้งสองศาลก่อน เมื่อทั้งสองศาลยกคำร้องแล้วจึงไปที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ กำหนดเวลาก็สำคัญ เพราะต้องยื่นก่อนที่ศาลใดจะพิพากษา การประสานคดีที่ซ้อนกันควรวางแผนแต่เนิ่น ๆ
เลย
คดีที่เกี่ยวข้องกันสองเรื่องในต่างศาลจะรวมกันได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 8 หากทั้งสองศาลยกคำร้องขอให้รวมพิจารณา และยังไม่มีศาลใดพิพากษา คู่ความอาจขอต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลหนึ่งจำหน่ายคดีหรือโอนคดี
ก่อนขอต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 8 ต้องมีอะไรเกิดขึ้นก่อน
ทั้งสองศาลต้องยกคำร้องขอให้รวมพิจารณาก่อน และยังไม่มีศาลใดพิพากษา จึงจะยื่นคำขอได้ และคำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด