ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 127: คำกล่าวโทษ

ตัวบทกฎหมาย

ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๒๓ ถึง ๑๒๖ มาบังคับโดยอนุโลมในเรื่องคำกล่าวโทษเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รับคำกล่าวโทษจะไม่บันทึกคำกล่าวโทษในกรณีต่อไปนี้ก็ได้
(๑) เมื่อผู้กล่าวโทษไม่ยอมแจ้งว่าเขาคือใคร
(๒) เมื่อคำกล่าวโทษเป็นบัตรสนเท่ห์คำกล่าวโทษซึ่งบันทึกแล้วแต่ผู้กล่าวโทษไม่ยอมลงลายมือชื่อ เจ้าพนักงานผู้รับคำกล่าวโทษจะไม่จัดการแก่คำกล่าวโทษนั้นก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

The provisions of Sections 123 to 126 shall apply mutatis mutandis to accusations. An officer with the duty to receive an accusation may decline to record the accusation in the following cases: (1) when the accuser refuses to say who he is; (2) when the accusation is made by an anonymous letter. Where an accusation has been recorded but the accuser refuses to sign it, the officer receiving the accusation may decline to deal with that accusation.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

บทบัญญัติในหมวดหลักทั่วไปนี้ว่าด้วยคำกล่าวโทษ คือการแจ้งความผิดโดยผู้ที่ไม่ใช่ผู้เสียหาย และนำหลักเกณฑ์เรื่องคำร้องทุกข์ในมาตรา 123 ถึง 126 มาใช้โดยอนุโลม เช่นเดียวกับมาตรา 122 สำหรับคำร้องทุกข์ บทนี้ให้ดุลพินิจแก่เจ้าพนักงานที่จะไม่บันทึกเมื่อผู้กล่าวโทษไม่ระบุตัวหรือไม่ลงชื่อ เพื่อไม่ให้ต้องดำเนินการตามคำกล่าวโทษที่ระบุตัวไม่ได้ บทนี้ทำงานร่วมกับบทว่าด้วยอำนาจสอบสวน (มาตรา 121, 125, 130, 131) และแนวคำพิพากษายืนยันว่าเจ้าพนักงานตำรวจที่พบการกระทำผิดระหว่างสืบสวนย่อมกล่าวโทษเองได้ตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากท่านต้องการแจ้งความผิดที่ตนมิได้เป็นผู้เสียหาย พึงทราบว่าเจ้าพนักงานปฏิเสธไม่บันทึกคำกล่าวโทษที่ไม่ระบุตัวหรือไม่ลงชื่อได้ ดังนั้นควรระบุตัวและลงชื่อหากต้องการให้ดำเนินการ อีกด้านหนึ่ง คำกล่าวโทษอาจมาจากเจ้าพนักงานตำรวจที่พบการกระทำผิดระหว่างสืบสวน ซึ่งเป็นช่องทางที่พบบ่อยในความผิดที่ไม่มีผู้เสียหายเอกชน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13537/2553 (2010)

    เจ้าพนักงานตำรวจที่สืบสวนคดีอาญาและทราบว่าผู้ใดเป็นผู้ต้องสงสัย ย่อมมีอำนาจกล่าวโทษได้ตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127 และเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ย่อมมีอำนาจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน

    ในคดีลักลอบหนีศุลกากรและฟอกเงิน ศาลฎีกาเห็นว่าเจ้าพนักงานตำรวจมีอำนาจกล่าวโทษตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127 เมื่อสืบสวนพบว่าโจทก์เป็นผู้ต้องสงสัย และเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ย่อมมีอำนาจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13536/2553 (2010)

    เจ้าพนักงานตำรวจที่สืบสวนพบว่าผู้ใดเป็นผู้ต้องสงสัย ย่อมมีอำนาจกล่าวโทษได้ตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127 และเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ย่อมมีอำนาจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด

    ในคดีคู่ที่มีข้อเท็จจริงเดียวกัน ศาลฎีกาเห็นเช่นกันว่าเจ้าพนักงานมีอำนาจกล่าวโทษตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127 และเมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นรองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนผู้รับผิดชอบ ย่อมมีอำนาจสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 1 คดี (พ.ศ. 2508 ถึง 2508)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 319/2508 (1965)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คำกล่าวโทษตามมาตรา 127 คืออะไร

คือการแจ้งความผิดโดยผู้ที่ไม่ใช่ผู้เสียหาย โดยนำหลักเกณฑ์เรื่องคำร้องทุกข์ในมาตรา 123 ถึง 126 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เจ้าพนักงานปฏิเสธไม่บันทึกคำกล่าวโทษได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 127 เจ้าพนักงานอาจไม่บันทึกเมื่อผู้กล่าวโทษไม่ยอมแจ้งว่าตนเป็นใครหรือเป็นบัตรสนเท่ห์ และอาจไม่จัดการแก่คำกล่าวโทษที่ผู้กล่าวโทษไม่ยอมลงชื่อ

เจ้าพนักงานตำรวจกล่าวโทษเองได้หรือไม่

ได้ แนวคำพิพากษายืนยันว่าเจ้าพนักงานที่สืบสวนพบว่าผู้ใดเป็นผู้ต้องสงสัยย่อมกล่าวโทษได้ตามมาตรา 2 (8), 17, 18, 125 และ 127

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 127 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 127. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-127/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 127
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-127/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-127/"><p>ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๑๒๓ ถึง ๑๒๖ มาบังคับโดยอนุโลมในเรื่องคำกล่าวโทษเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รับคำกล่าวโทษจะไม่บันทึกคำกล่าวโทษในกรณีต่อไปนี้ก็ได้ (๑) เมื่อผู้กล่าวโทษไม่ยอมแจ้งว่าเขาคือใคร (๒) เมื่อคำกล่าวโทษเป็นบัตรสนเท่ห์คำกล่าวโทษซึ่งบันทึกแล้วแต่ผู้กล่าวโทษไม่ยอมลงลายมือชื่อ เจ้าพนักงานผู้รับคำกล่าวโทษจะไม่จัดการแก่คำกล่าวโทษนั้นก็ได้</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 127 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-127/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง