ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 16: อำนาจตามกฎหมายจัดตั้งองค์กร

ตัวบทกฎหมาย

อำนาจศาล อำนาจผู้พิพากษา อำนาจพนักงานอัยการและอำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยการจัดตั้งศาลยุติธรรมและระบุอำนาจและหน้าที่ของผู้พิพากษา หรือซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจนั้น ๆ

คำแปลภาษาอังกฤษ

The powers of the court, the powers of a judge, the powers of a public prosecutor, and the powers of an administrative or police official in carrying out the provisions of this Code shall be governed by the laws and all regulations concerning the establishment of the courts of justice and specifying the powers and duties of judges, or concerning the powers and duties of public prosecutors or of administrative or police officials, as the case may be.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 16 เปิดเรื่องหลักทั่วไปว่าด้วยอำนาจโดยชี้ออกไปภายนอกว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดว่าจะทำขั้นตอนใดได้ แต่ผู้ใดจะเป็นผู้ทำและอยู่ในขอบเขตใด เป็นไปตามกฎหมายจัดตั้งศาล องค์กรอัยการ และฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มาตรานี้เป็นบทอ้างอิงมิใช่บทให้อำนาจใหม่ เจ้าพนักงานจึงกระทำได้โดยชอบเฉพาะภายในอำนาจที่กฎหมายเฉพาะเหล่านั้นให้ไว้ หลักนี้เป็นฐานของบทบัญญัติต่อ ๆ ไปเรื่องเขตอำนาจสอบสวน การจับ และการฟ้อง และอธิบายว่าเหตุใดผู้ที่มิได้ดำรงตำแหน่งโดยชอบจึงใช้อำนาจเหล่านี้ไม่ได้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ผลในทางปฏิบัติของมาตรา 16 คือเรื่องเขตอำนาจ หากผู้กระทำไม่มีอำนาจตามกฎหมายจัดตั้งที่เกี่ยวข้อง การกระทำนั้นอาจถูกโต้แย้งได้ ศาลฎีกาเคยใช้มาตรานี้ตรวจสอบว่าภารกิจหนึ่งอยู่ในอำนาจขององค์กรใดหรือไม่ เช่น วินิจฉัยว่าการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายนี้ไม่ใช่การฟ้องผู้กระทำผิด จึงไม่ตกไปอยู่ในอำนาจศาลทหารเพียงเพราะผู้เกี่ยวข้องเป็นทหาร หากท่านสงสัยว่าเจ้าพนักงานกระทำนอกเหนืออำนาจโดยชอบ ทนายความไทยที่มีใบอนุญาตช่วยประเมินได้ว่าจะกระทบต่อคดีของท่านหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21697/2556 (2013)

    ศาลชั้นต้นตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพต่อเมื่อคดีนั้นอยู่ในอำนาจของศาลนั้น เมื่อผู้กระทำความผิดต่อผู้ตายเป็นพลทหารกองประจำการซึ่งต้องถูกฟ้องยังศาลทหารตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 13 และมาตรา 16 (3) คดีของผู้นั้นย่อมไม่อยู่ในอำนาจของศาลพลเรือน ศาลพลเรือนจึงไต่สวนและมีคำสั่งชันสูตรพลิกศพไม่ได้ แม้การไต่สวนและทำคำสั่งนั้นจะมิใช่การฟ้องคดีต่อผู้กระทำให้ตายก็ตาม

    ผู้ร้องอ้างว่าการชันสูตรพลิกศพมิใช่การฟ้องคดีต่อผู้ทำให้ตาย ศาลพลเรือนจึงไต่สวนได้แม้ผู้นั้นเป็นพลทหารกองประจำการ ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย โดยวินิจฉัยว่าการไต่สวนและทำคำสั่งชันสูตรพลิกศพเป็นวิธีการพิเศษที่บัญญัติให้ศาลต้องเข้าไปเกี่ยวข้องตามมาตรา 150 วรรคห้าและวรรคสิบเอ็ด ศาลพลเรือนจะรับไต่สวนและทำคำสั่งได้เฉพาะคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลพลเรือน เมื่อผู้กระทำความผิดต้องถูกฟ้องยังศาลทหาร การยกคำร้องจึงชอบแล้ว และการที่อัยการจังหวัดทหารบกส่งสำนวนมาให้ก็หาทำให้ศาลพลเรือนมีอำนาจไม่

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2803/2554 (2011)

    มาตรา 16 กำหนดว่า อำนาจของเจ้าพนักงานตำรวจในการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับอันว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจนั้น ๆ

    ในการวินิจฉัยข้อโต้แย้งเรื่องการส่งตัวจำเลยระหว่างหน่วยตำรวจ ศาลนำมาตรา 16 มาใช้ยืนยันว่าอำนาจตำรวจตามประมวลกฎหมายนี้วัดจากกฎหมายที่กำหนดอำนาจและหน้าที่ของตน เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว การส่งตัวไปยังพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบอยู่ในขอบอำนาจ การสอบสวนจึงชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 9 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2556)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2994/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2101/2511 (1968)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2803/2554 (2011)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4810/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6984/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2376/2515 (1972)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 21697/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 749/2491 (1948)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

อำนาจของผู้พิพากษา อัยการ และตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาจากที่ใด

มาตรา 16 กำหนดว่ามาจากกฎหมายและข้อบังคับที่จัดตั้งศาลและกำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษา อัยการ และพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจไว้โดยเฉพาะ

เจ้าพนักงานใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายนี้ได้หรือไม่ ถ้ากฎหมายที่กำกับตนไม่ได้ให้อำนาจไว้

ไม่ได้ มาตรา 16 ทำให้อำนาจขึ้นอยู่กับกฎหมายจัดตั้ง หากกฎหมายเหล่านั้นไม่ได้ให้อำนาจไว้ การกระทำตามประมวลกฎหมายนี้อาจถูกโต้แย้งว่าเกินอำนาจได้

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 16 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 16. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-16/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 16
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-16/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-16/"><p>อำนาจศาล อำนาจผู้พิพากษา อำนาจพนักงานอัยการและอำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยการจัดตั้งศาลยุติธรรมและระบุอำนาจและหน้าที่ของผู้พิพากษา หรือซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจนั้น ๆ</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 16 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-16/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง