ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 16: อำนาจตามกฎหมายจัดตั้งองค์กร
ตัวบทกฎหมาย
อำนาจศาล อำนาจผู้พิพากษา อำนาจพนักงานอัยการและอำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยการจัดตั้งศาลยุติธรรมและระบุอำนาจและหน้าที่ของผู้พิพากษา หรือซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจนั้น ๆ
คำแปลภาษาอังกฤษ
อำนาจศาล อำนาจผู้พิพากษา อำนาจพนักงานอัยการและอำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยการจัดตั้งศาลยุติธรรมและระบุอำนาจและหน้าที่ของผู้พิพากษา หรือซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจนั้น ๆ
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 16 เปิดเรื่องหลักทั่วไปว่าด้วยอำนาจโดยชี้ออกไปภายนอกว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากำหนดว่าจะทำขั้นตอนใดได้ แต่ผู้ใดจะเป็นผู้ทำและอยู่ในขอบเขตใด เป็นไปตามกฎหมายจัดตั้งศาล องค์กรอัยการ และฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มาตรานี้เป็นบทอ้างอิงมิใช่บทให้อำนาจใหม่ เจ้าพนักงานจึงกระทำได้โดยชอบเฉพาะภายในอำนาจที่กฎหมายเฉพาะเหล่านั้นให้ไว้ หลักนี้เป็นฐานของบทบัญญัติต่อ ๆ ไปเรื่องเขตอำนาจสอบสวน การจับ และการฟ้อง และอธิบายว่าเหตุใดผู้ที่มิได้ดำรงตำแหน่งโดยชอบจึงใช้อำนาจเหล่านี้ไม่ได้
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ผลในทางปฏิบัติของมาตรา 16 คือเรื่องเขตอำนาจ หากผู้กระทำไม่มีอำนาจตามกฎหมายจัดตั้งที่เกี่ยวข้อง การกระทำนั้นอาจถูกโต้แย้งได้ ศาลฎีกาเคยใช้มาตรานี้ตรวจสอบว่าภารกิจหนึ่งอยู่ในอำนาจขององค์กรใดหรือไม่ เช่น วินิจฉัยว่าการชันสูตรพลิกศพตามประมวลกฎหมายนี้ไม่ใช่การฟ้องผู้กระทำผิด จึงไม่ตกไปอยู่ในอำนาจศาลทหารเพียงเพราะผู้เกี่ยวข้องเป็นทหาร หากท่านสงสัยว่าเจ้าพนักงานกระทำนอกเหนืออำนาจโดยชอบ ทนายความไทยที่มีใบอนุญาตช่วยประเมินได้ว่าจะกระทบต่อคดีของท่านหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21697/2556 (2013)
ศาลชั้นต้นตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งในการชันสูตรพลิกศพต่อเมื่อคดีนั้นอยู่ในอำนาจของศาลนั้น เมื่อผู้กระทำความผิดต่อผู้ตายเป็นพลทหารกองประจำการซึ่งต้องถูกฟ้องยังศาลทหารตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 มาตรา 13 และมาตรา 16 (3) คดีของผู้นั้นย่อมไม่อยู่ในอำนาจของศาลพลเรือน ศาลพลเรือนจึงไต่สวนและมีคำสั่งชันสูตรพลิกศพไม่ได้ แม้การไต่สวนและทำคำสั่งนั้นจะมิใช่การฟ้องคดีต่อผู้กระทำให้ตายก็ตาม
ผู้ร้องอ้างว่าการชันสูตรพลิกศพมิใช่การฟ้องคดีต่อผู้ทำให้ตาย ศาลพลเรือนจึงไต่สวนได้แม้ผู้นั้นเป็นพลทหารกองประจำการ ศาลฎีกาไม่เห็นด้วย โดยวินิจฉัยว่าการไต่สวนและทำคำสั่งชันสูตรพลิกศพเป็นวิธีการพิเศษที่บัญญัติให้ศาลต้องเข้าไปเกี่ยวข้องตามมาตรา 150 วรรคห้าและวรรคสิบเอ็ด ศาลพลเรือนจะรับไต่สวนและทำคำสั่งได้เฉพาะคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลพลเรือน เมื่อผู้กระทำความผิดต้องถูกฟ้องยังศาลทหาร การยกคำร้องจึงชอบแล้ว และการที่อัยการจังหวัดทหารบกส่งสำนวนมาให้ก็หาทำให้ศาลพลเรือนมีอำนาจไม่
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2803/2554 (2011)
มาตรา 16 กำหนดว่า อำนาจของเจ้าพนักงานตำรวจในการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับอันว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานตำรวจนั้น ๆ
ในการวินิจฉัยข้อโต้แย้งเรื่องการส่งตัวจำเลยระหว่างหน่วยตำรวจ ศาลนำมาตรา 16 มาใช้ยืนยันว่าอำนาจตำรวจตามประมวลกฎหมายนี้วัดจากกฎหมายที่กำหนดอำนาจและหน้าที่ของตน เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงแล้ว การส่งตัวไปยังพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบอยู่ในขอบอำนาจ การสอบสวนจึงชอบด้วยกฎหมาย
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 9 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2556)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2994/2536 (1993)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2101/2511 (1968)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2803/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4810/2542 (1999)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6984/2541 (1998)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2376/2515 (1972)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 21697/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 749/2491 (1948)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
อำนาจของผู้พิพากษา อัยการ และตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาจากที่ใด
มาตรา 16 กำหนดว่ามาจากกฎหมายและข้อบังคับที่จัดตั้งศาลและกำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษา อัยการ และพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจไว้โดยเฉพาะ
เจ้าพนักงานใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายนี้ได้หรือไม่ ถ้ากฎหมายที่กำกับตนไม่ได้ให้อำนาจไว้
ไม่ได้ มาตรา 16 ทำให้อำนาจขึ้นอยู่กับกฎหมายจัดตั้ง หากกฎหมายเหล่านั้นไม่ได้ให้อำนาจไว้ การกระทำตามประมวลกฎหมายนี้อาจถูกโต้แย้งว่าเกินอำนาจได้
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 16 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 16. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-16/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 16 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-16/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-16/"><p>อำนาจศาล อำนาจผู้พิพากษา อำนาจพนักงานอัยการและอำนาจพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการที่จะปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ต้องเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับทั้งหลายอันว่าด้วยการจัดตั้งศาลยุติธรรมและระบุอำนาจและหน้าที่ของผู้พิพากษา หรือซึ่งว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการหรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจนั้น ๆ</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 16 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-16/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา