กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

80 — ใบรับและรายงานการส่ง

คนบทกฎหมาย

การส่งคำคู่ความหรือเอกสารโดยเจ้าพนักงานศาลหรือทางเจ้าพนักงานศาลนั้น ให้เจ้าพนักงานศาลส่งใบรับลงลายมือชื่อคู่ความ หรือผู้รับคำคู่ความหรือเอกสาร หรือส่งรายงานการส่งคำคู่ความหรือเอกสารลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานศาลต่อศาล แล้วแต่กรณี เพื่อรวมไว้ในสำนวนความใบรับหรือรายงานนั้นต้องลงข้อความให้ปรากฏแน่ชัดถึงตัวบุคคลและรายการต่อไปนี้
(๑) ชื่อเจ้าพนักงานผู้ส่งหมาย และชื่อผู้รับหมาย ถ้าหากมี
(๒) วิธีส่ง วัน เดือน ปี และเวลาที่ส่งรายงานนั้นต้องลงวันเดือนปี และลงลายมือชื่อของเจ้าพนักงานผู้ทำรายงานใบรับนั้นจะทำโดยวิธีจดลงไว้ที่ต้นฉบับซึ่งยื่นต่อศาลก็ได้

คำแปลภาษาไทย

For the service of a pleading or document by a court officer or through a court officer, the court officer shall submit to the court a receipt signed by the party or by the person who received the pleading or document, or a report on the service of the pleading or document signed by the court officer, as the case may be, to be kept in the case file. The receipt or report must state clearly the identity of the person and the following particulars:
(1) the name of the officer who served the writ, and the name of the person who received the writ, if any;
(2) the method of service, and the day, month, year, and time of service.
That report must be dated and signed by the officer who made it. The receipt may be made by noting it on the original that was submitted to the court.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 80 ปิดท้ายลักษณะ 4 โดยกำหนดให้ต้องมีบันทึกเป็นหนังสือสำหรับการส่งโดยเจ้าพนักงานทุกครั้ง เก็บไว้ในสำนวนเป็นหลักฐานว่ามีการส่งและส่งอย่างไร บันทึกนั้นคือใบรับที่ผู้รับลงลายมือชื่อ หรือรายงานที่เจ้าพนักงานลงลายมือชื่อ และต้องแสดงผู้ส่ง ผู้รับถ้ามี ตลอดจนวิธีส่ง วันเดือนปี และเวลาที่ส่ง รายการเหล่านี้มิใช่พิธีการ รายงานที่ขาดรายการที่กำหนด เช่น เวลาที่ส่งตาม (2) อาจถือว่าไม่ชอบ และทำให้การส่งที่ดูสมบูรณ์เสียไป มาตรานี้เป็นฐานพยานหลักฐานของหลักการส่งในมาตรา 74 ถึง 79

ความสำคัญต่อ

รายงานการส่งหมายมักเป็นเอกสารชี้ขาดเมื่อมีการโต้แย้งการส่ง จึงควรอ่านอย่างละเอียด รายละเอียดที่ขาดไป เช่น ไม่มีเวลาที่ส่ง หรือวิธีปิดหมายไม่ชัดเจน อาจเพียงพอที่จะโต้แย้งว่าการส่งไม่ชอบและขอพิจารณาคดีใหม่ หากท่านสงสัยว่าไม่เคยถูกส่งโดยชอบ ควรขอรายงานการส่งจากสำนวนมาตรวจกับข้อกำหนดของมาตรา 80 ทนายความช่วยชี้ข้อบกพร่องที่ใช้ขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาได้

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8852/2551 (2008)

    มาตรา 80 (2) กำหนดให้รายงานการส่งระบุวิธีส่ง วันเดือนปี และเวลาที่ส่ง รายงานที่มิได้ลงเวลาที่ส่งย่อมไม่เป็นไปตามมาตรานี้ อันเป็นข้อพิจารณาว่าการส่งชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

    จำเลยที่ 5 ฎีกาว่า รายงานการเดินหมายมิได้ลงเวลาส่งหมาย จึงไม่เป็นไปตามมาตรา 80 (2) ที่ให้เจ้าพนักงานลงวิธีส่ง วันเดือนปี และเวลาที่ส่ง ทั้งการปิดหมายด้วยสก๊อตเทปที่ฉีกและหลุดง่ายก็ไม่ชอบ ประเด็นที่ศาลตั้งคือการส่งหมายแจ้งประกาศวันนัดขายทอดตลาดแก่จำเลยที่ 5 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยพิจารณาข้อบกพร่องในรายงานและวิธีปิดหมายดังกล่าว

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

การส่งเอกสารพิสูจน์ได้อย่างไรในศาล

ตามมาตรา 80 เจ้าพนักงานศาลยื่นใบรับที่ผู้รับลงลายมือชื่อ หรือรายงานการส่งที่เจ้าพนักงานลงลายมือชื่อ เก็บไว้ในสำนวน โดยระบุผู้ส่งและผู้รับ ตลอดจนวิธีส่ง วันเดือนปี และเวลาที่ส่ง

รายงานที่ไม่ลงเวลาส่งทำให้การส่งไม่ชอบหรือไม่

อาจไม่ชอบ มาตรา 80 (2) กำหนดให้ระบุวิธีส่ง วันเดือนปี และเวลาที่ส่ง รายงานที่ไม่ลงเวลาอาจถือว่าไม่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งใช้โต้แย้งว่าการส่งไม่ชอบได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น