ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 230/1: การเบิกความผ่านการประชุมทางจอภาพ
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจนำพยานมาเบิกความในศาลได้
เมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร
ศาลอาจอนุญาตให้พยานดังกล่าวเบิกความที่ศาลอื่นหรือสถานที่ทำการของทางราชการหรือสถานที่แห่งอื่นนอกศาลนั้น
โดยจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพได้ ทั้งนี้
ภายใต้การควบคุมของศาลที่มีเขตอำนาจเหนือท้องที่นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา
โดยได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ให้ใช้บังคับได้การเบิกความตามวรรคหนึ่งให้ถือเสมือนว่าพยานเบิกความในห้องพิจารณาของศาล
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจนำพยานมาเบิกความในศาลได้ เมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร ศาลอาจอนุญาตให้พยานดังกล่าวเบิกความที่ศาลอื่นหรือสถานที่ทำการของทางราชการหรือสถานที่แห่งอื่นนอกศาลนั้น โดยจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพได้ ทั้งนี้ ภายใต้การควบคุมของศาลที่มีเขตอำนาจเหนือท้องที่นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา โดยได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้การเบิกความตามวรรคหนึ่งให้ถือเสมือนว่าพยานเบิกความในห้องพิจารณาของศาล
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 230/1 อนุญาตให้เบิกความทางไกลผ่านการถ่ายทอดภาพและเสียงสด เมื่อพยานไม่อาจมาศาลได้จริง อยู่ในภาค 5 หมวดหลักทั่วไป เป็นการปรับปรุงวิธีสืบพยานให้ทันสมัยควบคู่กับการส่งประเด็นตามมาตรา 230 และการสืบนอกศาลตามมาตรา 229 การถ่ายทอดอยู่ภายใต้การควบคุมของศาลที่มีเขตอำนาจเหนือท้องที่ที่พยานอยู่ และเป็นไปตามข้อบังคับของประธานศาลฎีกาที่ผ่านที่ประชุมใหญ่และประกาศในราชกิจจานุเบกษา วรรคท้ายให้ถือว่าการเบิกความผ่านจอภาพเสมือนเบิกความในห้องพิจารณา จึงมีสถานะเท่ากันและถูกถามค้านได้ตามปกติ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
มาตรานี้มีประโยชน์เมื่อพยานอยู่ต่างประเทศ เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล หรือไม่อาจเดินทางมาศาลได้ เนื่องจากถือว่าเบิกความในศาล คู่ความยังคงมีสิทธิถามค้านสดผ่านจอภาพ หากคดีของท่านขึ้นอยู่กับพยานที่มาไม่ได้ ควรขอให้ศาลจัดการเบิกความผ่านจอภาพตามมาตรานี้แทนที่จะเสียพยานไป มักดีกว่าการส่งประเด็นเพราะผู้พิพากษาและคู่ความทั้งสองฝ่ายได้ฟังพยานโดยตรง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1967/2566 (2023)
เมื่อการฟังพยานเป็นเพียงเพื่อความกระจ่างในประเด็น มิใช่การสืบพยานเพิ่มเติม ศาลไม่จำต้องจัดให้เบิกความผ่านการประชุมทางจอภาพตามมาตรา 230/1
ศาลวินิจฉัยว่าการฟังพยานที่อยู่ต่างประเทศเพื่อความกระจ่างเรื่องการถอนฟ้อง มิใช่การสืบพยานเพิ่มเติมตามมาตรา 208 (1) จึงไม่จำต้องสืบพยานผ่านการประชุมทางจอภาพตามมาตรา 230/1 ดังที่จำเลยฎีกา
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 1 คดี (พ.ศ. 2566 ถึง 2566)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1967/2566 (2023)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
พยานเบิกความผ่านวิดีโอในคดีอาญาไทยได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 230/1 เมื่อพยานมาศาลไม่ได้ ศาลอาจอนุญาตให้เบิกความผ่านการประชุมทางจอภาพจากศาลอื่น สถานที่ราชการ หรือสถานที่อื่นได้ และถือเสมือนเบิกความในห้องพิจารณา
การเบิกความผ่านจอภาพมีน้ำหนักเท่าการเบิกความในศาลหรือไม่
มี วรรคท้ายมาตรา 230/1 ให้ถือเสมือนพยานเบิกความในห้องพิจารณา จึงมีสถานะเท่ากันและยังถูกถามค้านได้ตามปกติ
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 230/1 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 230/1. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230-1/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 230/1 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230-1/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230-1/"><p>ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นอันไม่อาจนำพยานมาเบิกความในศาลได้ เมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร ศาลอาจอนุญาตให้พยานดังกล่าวเบิกความที่ศาลอื่นหรือสถานที่ทำการของทางราชการหรือสถานที่แห่งอื่นนอกศาลนั้น โดยจัดให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพได้ ทั้งนี้ ภายใต้การควบคุมของศาลที่มีเขตอำนาจเหนือท้องที่นั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา โดยได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้การเบิกความตามวรรคหนึ่งให้ถือเสมือนว่าพยานเบิกความในห้องพิจารณาของศาล</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 230/1 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230-1/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา