ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 95/1: พยานบอกเล่าและข้อยกเว้น
ตัวบทกฎหมาย
ข้อความซึ่งเป็นการบอกเล่าที่พยานบุคคลใดนำมาเบิกความต่อศาลก็ดี หรือที่บันทึกไว้ในเอกสารหรือวัตถุอื่นใดซึ่งได้อ้างเป็นพยานหลักฐานต่อศาลก็ดี หากนำเสนอเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้น ให้ถือเป็นพยานบอกเล่า
ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบอกเล่า เว้นแต่
(๑) ตามสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมของพยานบอกเล่านั้น น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ หรือ
(๒) มีเหตุจำเป็นเนื่องจากไม่สามารถนำบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ได้เห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความเกี่ยวในเรื่องที่จะให้การเป็นพยานนั้นด้วยตนเองโดยตรงมาเป็นพยานได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น
ในกรณีที่ศาลเห็นว่าไม่ควรรับไว้ซึ่งพยานบอกเล่าใด ให้นำความในมาตรา ๙๕ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำแปลภาษาอังกฤษ
A statement which is a report brought by a witness to testify before the court, or which is recorded in a document or other object adduced as evidence before the court, if presented to prove the truth of that statement, shall be deemed hearsay evidence.
The court shall not admit hearsay evidence, except:
(1) where, by the condition, nature, source, and surrounding circumstances of the hearsay evidence, it is believable that it can prove the truth, or
(2) where there is a necessity because the person who saw, heard, or came to know the matters to be testified about by himself directly cannot be brought as a witness, and there is a reasonable ground, in the interest of justice, to admit such hearsay evidence.
In the case where the court is of the opinion that a hearsay evidence should not be admitted, the provisions of Section 95 paragraph two shall apply mutatis mutandis.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 95/1 นิยามและควบคุมพยานบอกเล่าในกฎหมายพยานคดีแพ่งไทย ข้อความใด ไม่ว่าพยานจะนำมาเล่าหรือบันทึกไว้ในเอกสารหรือวัตถุ หากเสนอเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้น ถือเป็นพยานบอกเล่าและโดยหลักรับฟังไม่ได้ ข้อยกเว้นสองประการผ่อนหลักนี้ คือความน่าเชื่อถือที่พิจารณาจากสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และพฤติการณ์แวดล้อม หรือความจำเป็นเมื่อไม่อาจนำผู้รู้เห็นโดยตรงมาได้และเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม มาตรานี้ใช้ควบคู่กับมาตรา 95 ที่ต้องการการรู้เห็นโดยตรง และวรรคท้ายนำวิธีจดบันทึกของมาตรา 95 มาใช้เมื่อไม่รับพยานบอกเล่า มักถูกนำมาใช้กับข้อความแชท คำบอกเล่าของบุคคลภายนอก และคำพิพากษาคดีอื่นที่อ้างเพื่อความจริง
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
อย่าวางรูปคดีบนข้อความหรือคำบอกเล่าจากบุคคลที่คุณนำมาศาลไม่ได้ เพราะเป็นพยานบอกเล่าและอาจถูกปฏิเสธ เว้นแต่เข้าข้อยกเว้น หากจำเป็นต้องอ้างคำของบุคคลที่นำมาไม่ได้ ควรเตรียมแสดงว่าน่าเชื่อถืออย่างไรหรือเหตุใดผู้นั้นมาไม่ได้ และมีพยานหลักฐานอื่นประกอบ ภาพถ่ายหน้าจอแชทระหว่างบุคคลภายนอกเป็นจุดอ่อนที่พบบ่อย ควรถือเป็นพยานบอกเล่าจนกว่าจะโยงเข้ากับพยานที่รู้เห็นโดยตรงได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5954/2567 (2024)
ข้อความในแอปพลิเคชันแชทระหว่างบุคคลที่มิได้นำมาเป็นพยาน เป็นพยานบอกเล่าตามมาตรา 95/1 และโดยหลักรับฟังไม่ได้เมื่อไม่เข้าข้อยกเว้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อความไลน์ที่จำเลยอ้าง ซึ่งเป็นการพูดคุยระหว่างบุคคลสองคนที่จำเลยมิได้นำมาเป็นพยาน เป็นพยานบอกเล่าตามมาตรา 95/1 และไม่เข้าข้อยกเว้น จึงรับฟังไม่ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3298/2564 (2021)
มาตรา 95/1 มิได้ห้ามรับฟังพยานบอกเล่าโดยเด็ดขาด เมื่อสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และพฤติการณ์ทำให้น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ ศาลรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้ตามมาตรา 95/1 วรรคสอง (1)
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำพิพากษาคดีอื่น แม้เป็นพยานบอกเล่า แต่ตามแหล่งที่มาและพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ จึงรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้ตามมาตรา 95/1 วรรคสอง (1)
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1169/2562 (2019)
แม้ข้อเท็จจริงบางส่วนพยานได้รับคำบอกเล่ามาจากผู้อื่น ก็ยังรับฟังได้ตามมาตรา 95/1 เมื่อแหล่งที่มาและพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ ควบคู่กับการรู้เห็นโดยตรงของพยานตามมาตรา 95
ศาลฎีการับฟังคำเบิกความของผู้แทนโจทก์ โดยถือว่าส่วนที่รู้เห็นโดยตรงรับฟังได้ตามมาตรา 95 และส่วนที่ได้รับบอกเล่าจากโจทก์น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ตามมาตรา 95/1
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2557 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5954/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3298/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1169/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 522/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9839/2557 (2014)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
อะไรถือเป็นพยานบอกเล่า
ตามมาตรา 95/1 ข้อความที่พยานนำมาเล่าหรือบันทึกไว้ในเอกสารหรือวัตถุ ซึ่งเสนอเพื่อพิสูจน์ว่าข้อความนั้นเป็นความจริง ถือเป็นพยานบอกเล่าและโดยหลักรับฟังไม่ได้
ศาลรับฟังพยานบอกเล่าได้เมื่อใด
ได้ในสองกรณี คือเมื่อแหล่งที่มาและพฤติการณ์ทำให้น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ หรือเมื่อนำผู้รู้เห็นโดยตรงมาไม่ได้และมีเหตุผลสมควรเพื่อความยุติธรรม
ภาพแชทระหว่างบุคคลอื่นรับฟังได้หรือไม่
โดยลำพังมักรับฟังไม่ได้ เพราะเป็นพยานบอกเล่าตามมาตรา 95/1 จะรับฟังได้เฉพาะเมื่อเข้าข้อยกเว้น เช่น น่าเชื่อถือจากพฤติการณ์แวดล้อม
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95/1 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ประเทศไทย) มาตรา 95/1. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-95-1/ (เข้าถึงเมื่อ 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 95/1 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-95-1/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-95-1/"><p>ข้อความซึ่งเป็นการบอกเล่าที่พยานบุคคลใดนำมาเบิกความต่อศาลก็ดี หรือที่บันทึกไว้ในเอกสารหรือวัตถุอื่นใดซึ่งได้อ้างเป็นพยานหลักฐานต่อศาลก็ดี หากนำเสนอเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้น ให้ถือเป็นพยานบอกเล่า ห้ามมิให้ศาลรับฟังพยานบอกเล่า เว้นแต่ (๑) ตามสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมของพยานบอกเล่านั้น น่าเชื่อว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ หรือ (๒) มีเหตุจำเป็นเนื่องจากไม่สามารถนำบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ได้เห็น ได้ยิน หรือทราบข้อความเกี่ยวในเรื่องที่จะให้การเป็นพยานนั้นด้วยตนเองโดยตรงมาเป็นพยานได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น ในกรณีที่ศาลเห็นว่าไม่ควรรับไว้ซึ่งพยานบอกเล่าใด ให้นำความในมาตรา ๙๕ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 95/1 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-95-1/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา