ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
183 — คำพิพากษาเป็นหนังสือลงลายมือชื่อและความเห็นแย้ง
คนบทกฎหมาย
คำพิพากษา หรือคำสั่งหรือความเห็นแย้งต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณา ผู้พิพากษาใดที่นั่งพิจารณา ถ้าไม่เห็นพ้องด้วย มีอำนาจทำความเห็นแย้ง คำแย้งนี้ให้รวมเข้าสำนวนไว้
คำแปลภาษาไทย
A judgment, order, or dissenting opinion must be made in writing and signed by the judges who sat at the trial. Any judge who sat at the trial, if he does not concur, has the power to make a dissenting opinion; this dissenting opinion shall be included in the case file.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 183 กำหนดแบบของคำวินิจฉัยในลักษณะ 3 คำพิพากษาและคำสั่ง คือ ต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาจริง และรักษาสิทธิของผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยในการบันทึกความเห็นแย้งไว้ในสำนวน ศาลฎีกาวางแนวว่าผู้ใดถือเป็นผู้นั่งพิจารณา โดยเห็นว่าผู้พิพากษาที่อยู่เมื่อคดีเสร็จการพิจารณาและหมดพยานย่อมพิพากษาได้ และองค์คณะศาลอุทธรณ์อาจนัดใหม่เพื่อตัดสินได้โดยไม่ขัดต่อมาตรานี้ ทั้งนี้กฎเรื่องเลื่อนการอ่านเมื่อจำเลยไม่มาปัจจุบันอยู่ในมาตรา 182 คำพิพากษาเก่าที่อ้างมาตรา 183 วรรค 3 เป็นบทก่อนการแก้ไข
ความสำคัญต่อ
นี่เป็นแบบพิธีที่มีผลจริง คำพิพากษาต้องลงลายมือชื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาคดี ความบกพร่องเรื่ององค์คณะหรือการลงชื่ออาจเป็นเหตุอุทธรณ์ได้ หากท่านติดตามคดี พึงจำว่าคำพิพากษาที่เป็นหนังสือคือหลักฐานที่ใช้อ้างอิงได้ จึงควรขอคัดสำเนารับรองไว้ใช้ในการอุทธรณ์ บังคับคดี หรือใช้ต่างประเทศ ความเห็นแย้งแม้ไม่ใช่คำวินิจฉัย ก็รวมไว้ในสำนวนและอาจเกี่ยวข้องในชั้นอุทธรณ์ต่อไป คดีสำคัญควรให้ทนายตรวจทั้งแบบและเนื้อหาก่อนตัดสินใจอุทธรณ์
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1296/2539 (1996)
ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ได้นั่งพิจารณาเมื่อคดีเสร็จการพิจารณาและจำเลยแถลงหมดพยาน ถือเป็นผู้นั่งพิจารณาคดี ชอบที่จะพิพากษาคดีได้ตามมาตรา 183
มีปัญหาว่าผู้พิพากษาที่ทำคำพิพากษาได้นั่งพิจารณาคดีโดยชอบหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าผู้พิพากษาที่อยู่เมื่อคดีเสร็จการพิจารณาและจำเลยแถลงหมดพยาน ถือเป็นผู้นั่งพิจารณาคดี จึงชอบที่จะพิพากษาคดีในศาลชั้นต้นได้ตามมาตรา 183
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1622/2506 (1963)
ศาลอุทธรณ์อาจนัดฟังคำแถลงการณ์ใหม่เพื่อแก้ข้อขัดข้องในการดำเนินกระบวนพิจารณาได้ เมื่อนัดใหม่แล้วคู่ความมิได้แถลง องค์คณะผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คณะใหม่ก็ชอบที่จะปรึกษาและตัดสินคดีได้ ไม่ขัดต่อมาตรา 183
หลังผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คณะหนึ่งได้นั่งฟังคำแถลงการณ์แล้ว ศาลอุทธรณ์นัดฟังใหม่เพื่อแก้ข้อขัดข้อง แต่คู่ความมิได้แถลง ศาลฎีกาเห็นว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คณะใหม่ชอบที่จะปรึกษาและตัดสินคดีได้ ไม่ขัดต่อมาตรา 183
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
คำพิพากษาคดีอาญาต้องเป็นหนังสือหรือไม่
ต้อง มาตรา 183 กำหนดให้คำพิพากษา คำสั่ง หรือความเห็นแย้ง ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณา
ผู้พิพากษาที่ไม่เห็นด้วยบันทึกความเห็นไว้ได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 183 ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาแต่ไม่เห็นพ้องด้วยอาจทำความเห็นแย้ง ซึ่งรวมเข้าสำนวนไว้