ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 209: การพิพากษาและอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ตัวบทกฎหมาย

ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาโดยมิชักช้า และจะอ่านคำพิพากษาที่ศาลอุทธรณ์ หรือส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

The Court of Appeal shall render judgment without delay, and it may read the judgment at the Court of Appeal or send it to the court of first instance to be read.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 209 กำหนดสองเรื่อง คือหน้าที่ของศาลอุทธรณ์ที่ต้องพิพากษาโดยไม่ชักช้า และทางเลือกสถานที่อ่านคำพิพากษา ระหว่างอ่านที่ศาลอุทธรณ์หรือส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่าน ในทางปฏิบัติมักส่งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไปอ่านที่ศาลชั้นต้นซึ่งสะดวกแก่คู่ความมากกว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะจัดให้มีการอ่านตามมาตรา 182 และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีผลเมื่ออ่าน ทางเลือกสถานที่อ่านไม่กระทบเนื้อหาหรือความสมบูรณ์ของคำพิพากษา

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ในทางปฏิบัติ ท่านมักจะได้ฟังการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นที่เริ่มคดี มิใช่ที่กรุงเทพฯ จึงควรติดตามวันนัดอ่านที่ศาลชั้นต้นกำหนด และให้ท่านหรือทนายความมาศาลหรือมีผู้แทนโดยชอบ คำพิพากษาโดยทั่วไปมีผลนับแต่วันอ่าน ซึ่งเป็นจุดเริ่มนับกำหนดเวลาสำหรับขั้นต่อไปเช่นการฎีกา การขาดนัดอ่านอาจมีผลกระทบ จึงควรแจ้งที่อยู่และช่องทางติดต่อให้เป็นปัจจุบันกับศาลชั้นต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2609/2539 (1996)

    เมื่อศาลอุทธรณ์ทำคำพิพากษาเสร็จและส่งคำพิพากษาพร้อมสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นอ่านตามมาตรา 209 เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะดำเนินการให้มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 182

    ศาลอุทธรณ์ส่งคำพิพากษาที่ทำเสร็จพร้อมสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นอ่าน ศาลฎีกายืนยันว่าตามมาตรา 209 ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ให้มีการอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้คู่ความฟังตามมาตรา 182 โดยการเลื่อนอ่านเป็นระยะและการชำระหนี้บางส่วนเป็นข้อเท็จจริงใหม่ที่ไม่บังคับแนวทางใดเป็นการเฉพาะ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 3 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2554)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4444/2554 (2011)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2609/2539 (1996)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 707/2490 (1947)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์อ่านที่ไหน

ตามมาตรา 209 ศาลอุทธรณ์จะอ่านคำพิพากษาเองหรือส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านก็ได้ ในทางปฏิบัติมักอ่านที่ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นที่เริ่มคดี

เมื่อส่งคำพิพากษาไปศาลชั้นต้น ใครจัดการอ่าน

เมื่อศาลอุทธรณ์ส่งคำพิพากษาไปตามมาตรา 209 เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะจัดให้มีการอ่านให้คู่ความฟังตามมาตรา 182

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 209 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 209. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-209/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 209
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-209/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-209/"><p>ให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาโดยมิชักช้า และจะอ่านคำพิพากษาที่ศาลอุทธรณ์ หรือส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านก็ได้</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 209 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-209/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง