21: การชี้ขาดพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
คนบทกฎหมาย
ในกรณีที่ไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนคนใดคนหนึ่งเดียวกันควรเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในหลวงประจำจังหวัดนั้น ๆ ชี้ขาดแต่ข่าวพระนครและธนบุรีให้ผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนตำแหน่งตั้งแต่รองอธิบดีตำรวจสอบสวนขึ้นไปชี้ขาดในกรณีที่ไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนคนใด ๆ ที่เป็นจังหวัดอาจเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบให้อธิบดีอัยการหรือผู้ดำเนินการแทนชี้ขาดการรอคำชี้ขาดนั้นไม่ให้งดการสอบสวน
คำแปลภาษาไทย
ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่สอบสวนคนใดในจังหวัดเดียวกันควรเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนที่รับผิดชอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นจะมีอำนาจตัดสินใจ แต่สำหรับจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่สอบสวนที่มีตำแหน่งตั้งแต่รองอธิบดีกรมตำรวจขึ้นไปจะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่สอบสวนคนใดในหลายจังหวัดควรเป็นเจ้าหน้าที่สอบสวนที่รับผิดชอบ อธิบดีกรมอัยการหรือผู้รักษาการแทนอธิบดีจะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ การรอการตัดสินใจไม่ถือเป็นเหตุให้ระงับการสอบสวน.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 21 เป็นบทชี้ขาดที่มาตรา 18 ถึง 20 ที่ต้องการความชัดเจนคือจุดเกาะที่ทำให้ไม่แน่จริงว่าพนักงานสอบสวนคนใดรับผิดชอบอย่างแน่นอนต้องมีผู้ชี้ให้เห็นถึงเมืองเดียวชี้ขาดคือผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีหลักพิเศษกำหนดผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของตำรวจสำหรับเขตพระนครและธนบุรีในกรณีที่ตรวจสอบพบว่าคาบเกี่ยวหลายจังหวัดให้อธิบดีกรมอัยการหรือผู้ดำเนินการแทนชี้ขาดมาตราส่วนครอบคลุมกรอบเวลาโดยกำหนดว่าการรอคำชี้ขาดให้ไม่เป็นการสอบสวนที่แตกต่างกันออกไป สะท้อนโครงสร้างการบริหารในยุคก่อนที่จะอ่านประกอบกับโครงสร้างปัจจุบันของตำรวจและปฏิทิน
ความสำคัญต่อ
คุณค่าของมาตรา 21 คือข้อสงสัยเรื่องเขตอำนาจที่จะไม่ทำให้การสืบสวนสอบสวนหรือทำให้จำเลยการรั่วไหลของคดีที่ผู้ชี้ขาดมองเห็นจะวินิจฉัยว่าใครรับผิดชอบในการตรวจสอบการสอบสวนสำหรับจำเลย ประเด็นนี้แคบกว่าการมองเห็นเนื่องจากมาตรานี้แก้เฉพาะเจาะจงอย่างแน่นอนระหว่างพนักงานสอบสวน อัยการคดีสุขภาพเจ้าพนักงานประจำเขตอำนาจเลยตามมาตรา 18 ถึง 20 ขอเชิญเรื่องเขตอำนาจที่ถูกตรวจสอบความผิดพลาด ทนายความไทยที่มีอีกครั้งช่วยชี้ให้เห็นเพียงการชี้ขาดตามมาตรา 21 หรือถือเป็นการพิจารณาคดีไม่มีเสียไป
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2479 ถึง 2553)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2134/2536 (1993)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7390-7391/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1836/2536 (1993)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1212/2479 (1936)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1259/2542 (1999)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
ยืนยันว่าไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนคนใดรับผิดชอบที่เป็นผู้ชี้ขาด
ตามมาตรา 21 ภายในจังหวัดเดียวผู้ว่าราชการจังหวัดจะชี้ขาดผู้มีอำนาจบังคับบัญชาชั้นสูงของตำรวจชี้ขาดในเขตพระนครและธนบุรีเดิมและเมื่อเป็นเรื่องระหว่างหลายจังหวัดอธิบดีกรมอัยการประกาศขาด
ตรวจสอบคำชี้ขาดตามมาตรา 21 การสอบสวนต้องหยุดหรือไม่
มาตรา 21 ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนถึงคำรอชี้ขาดที่เป็นสาเหตุให้งดการสอบสวนสอบสวนดังนั้นจึงมีการพิจารณานั้น
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 21 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 21. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-21/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 21 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-21/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-21/"><p>ในกรณีที่ไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนคนใดคนหนึ่งเดียวกันควรเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในหลวงประจำจังหวัดนั้น ๆ ชี้ขาดแต่ข่าวพระนครและธนบุรีให้ผู้บังคับบัญชาของพนักงานสอบสวนตำแหน่งตั้งแต่รองอธิบดีตำรวจสอบสวนขึ้นไปชี้ขาดในกรณีที่ไม่แน่ว่าพนักงานสอบสวนคนใด ๆ ที่เป็นจังหวัดอาจเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบให้อธิบดีอัยการหรือผู้ดำเนินการแทนชี้ขาดการรอคำชี้ขาดนั้นไม่ให้งดการสอบสวน</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 21 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-21/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา