ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
229 — ศาลเป็นผู้สืบพยานในหรือนอกศาล
คนบทกฎหมาย
ศาลเป็นผู้สืบพยาน จะสืบในศาลหรือนอกศาลก็ได้ แล้วแต่เห็นควรตามลักษณะของพยาน
คำแปลภาษาไทย
The court is the one who takes the evidence. It may take the evidence inside or outside the court, as it sees fit according to the nature of the evidence.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 229 วางสองหลักที่เชื่อมโยงกัน คือ ศาลเป็นองค์กรผู้สืบพยานในคดีอาญา และมีความยืดหยุ่นเรื่องสถานที่ จะสืบในศาลหรือนอกศาลก็ได้ตามลักษณะของพยาน อยู่ในภาค 5 หมวดหลักทั่วไป ทางเลือกสืบนอกศาลรองรับการเดินเผชิญสืบวัตถุพยานหรือสถานที่เกิดเหตุ และเชื่อมกับมาตรา 230 เรื่องการส่งประเด็นและเดินเผชิญสืบ กับมาตรา 230/1 เรื่องการเบิกความผ่านจอภาพ บทบัญญัตินี้เน้นลักษณะไต่สวนของไทยที่ผู้พิพากษา มิใช่เพียงคู่ความ เป็นผู้ควบคุมวิธีรับพยาน
ความสำคัญต่อ
ในทางปฏิบัติ นี่คือเหตุที่ผู้พิพากษาไทยอาจออกจากห้องพิจารณาเพื่อตรวจสถานที่ ยานพาหนะ หรือวัตถุ เมื่อภาพถ่ายอย่างเดียวไม่เพียงพอ ยืนยันว่าการรับพยานอยู่ภายใต้การควบคุมของศาล มิใช่เพียงคู่ความนำเสนอ หากคดีของท่านเกี่ยวกับสถานที่หรือวัตถุที่ต้องดูด้วยตนเอง ทนายสามารถขอให้ศาลเดินเผชิญสืบตามมาตรานี้ได้ การเข้าใจว่าผู้พิพากษาเป็นผู้นำการสืบพยานช่วยตั้งความคาดหวังที่สมจริงต่อการพิจารณาในศาลไทย
เลย
ศาลไทยสืบพยานนอกห้องพิจารณาได้หรือไม่
ได้ มาตรา 229 ให้ศาลสืบพยานในหรือนอกศาลก็ได้ตามความเหมาะสมกับลักษณะของพยาน ซึ่งรองรับการเดินเผชิญสืบสถานที่เกิดเหตุหรือวัตถุพยาน
ใครเป็นผู้ควบคุมการสืบพยานในคดีอาญา
ศาลเป็นผู้ควบคุม ตามมาตรา 229 ศาลเป็นผู้สืบพยานเอง สะท้อนลักษณะไต่สวนของวิธีพิจารณาความอาญาไทยที่ผู้พิพากษาเป็นผู้นำการสืบพยาน