ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 127 — คำกล่าวโทษ
คนบทกฎหมาย
ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๒๓ ถึง ๑๒๖ มาบังคับโดยอนุโลมในเรื่องคำกล่าวโทษเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รับคำกล่าวโทษจะไม่บันทึกคำกล่าวโทษในกรณีต่อไปนี้ก็ได้
(๑) เมื่อผู้กล่าวโทษไม่ยอมแจ้งว่าเขาคือใคร
(๒) เมื่อคำกล่าวโทษเป็นบัตรสนเท่ห์คำกล่าวโทษซึ่งบันทึกแล้วแต่ผู้กล่าวโทษไม่ยอมลงลายมือชื่อ เจ้าพนักงานผู้รับคำกล่าวโทษจะไม่จัดการแก่คำกล่าวโทษนั้นก็ได้
คำแปลภาษาไทย
The provisions of Sections 123 to 126 shall apply mutatis mutandis to accusations. An officer with the duty to receive an accusation may decline to record the accusation in the following cases: (1) when the accuser refuses to say who he is; (2) when the accusation is made by an anonymous letter. Where an accusation has been recorded but the accuser refuses to sign it, the officer receiving the accusation may decline to deal with that accusation.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
บทบัญญัติในหมวดหลักทั่วไปนี้ว่าด้วยคำกล่าวโทษ คือการแจ้งความผิดโดยผู้ที่ไม่ใช่ผู้เสียหาย และนำหลักเกณฑ์เรื่องคำร้องทุกข์ในมาตรา 123 ถึง 126 มาใช้โดยอนุโลม เช่นเดียวกับมาตรา 122 สำหรับคำร้องทุกข์ บทนี้ให้ดุลพินิจแก่เจ้าพนักงานที่จะไม่บันทึกเมื่อผู้กล่าวโทษไม่ระบุตัวหรือไม่ลงชื่อ เพื่อไม่ให้ต้องดำเนินการตามคำกล่าวโทษที่ระบุตัวไม่ได้ บทนี้ทำงานร่วมกับบทว่าด้วยอำนาจสอบสวน (มาตรา 121, 125, 130, 131) และแนวคำพิพากษายืนยันว่าเจ้าพนักงานตำรวจที่พบการกระทำผิดระหว่างสืบสวนย่อมกล่าวโทษเองได้ตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127
ความสำคัญต่อ
หากท่านต้องการแจ้งความผิดที่ตนมิได้เป็นผู้เสียหาย พึงทราบว่าเจ้าพนักงานปฏิเสธไม่บันทึกคำกล่าวโทษที่ไม่ระบุตัวหรือไม่ลงชื่อได้ ดังนั้นควรระบุตัวและลงชื่อหากต้องการให้ดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง คำกล่าวโทษอาจมาจากเจ้าพนักงานตำรวจที่พบการกระทำผิดระหว่างสืบสวน ซึ่งเป็นช่องทางที่พบบ่อยในความผิดที่ไม่มีผู้เสียหายเอกชน
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13537/2553 (2010)
เจ้าพนักงานตำรวจที่สืบสวนคดีอาญาและทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ต้องสงสัย ย่อมมีอำนาจกล่าวโทษได้ตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127 และเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ย่อมมีอำนาจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน
ในคดีลักลอบหนีศุลกากรและฟอกเงิน ศาลฎีกาเห็นว่าเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจกล่าวโทษตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127 เมื่อสืบสวนพบว่าโจทก์เป็นผู้ต้องสงสัย และเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ย่อมมีอำนาจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13536/2553 (2010)
เจ้าพนักงานตำรวจที่สืบสวนพบว่าผู้ใดเป็นผู้ต้องสงสัย ย่อมมีอำนาจกล่าวโทษได้ตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127 และเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ย่อมมีอำนาจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด
ในคดีคู่ที่มีข้อเท็จจริงเดียวกัน ศาลฎีกาเห็นเช่นกันว่าเจ้าพนักงานมีอำนาจกล่าวโทษตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127 และเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ย่อมมีอำนาจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
คำกล่าวโทษตามมาตรา 127 คืออะไร
คือการแจ้งความผิดโดยผู้ที่ไม่ใช่ผู้เสียหาย โดยนำหลักเกณฑ์เรื่องคำร้องทุกข์ในมาตรา 123 ถึง 126 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
เจ้าพนักงานปฏิเสธไม่บันทึกคำกล่าวโทษได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 127 เจ้าพนักงานอาจไม่บันทึกเมื่อผู้กล่าวโทษไม่ยอมแจ้งว่าตนเป็นใครหรือเป็นบัตรสนเท่ห์ และอาจไม่จัดการแก่คำกล่าวโทษที่ผู้กล่าวโทษไม่ยอมลงชื่อ
เจ้าพนักงานตำรวจกล่าวโทษเองได้หรือไม่
ได้ แนวคำพิพากษายืนยันว่าเจ้าพนักงานที่สืบสวนพบว่าผู้ใดเป็นผู้ต้องสงสัยย่อมกล่าวโทษได้ตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127