ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 138: การสอบสวนประวัติและความประพฤติผู้ต้องหา
ตัวบทกฎหมาย
พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนเองหรือส่งประเด็นไปสอบสวนเพื่อทราบความเป็นมาแห่งชีวิตและความประพฤติอันเป็นอาจิณของผู้ต้องหา แต่ต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบข้อความทุกข้อที่ได้มา
คำแปลภาษาอังกฤษ
The inquiry official has the power to conduct the investigation himself, or to send interrogatories for investigation, in order to ascertain the background of the life and the habitual conduct of the accused, but he must inform the accused of every item of information obtained.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
ในหมวด 1 การสอบสวนสามัญ มาตรานี้ให้อำนาจพนักงานสอบสวนสืบหาความเป็นมาแห่งชีวิตและความประพฤติอันเป็นอาจิณของผู้ต้องหา ไม่ว่าจะสอบสวนเองหรือส่งประเด็นไปสอบสวนที่อื่น หลักประกันที่เด่นชัดคือความโปร่งใส คือต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบข้อความทุกข้อที่ได้มา การสอบสวนจึงสร้างแฟ้มประวัติลับไม่ได้ ข้อมูลประวัตินี้อาจมีผลต่อการดำเนินคดีและการพิจารณาโทษ และใช้ประกอบกับหน้าที่บันทึกและรวมสำนวนตามมาตรา 139
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากตำรวจสืบประวัติชีวิตและความประพฤติของท่าน เขาต้องแจ้งข้อความทุกข้อที่ได้มาให้ท่านทราบ ท่านจึงโต้แย้งหรือแก้ไขข้อมูลที่คลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากข้อมูลประวัตินี้อาจมีผลต่อการดำเนินคดีและการกำหนดโทษ จึงควรตรวจดูสิ่งที่ถูกรวบรวมเกี่ยวกับท่าน หากมีการรวบรวมข้อมูลประวัติในคดีของท่าน ควรปรึกษาทนายความ
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 1 คดี (พ.ศ. 2532 ถึง 2532)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4022/2532 (1989)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ตำรวจสืบประวัติของผู้ต้องหาได้หรือไม่
ได้ มาตรา 138 ให้พนักงานสอบสวนสอบสวนความเป็นมาแห่งชีวิตและความประพฤติอันเป็นอาจิณของผู้ต้องหา ไม่ว่าจะสอบสวนเองหรือส่งประเด็นไปสอบสวน
ผู้ต้องหาได้รู้ข้อมูลประวัติที่พนักงานสอบสวนหาได้หรือไม่
ได้ มาตรา 138 กำหนดให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อความทุกข้อที่ได้มาให้ผู้ต้องหาทราบ จึงปิดบังไม่ได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 138 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 138. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-138/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 138 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-138/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-138/"><p>พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนเองหรือส่งประเด็นไปสอบสวนเพื่อทราบความเป็นมาแห่งชีวิตและความประพฤติอันเป็นอาจิณของผู้ต้องหา แต่ต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบข้อความทุกข้อที่ได้มา</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 138 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-138/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา