97 — การอ้างคู่ความอีกฝ่ายหรือตนเองเป็นพยาน
คนบทกฎหมาย
คู่ความฝ่ายหนึ่ง จะอ้างคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งเป็นพยานของตนหรือจะอ้างตนเองเป็นพยานก็ได้
คำแปลภาษาไทย
A party may call the other party as its own witness, or may call itself as a witness.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 97 ยืนยันสองเรื่องที่อาจถูกสงสัยได้ คือคู่ความอ้างคู่ความอีกฝ่ายให้เบิกความเป็นพยานของตนได้ และคู่ความอ้างตนเองเป็นพยานได้ สะท้อนลักษณะการค้นหาความจริงในคดีแพ่งไทย ที่ผู้มีความรู้เกี่ยวกับคดี รวมทั้งฝ่ายตรงข้าม เป็นแหล่งพิสูจน์ได้ เมื่อกฎหมายให้สิทธิไว้โดยชัดแจ้ง การใช้สิทธินี้จึงไม่เป็นการไม่สุจริตในตัวเอง และคู่ความที่ถูกอ้างเป็นพยานต้องเบิกความ ภายใต้เอกสิทธิ์ตามมาตรา 92 และหลักคุณสมบัติตามมาตรา 95 มาตรานี้มักถูกใช้เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามรับรองลายมือชื่อ การทำนิติกรรม หรือคำรับ
ความสำคัญต่อ
การอ้างคู่ความอีกฝ่ายเป็นพยานอาจเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังเพื่อยึดคำรับ รับรองลายมือชื่อ หรือเปิดข้อขัดแย้ง และมาตรา 97 ทำให้ชัดว่าไม่เป็นการไม่สุจริต ควรวางคำถามให้รัดกุม เพราะพยานที่เป็นปฏิปักษ์จะไม่ช่วยเหลือเอง และพึงจำว่าฝ่ายตรงข้ามยังยกเอกสิทธิ์ตามมาตรา 92 ได้ การตัดสินใจว่าจะเบิกความเองหรือไม่ก็เป็นเรื่องกลยุทธ์เช่นกัน ควรปรึกษาก่อนสืบพยานว่าใครควรขึ้นเบิกความ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6798/2544 (2001)
มาตรา 97 ให้คู่ความอ้างคู่ความอีกฝ่ายเป็นพยานของตนได้ การกระทำเช่นนั้นจึงไม่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และการเบิกความในเรื่องที่อยู่ในคำฟ้องไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยานของตนชอบด้วยมาตรา 97 และไม่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทั้งคำเบิกความเรื่องเช็คไม่เป็นการนำสืบนอกเหนือคำฟ้อง
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
อ้างคู่ความอีกฝ่ายเป็นพยานของเราได้หรือไม่
ได้ มาตรา 97 ให้คู่ความอ้างคู่ความอีกฝ่ายเป็นพยานของตนได้โดยชัดแจ้ง และการใช้สิทธินี้ไม่เป็นการไม่สุจริต
อ้างตนเองเป็นพยานในคดีของตนได้หรือไม่
ได้ มาตรา 97 ให้คู่ความอ้างตนเองเป็นพยานและเบิกความเพื่อฝ่ายตนได้