ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

169 — ออกหมายเรียกหรือหมายจับจำเลย

คนบทกฎหมาย

เมื่อศาลประทับฟ้องแล้ว แต่ยังไม่ได้ตัวจำเลยมา ให้ศาลออกหมายเรียกหรือหมายจับมาแล้วแต่ควรอย่างใดเพื่อพิจารณาต่อไป

คำแปลภาษาไทย

When the court has accepted the charge but the defendant has not yet been brought before it, the court shall issue a summons or an arrest warrant, whichever is appropriate, in order to proceed with the trial.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

บทบัญญัตินี้อยู่ในลักษณะว่าด้วยการฟ้องคดีอาญาและการไต่สวนมูลฟ้อง จัดการปัญหาที่จำเลยยังไม่มาศาลหลังจากศาลประทับฟ้องตามมาตรา ๑๖๗ โดยให้ศาลมีดุลพินิจเลือกระหว่างหมายเรียกซึ่งเพียงให้จำเลยมาศาล กับหมายจับซึ่งบังคับให้มา ตามที่เห็นสมควรแก่พฤติการณ์ ศาลฎีกาวางแนวว่าเป็นดุลพินิจที่ใช้ให้เหมาะแก่คดี และในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ คำสั่งให้ออกหมายเรียกจำเลยผูกกับหน้าที่ของโจทก์ในการนำส่งหมาย มาตรานี้ทำให้การประทับฟ้องนำไปสู่การได้ตัวจำเลยมาพิจารณา

ความสำคัญต่อ

การที่ศาลเลือกออกหมายเรียกหรือหมายจับมีผลต่อจำเลยมาก หมายเรียกคาดหมายให้มาศาลโดยสมัครใจ ส่วนหมายจับให้อำนาจจับกุม ในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ โจทก์มักถูกสั่งให้นำส่งหมายเรียกภายในกำหนด และการไม่ดำเนินคดีต่ออาจมีผลต่อโจทก์ จำเลยที่ทราบว่าคดีถูกประทับฟ้องควรมาศาลหรือดำเนินการโดยเร็วแทนที่จะเสี่ยงต่อการถูกออกหมายจับ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 612/2526 (1983)

    มาตรา 169 ให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจได้ตามควรว่ากรณีใดควรออกหมายเรียกและกรณีใดควรออกหมายจับ

    ศาลฎีกาอธิบายว่ามาตรา 169 ให้ศาลใช้ดุลพินิจว่าจะออกหมายเรียกหรือหมายจับ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าบุคคลนั้นเป็นจำเลยในคดีอาญาอีกคดีหนึ่งซึ่งศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว การที่ผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจออกหมายจับจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยชอบ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2526 (1983)

    เมื่อศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องและออกหมายเรียกจำเลยตามมาตรา 169 พร้อมสั่งให้โจทก์นำส่งหมาย โจทก์มีหน้าที่ดำเนินคดีต่อไปภายในกำหนดเวลาที่ศาลกำหนด

    หลังไต่สวนมูลฟ้องและสั่งว่าคดีมีมูล ศาลชั้นต้นประทับฟ้อง ออกหมายเรียกจำเลย และสั่งให้โจทก์นำส่งหมายภายในเจ็ดวัน ศาลฎีกาเห็นว่าคำสั่งออกหมายเรียกเป็นไปตามมาตรา 169 และคำขอท้ายฟ้อง และการสั่งให้โจทก์นำส่งหมายทำให้โจทก์มีหน้าที่ดำเนินคดีต่อไปภายในกำหนดเวลา

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13881/2556 (2013)

    คำสั่งให้ออกหมายเรียกจำเลยและให้โจทก์นำส่งหมายเป็นไปตามมาตรา 169 ที่นำมาใช้ผ่านกฎหมายวิธีพิจารณาของศาลชำนัญพิเศษ และเป็นการปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ด้วย

    ในคดีของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลสั่งให้ออกหมายเรียกจำเลยทั้งสามและให้โจทก์นำส่ง ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ ประกอบมาตรา 169 และเป็นการปฏิบัติตามคำขอท้ายฟ้องด้วย

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ถ้าประทับฟ้องแล้วแต่ยังไม่ได้ตัวจำเลย ศาลทำอย่างไร

ตามมาตรา 169 ศาลจะออกหมายเรียกหรือหมายจับแล้วแต่ควรอย่างใด เพื่อให้สามารถดำเนินการพิจารณาต่อไปได้

ศาลต้องออกหมายจับเสมอหรือไม่

ไม่ มาตรา 169 ให้ศาลมีดุลพินิจเลือกระหว่างหมายเรียกกับหมายจับตามที่เหมาะสมแก่คดี ไม่จำต้องออกหมายจับในทุกกรณี

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น