ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

179 — การพิจารณาต่อเนื่องและการเลื่อนคดี

คนบทกฎหมาย

ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ศาลจะดำเนินการพิจารณาตลอดไปจนเสร็จโดยไม่เลื่อนก็ได้ถ้าพยานไม่มาหรือมีเหตุอื่นอันควรต้องเลื่อนการพิจารณาก็ให้ศาลเลื่อนคดีไปตามที่เห็นสมควร

คำแปลภาษาไทย

Subject to this Code or other law, the court may conduct the trial continuously until completion without adjournment. If a witness fails to appear or there is another proper cause requiring the trial to be adjourned, the court shall adjourn the case as it thinks fit.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 179 ชั่งน้ำหนักระหว่างความรวดเร็วกับความเป็นธรรมในลักษณะ 2 การพิจารณา วรรคหนึ่งมุ่งให้พิจารณาต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก ส่วนวรรคสองบังคับให้ศาลเลื่อนคดีเมื่อพยานไม่มาหรือมีเหตุอันควรอื่น ศาลฎีกาวางแนวหลายครั้งว่าการไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีที่มีเหตุอันสมควรจริงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิด เช่น เมื่อคู่ความต้องการเวลาติดตามพยาน หรือทนายติดว่าความที่ศาลอื่นจริง บทนี้คุ้มครองโอกาสของคู่ความในการนำสืบคดีอย่างเต็มที่ หากไม่อนุญาตโดยมิชอบ อาจนำไปสู่การเพิกถอนคำพิพากษาและพิจารณาใหม่

ความสำคัญต่อ

หากพยานสำคัญมาไม่ได้ หรือทนายติดว่าความที่ศาลอื่นจริงในวันนัด คู่ความขอเลื่อนคดีได้ และศาลที่ไม่อนุญาตทั้งที่มีเหตุอันสมควรจริงเสี่ยงต่อการถูกกลับคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์ ในทางกลับกัน คำขอที่ซ้ำซากหรือไม่มีเหตุจะถูกยกเสีย คำร้องขอเลื่อนคดีจึงควรมีเหตุผลจริงที่ตรวจสอบได้ การเตรียมพยานและกำหนดนัดแต่เนิ่นๆ ช่วยไม่ให้เสียโอกาสนำสืบ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7402/2551 (2008)

    เมื่อการให้เวลาเพิ่มจะทำให้โจทก์ติดตามพยานที่ยังไม่มาศาลมาเบิกความได้ คำขอเลื่อนคดีย่อมมีเหตุอันควร ศาลชั้นต้นไม่ควรด่วนงดสืบพยานตามมาตรา 179 วรรคสอง

    โจทก์ขอเวลาให้เจ้าพนักงานตำรวจติดตามพยานที่ไม่มาศาล ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่าเป็นเหตุอันควรเลื่อนคดีตามมาตรา 179 วรรคสอง การด่วนงดสืบพยานอาจเสียความยุติธรรม และให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาใหม่

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3782/2541 (1998)

    ในคดีที่มีโทษจำคุกและจำเลยให้การปฏิเสธตลอดมา ศาลควรให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ และอนุญาตให้เลื่อนคดีไปสืบพยานจำเลยตามมาตรา 179 วรรคสอง

    จำเลยให้การปฏิเสธตลอดมาในคดีที่มีโทษจำคุก ศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นไม่ปฏิบัติตามมาตรา 179 วรรคสอง โดยไม่อนุญาตให้เลื่อนไปสืบพยานจำเลย คำสั่งไม่อนุญาตจึงไม่ชอบ และคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ต่อยอดจากนั้นก็ผิดไปด้วย

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1520/2514 (1971)

    เมื่อเหตุที่ทนายจำเลยขอเลื่อนคดีว่าติดว่าความที่ศาลอื่นเป็นความจริงและมีเหตุอันสมควร ศาลชั้นต้นควรอนุญาตให้เลื่อนตามมาตรา 179 วรรคสอง การไม่อนุญาตแล้วพิจารณาพิพากษาไปเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง

    ทนายจำเลยขอเลื่อนคดีเพราะติดว่าความที่ศาลอื่น ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าเป็นความจริงและมีเหตุอันสมควร การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตแล้วพิจารณาพิพากษาไปเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามมาตรา 179 วรรคสอง ศาลฎีกาจึงให้พิจารณาพิพากษาใหม่ตามมาตรา 208(2)

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ขอเลื่อนคดีอาญาได้หรือไม่

ได้หากมีเหตุอันควร ตามมาตรา 179 วรรคสอง ศาลต้องเลื่อนคดีเมื่อพยานไม่มาหรือมีเหตุอันสมควรอื่น เช่น ทนายติดว่าความที่ศาลอื่นจริง

ถ้าศาลไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีโดยมิชอบจะเป็นอย่างไร

คำพิพากษาอาจถูกเพิกถอน ศาลฎีกาถือว่าการไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีที่มีเหตุอันสมควรตามมาตรา 179 เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิด และให้พิจารณาใหม่

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น