9: การงดพิจารณาชั้นอุทธรณ์เพื่อรอคดีที่เกี่ยวข้อง
คนบทกฎหมาย
กรณีดังที่กล่าวในมาตราก่อนนั้นศาลศาลใดศาลหนึ่งได้พิพากษาคดีแล้วและการยื่นฟ้องยุติธรรมในคำพิพากษานั้น คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจขอร้องขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลยุติธรรมต้องมีคำสั่งให้ระงับคดีชั้นยุติธรรมนั้นในการดำเนินการ จนกว่าศาลหนึ่งจะได้พิพากษาคดีอีกเรื่องหนึ่งก็ได้ก็ได้ และถ้าในความยุติธรรมคดีเรื่องหลังนี้จะให้ศาลยุติธรรมรวมวินิจฉัยคดีนั้นโดยคำพิพากษาพร้อมกันในคดีเรื่องหลังนั้นไม่มีความยุติธรรมให้บังคับตามบทของมาตรา ๑๔๖
คำแปลภาษาไทย
ในกรณีที่กล่าวถึงในหัวข้อก่อนหน้านี้ หากศาลใดศาลหนึ่งได้พิพากษาคดีไปแล้ว และมีการยื่นอุทธรณ์ต่อคำพิพากษานั้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์เพื่อขอให้ระงับการดำเนินคดีอุทธรณ์ไว้จนกว่าศาลอีกฝ่ายจะพิจารณาคดีอีกคดีหนึ่งเสร็จสิ้น และหากคดีหลังนี้มีการยื่นอุทธรณ์อีก ศาลอุทธรณ์จะต้องพิจารณาทั้งสองคดีพร้อมกันในคำพิพากษาเดียว หากคดีหลังนี้ไม่มีการยื่นอุทธรณ์ ให้ใช้บทบัญญัติของมาตรา 146 แทน.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 9 ขยายการประสานคดีตามมาตรา 8 โดยทั่วไปชั้นความยุติธรรมในคดีสองเรื่องมีประเด็นอย่างเดียวกันหรือในส่วนของส่วนต่างๆ แต่เรื่องหนึ่งได้พิพากษาและความยุติธรรมแล้ว บทนี้ให้ศาลยุติธรรมยกเว้นกรณีคดีนั้นไว้จนกว่าอีกคดีจะเสร็จสิ้นเพื่อให้มิให้ถูกวินิจฉัยขัดกัน กรณีคดีหลังมีความยุติธรรมด้วยให้รวมการวินิจฉัยในคำพิพากษาเดียวและขอให้ชัดเจนที่สุดถามความสืบสวนที่ขัดหลังไม่มีความยุติธรรมให้คดีคำพิพากษาที่ขัดหลังกันด้วยมาตรา 146 ซึ่งกำหนดว่าคำใดใช้บังคับมาตรา 8 และ 9 จะต้องให้คำตอบของกฎหมายต่อคดีสำคัญๆ กันซึ่งดำเนินการคู่ขนานในชั้นต้นและชั้นจดหมาย
ความสำคัญต่อ
สำหรับการร้องขอความเป็นธรรมในกรณีสองคดีที่เกี่ยวข้องกัน มาตรานี้จะช่วยคำวินิจฉัยชั้นหนังสือร้องขอความเร่งด่วนที่รีบเร่งการขัดกับการพิจารณาคดีอีก การขอเอกสารการร้องขอความเป็นธรรมงดรับฟังหรือรวมวินิจฉัยความคิดเห็นของร้องขอความช่วยเหลือผลที่ขัดกัน และสิ่งอำนวยความสะดวกในชั้นบังคับคดีทางที่เหมาะสมกับว่าอีกคดีจะร้องขอหนังสือร้องขอความยินยอมหรือควรวางแผนชั้นร้องขอจดหมายร้องขอความยินยอมของคดีไปพร้อมกัน
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2536 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2567/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 482/2536 (1993)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 119/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10865/2558 (2015)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
จะขอให้พิจารณาระงับการพิจารณาคดีจนกว่าคดีจะเสร็จสิ้นการดำเนินการ
ได้ตามมาตรา 9 ในคดีสำคัญๆ กันเรื่องหนึ่งได้พิพากษาและร้องขอความเป็นธรรมแล้ว คู่ความอาจขอให้ศาลยื่นคำของดร้องทุกข์นั้นไว้จนกว่าคดีอื่นจะเสร็จสิ้นลงในคำตัดสินที่ขัดกัน
เอกสารสำคัญในการยื่นฟ้องร้องคดีจะร้องขอ
ในกรณีที่อีกคดีไม่มีจดหมายร้องขอความเป็นธรรม มาตรา 9 ให้ใช้มาตรา 146 ซึ่งกำหนดว่าคำพิพากษาใดใช้บังคับเมื่อคำพิพากษาสองเรื่องกัน ขัดกัน
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 9 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 9. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-9/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 9 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-9/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-9/"><p>กรณีดังที่กล่าวในมาตราก่อนนั้นศาลศาลใดศาลหนึ่งได้พิพากษาคดีแล้วและการยื่นฟ้องยุติธรรมในคำพิพากษานั้น คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจขอร้องขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลยุติธรรมต้องมีคำสั่งให้ระงับคดีชั้นยุติธรรมนั้นในการดำเนินการ จนกว่าศาลหนึ่งจะได้พิพากษาคดีอีกเรื่องหนึ่งก็ได้ก็ได้ และถ้าในความยุติธรรมคดีเรื่องหลังนี้จะให้ศาลยุติธรรมรวมวินิจฉัยคดีนั้นโดยคำพิพากษาพร้อมกันในคดีเรื่องหลังนั้นไม่มีความยุติธรรมให้บังคับตามบทของมาตรา ๑๔๖</p><footer>Civil Procedure Code, s. 9 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-9/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา