ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 109: การถามคัดค้านคดีโทษสูง
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องหาหรือถูกฟ้องในความผิดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปี ถ้ามีคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ในระหว่างสอบสวนหรือระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลจะต้องถามพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือโจทก์ว่าจะคัดค้านประการใดหรือไม่ ถ้าไม่อาจถามได้โดยมีเหตุอันควรศาลจะงดการถามเสียก็ได้แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้
คำแปลภาษาอังกฤษ
In a case where the accused or defendant is charged with or prosecuted for an offence carrying a maximum term of imprisonment exceeding ten years, if an application for provisional release is made during the inquiry or during the trial of the Court of First Instance, the court must ask the inquiry official, the public prosecutor, or the plaintiff whether they have any objection. If the inquiry cannot be made for reasonable cause, the court may dispense with it, but must record that cause.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 109 เพิ่มหลักประกันทางกระบวนพิจารณาสำหรับคดีร้ายแรงที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปี โดยกำหนดให้ศาลต้องสอบถามความเห็นของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือโจทก์ก่อนสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวนหรือระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ทำงานคู่กับมาตรา 108 ซึ่งให้ศาลรับฟังคำคัดค้านเป็นข้อพิจารณาอยู่แล้ว แต่ในมาตรานี้การสอบถามเป็นหน้าที่บังคับมิใช่ทางเลือก ศาลยังมีทางผ่อนคลายอย่างจำกัด คือ อาจงดการถามได้เมื่อมีเหตุอันควร แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ เพื่อคงหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เกณฑ์สิบปีนี้สอดคล้องกับมาตรา 110 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องประกันที่เข้มขึ้นในคดีประเภทเดียวกัน
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ในคดีร้ายแรง ฝ่ายโจทก์มักได้แสดงจุดยืนเรื่องการปล่อยชั่วคราวก่อนศาลสั่ง ฝ่ายจำเลยจึงควรคาดหมายและเตรียมโต้แย้งคำคัดค้าน หากศาลงดการถาม ควรตรวจว่ามีการบันทึกเหตุไว้หรือไม่ เพราะการไม่บันทึกเป็นความบกพร่องทางกระบวนพิจารณา คดีที่มีข้อหาร้ายแรงควรเตรียมการทางกฎหมายแต่เนิ่น ๆ ดูที่ /what-to-know-before-you-go-to-court-in-thailand/
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 1 คดี (พ.ศ. 2535 ถึง 2535)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 783/2535 (1992)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ศาลต้องถามฝ่ายโจทก์เรื่องการปล่อยชั่วคราวเมื่อใด
ตามมาตรา 109 ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปี ศาลต้องถามพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือโจทก์ว่าจะคัดค้านหรือไม่ก่อนสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในระหว่างสอบสวนหรือระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น
ศาลงดการถามฝ่ายโจทก์เรื่องการปล่อยชั่วคราวได้หรือไม่
ได้ แต่ต้องมีเหตุอันควรและต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ มิฉะนั้นการสอบถามเป็นหน้าที่บังคับในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปี
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 109 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 109. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-109/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 109 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-109/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-109/"><p>ในกรณีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องหาหรือถูกฟ้องในความผิดมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปี ถ้ามีคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราว ในระหว่างสอบสวนหรือระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลจะต้องถามพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือโจทก์ว่าจะคัดค้านประการใดหรือไม่ ถ้าไม่อาจถามได้โดยมีเหตุอันควรศาลจะงดการถามเสียก็ได้แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 109 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-109/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา