ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
203 — การพิจารณาโดยเปิดเผยของศาลอุทธรณ์
คนบทกฎหมาย
ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาโดยเปิดเผยเฉพาะแต่ในกรณีที่นัดหรืออนุญาตให้คู่ความมาพร้อมกันหรือมีการสืบพยาน
คำแปลภาษาไทย
The Court of Appeal shall conduct proceedings in open court only in cases where it schedules or permits the parties to appear together, or where witnesses are examined.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 203 วางหลักว่าการพิจารณาชั้นอุทธรณ์ในคดีอาญาโดยหลักกระทำจากสำนวน มิใช่โดยเปิดเผยในศาล การพิจารณาโดยเปิดเผยต่อสาธารณะจะมีเฉพาะสองกรณีที่ระบุไว้ คือกรณีที่ศาลนัดหรืออนุญาตให้คู่ความมาพร้อมกันเพื่อแถลงการณ์ด้วยปาก หรือกรณีที่มีการสืบพยานตามมาตรา 208 สอดคล้องกับที่ว่าการอุทธรณ์เป็นการทบทวนสำนวนของศาลชั้นต้นเป็นหลัก มิใช่การพิจารณาคดีใหม่ ศาลฎีกายืนยันว่าการอนุญาตให้แถลงการณ์ด้วยปากทำให้เกิดการพิจารณาโดยเปิดเผยต่อหน้าคู่ความ แต่การจะอนุญาตให้แถลงการณ์ด้วยปากหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์และไม่อาจฎีกาได้
ความสำคัญต่อ
อย่าคาดหวังการแถลงด้วยวาจาในคดีอาญาชั้นอุทธรณ์ส่วนใหญ่ เพราะศาลอุทธรณ์มักวินิจฉัยจากสำนวน ความหนักแน่นของอุทธรณ์และคำแก้อุทธรณ์ที่เป็นหนังสือจึงสำคัญกว่าการหวังให้มีการพิจารณาด้วยวาจา คู่ความขอแถลงการณ์ด้วยปากได้ แต่ศาลปฏิเสธได้และไม่อาจโต้แย้งต่อไป หากต้องการให้ศาลเข้าใจข้อต่อสู้อย่างครบถ้วน ควรลงทุนกับอุทธรณ์ที่เป็นหนังสือซึ่งเรียบเรียงอย่างดี มากกว่าพึ่งการพิจารณาโดยเปิดเผย
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5649/2550 (2007)
คู่ความอาจขอแถลงการณ์ด้วยปากในคำฟ้องอุทธรณ์ได้โดยไม่ต้องทำเป็นคำร้อง หากศาลอุทธรณ์อนุญาต ให้พิจารณาคดีโดยเปิดเผยต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่ายตามมาตรา 203 แต่การอนุญาตหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ คู่ความไม่มีสิทธิฎีกา
จำเลยโต้แย้งว่าศาลอุทธรณ์ควรอนุญาตให้แถลงการณ์ด้วยปาก ศาลฎีกาอธิบายว่าการอนุญาตนำไปสู่การพิจารณาโดยเปิดเผยตามมาตรา 203 แต่เป็นดุลพินิจ การไม่อนุญาตจึงฎีกาไม่ได้ พิพากษายกฎีกาของจำเลย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 739/2502 (1959)
เมื่อมีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลยตามมาตรา 182 และทนายจำเลยยื่นฎีกา ย่อมไม่มีกรณีที่ศาลชั้นสูงจะต้องพิจารณาโดยเปิดเผยตามมาตรา 203 ศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปได้
หลังอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ลับหลังจำเลยและทนายยื่นฎีกา ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าไม่มีกรณีต้องพิจารณาโดยเปิดเผยตามมาตรา 203 และมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปได้
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ศาลอุทธรณ์เปิดพิจารณาทุกคดีอุทธรณ์หรือไม่
ไม่ ตามมาตรา 203 ศาลอุทธรณ์พิจารณาโดยเปิดเผยเฉพาะเมื่อนัดหรืออนุญาตให้คู่ความมาพร้อมกันหรือมีการสืบพยาน มิฉะนั้นวินิจฉัยจากสำนวน
ขอแถลงการณ์ด้วยปากต่อศาลอุทธรณ์ได้หรือไม่
ขอได้ แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการอนุญาตให้แถลงการณ์ด้วยปากเป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ และการไม่อนุญาตไม่อาจฎีกาได้