92: เอกสิทธิ์ในการปฏิเสธเบิกความ
คนบทกฎหมาย
คู่ความหรือบุคคลใด ๆ ที่มาของการค้นพบความหรือนำหลักฐานที่มีลักษณะใดๆ มาแสดง และคำเบิกความหรือหลักฐานที่พิสูจน์นั้นอาจเป็นไปได้
(๑) หนังสือผู้อำนวยการหรือข้อความอันเกี่ยวกับงานของแผ่นดินซึ่งโดยสภาพจะต้องรักษาที่ไว้ชั่วคราวหรือตลอดไปและคู่ความหรือบุคคลนั้นเป็นผู้รักษาไว้หรือได้ทราบมาโดยตำแหน่งผู้อำนวยการหรือในหน้าที่ราชการหรือกึ่งผู้อำนวยการอื่นใด
(๒) เอกสารหรือข้อความที่เล่าถึงสิ่งใดๆ ที่ได้รับความสำคัญหรือบอกเล่าจากลูกของคนที่ตนเป็นทนายความ
(๓) การประดิษฐ์แบบอย่างทุกอย่างที่อนุญาตให้ทำงานได้โดยไม่เปิดเผยความหรือบุคคลนั้น ๆ เช่นว่าชอบที่จะปฏิเสธการเปิดเผยความหรือนำหลักฐานนั้นมาแสดงได้จริงจะมีลักษณะจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจให้เปิดเผยได้เมื่อคู่ความหรือบุคคลใด ๆ ที่ไม่ปฏิเสธความหรือนำหลักฐานมาแสดงก่อนหน้านี้ในที่ศาลการตรวจสอบที่จะบ่งบอกถึงการเรียกพนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคลทั่วไปให้มาศาลและให้ชี้แจงข้อความอย่างเป็นทางการต้องการเพื่อวินิจฉัยว่าการปฏิเสธนั้นชอบเป็นพิเศษการพิจารณาคดีการปฏิเสธนั้นฟังได้ ศาลออกคำสั่งมิให้คู่ความหรือบุคคลเช่นว่านั้นยกประโยชน์แห่งมาตรานี้ขึ้นใช้และเปิดเผยความหรือนำหลักฐานนั้นมาแสดงได้
คำแปลภาษาไทย
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลใดถูกเรียกให้ให้การหรือแสดงหลักฐานใด ๆ และคำให้การหรือหลักฐานดังกล่าวอาจเปิดเผยถึง:
(1) เอกสารราชการหรือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกิจการของรัฐซึ่งโดยธรรมชาติแล้วจะต้องเก็บเป็นความลับชั่วคราวหรือถาวร โดยที่บุคคลหรือฝ่ายดังกล่าวเป็นผู้เก็บรักษาเอกสารนั้นหรือได้ทราบเอกสารนั้นเนื่องจากตำแหน่งราชการหรือหน้าที่ราชการหรือกึ่งราชการอื่น ๆ;
(2) เอกสารหรือเรื่องที่เป็นความลับซึ่งตนได้รับมอบหมายหรือได้รับแจ้งจากลูกความในฐานะทนายความ;
(3) สิ่งประดิษฐ์ การออกแบบ หรือผลงานอื่นใดที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายจากการเปิดเผย;
บุคคลหรือฝ่ายดังกล่าวมีสิทธิที่จะปฏิเสธการให้การเป็นพยานหรือการนำเสนอหลักฐาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้เปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว.
เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลใดปฏิเสธที่จะให้การเป็นพยานหรือแสดงหลักฐานตามที่กล่าวมาข้างต้น ศาลมีอำนาจที่จะเรียกเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาปรากฏตัวต่อศาลและชี้แจงเรื่องที่ศาลต้องการ เพื่อพิจารณาว่าการปฏิเสธนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ หากศาลเห็นว่าการปฏิเสธนั้นไม่มีเหตุผลอันสมควร ศาลมีอำนาจที่จะสั่งห้ามไม่ให้ฝ่ายนั้นหรือบุคคลนั้นใช้สิทธิตามมาตรานี้ และบังคับให้ให้การเป็นพยานหรือแสดงหลักฐานดังกล่าว.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 92 กำหนดเอกสิทธิ์ในการปฏิเสธการตรวจสอบหลักฐานในคดีแพ่งไทย ฟังก์ชั่นความลับของเจ้าหน้าที่ที่มารักษาความลับของทนายความต่อลูกความเฉพาะทางหรือแบบที่กฎหมายคุ้มครอง เอกสิทธิ์ที่ไม่เปิดเผยผู้มีอำนาจหรือผู้มีอำนาจพิจารณาคดีได้และเลเยอร์ท้ายให้อำนาจศาลเรียกเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ ตรวจสอบประเด็นเรื่องความลับและสั่งยกเอกสิทธิ์หากการสืบสวนสอบสวนอีกครั้งนำหลักฐานมาแสดงส่วนนี้เป็นหน้าที่ทั่วไปในการให้การพิจารณาคดีและมักเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดทราบการสอบสวนที่รัฐวิสาหกิจอย่างเป็นทางการ
ความสำคัญต่อ
ฟังคำสั่งของทางเจ้าหน้าที่บันทึกภายในที่เจ้าหน้าที่สอบสวนหรือเอกสารที่ทนายของอีกฝ่ายถือไว้เพื่อถามคำถามว่าอาจจะเรียกร้องสิทธิและเตรียมขอศาลตรวจสอบตามวรรคท้ายของมาตรา 92 ในฐานะทนายความเพื่อบ่งบอกถึงการเรียกความลับของลูกความควรยกสิทธิ์ขึ้นปฏิเสธสิ่งนี้เองโดยตรงในการพิจารณาคดีโดยพิจารณาว่าข้อกล่าวหาเรื่องความลับและสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดนั้นจำเป็นต้องต่อประเด็นสำคัญ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1171/2514 (1971)
มาตรา 92 วรรคท้ายให้อำนาจศาลวินิจฉัยว่าข้ออ้างที่ปฏิเสธไม่ส่งเอกสารโดยอ้างว่าผู้ดูแลระบบนั้นชอบรายงานหรือไม่และสั่งไม่ให้ยกข้อกล่าวหาที่กล่าวถึงได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา 92 วรรคท้ายให้อำนาจศาลพิจารณาข้อเรียกร้องของพนักงานอัยการที่ปฏิเสธการส่งสกอร์การสอบสวนและเห็นพ้องกับศาลยุติธรรมที่ไม่ฟังคำปฏิเสธนั้น
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1813/2511 (1968)
ข้อกล่าวหาเรื่องความลับของผู้บริหารตามมาตรา 92 ฟังไม่ขึ้นเมื่อปรากฏว่าเอกสารนั้นมิใช่ความลับจริงเช่นเคยส่งสฟังต่อศาลมาแล้วศาลดูเหมือนจะคำสั่งให้ส่งเอกสารนั้นได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่ผู้ร้องปฏิเสธปฏิเสธที่จะส่งข่าวการสอบสวนฟังไม่ขึ้นเพราะเคยนำสมาส่งศาลมาถึงแล้วไม่ฟังตามความถี่มาตรา 92
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2517)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2222/2517 (1974)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1171/2514 (1971)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1813/2511 (1968)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 838/2493 (1950)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1896/2492 (1949)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
เหตุผลที่ปฏิเสธไม่ได้ตอบความลับของทนายความหรือความลับของความมีอยู่
ได้มาตรา 92 ไม่สามารถเพิกเฉยต่อการเปิดเผยความลับของราชการที่ทราบมาโดยหน้าที่ของความลับของลูกความที่ถือไว้ในฐานะทนายความเขียนหรือแบบที่กฎหมายคุ้มครองอย่างเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา
ศาลฎีกาเปิดเผยถึงความลับที่แท้จริงนั่นเอง
ได้ตามวรรคท้ายศาลอาจเรียกเจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อกล่าวหาและหากการปฏิเสธคำสั่งดังกล่าวสามารถนำหลักฐานมาแสดงได้
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 92 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 92. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-92/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 92 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-92/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-92/"><p>ค้นหาคู่ความหรือบุคคลใด ๆ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องหรือนำหลักฐานการตรวจสอบชนิดใด ๆ มาแสดงและคำเบิกความหรือการตรวจสอบหลักฐานนั้นอาจเปิดเผย (๑) หนังสือรองหรือข้อความอันเกี่ยวกับงานของแผ่นซึ่งโดยสภาพการรักษาเสถียรภาพไว้ชั่วคราวหรือตลอดไปและคู่ความหรือบุคคลนั้นรักษาไว้หรือได้ทราบมาโดยตำแหน่งผู้มีอำนาจหรือในหน้าที่เจ้าหน้าที่หรือกึ่งกลางอื่น ๆ (๒) เอกสารหรือข้อความที่กล่าวถึงอย่างใด ๆ ตนได้รับเกียรติหรือเล่าจากลูกความในฐานะที่ตนเป็นทนายความ (๓) การประดิษฐ์แบบสำรวจงานอื่น ๆ การพิจารณาที่ไม่ได้รับการอนุญาตอย่างตรงไปตรงมาคู่ความหรือบุคคลเช่นว่าชอบที่จะปฏิเสธการเปิดเผยความหรือนำหลักฐานหลักฐานนั้นมาแสดงได้ตามปกติจะมีลักษณะเป็นพนักงานจากเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจให้เปิดเผยได้เมื่อคู่ความหรือบุคคลใด ๆ ปฏิเสธความความหรือนำหลักฐานมาแสดงว่ามาแล้วต้องรอศาลในลักษณะที่จะบ่งบอกถึงการเรียกพนักงานและบุคคลดังกล่าวให้มาศาลให้ตรวจสอบข้อความถามศาลต้องการเพื่อวินิจฉัยว่าการปฏิเสธนั้นชอบที่จะนำมาใช้หรือศาลพิจารณาการปฏิเสธนั้นฟังได้ ศาลออกคำสั่งมิให้คู่ความหรือบุคคลเช่นว่านั้นยกประโยชน์แห่งมาตรานี้ขึ้นใช้และเปิดเผยความหรือนำหลักฐานนั้นมาแสดงได้</p><footer>Civil Procedure Code, s. 92 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-92/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา