ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 230/2: บันทึกถ้อยคำของผู้ให้ถ้อยคำที่อยู่ต่างประเทศ
ตัวบทกฎหมาย
ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานตามมาตรา
๒๓๐/๑ ได้ เมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร
ศาลอาจอนุญาตให้เสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยคำซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศต่อศาลแทนการนำพยานบุคคลมาเบิกความต่อหน้าศาลได้
แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ให้ถ้อยคำที่จะมาศาลเพื่อให้การเพิ่มเติมบันทึกถ้อยคำตามวรรคหนึ่ง
ให้มีรายการดังต่อไปนี้
(๑)
ชื่อศาลและเลขคดี
(๒) วัน เดือน
ปี และสถานที่ที่ทำบันทึกถ้อยคำ
(๓)
ชื่อและสกุลของคู่ความ
(๔) ชื่อ สกุล
อายุ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ให้ถ้อยคำ และความเกี่ยวพันกับคู่ความ
(๕) รายละเอียดแห่งข้อเท็จจริง
หรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยคำ
(๖)
ลายมือชื่อของผู้ให้ถ้อยคำ และคู่ความฝ่ายผู้เสนอบันทึกถ้อยคำสำหรับลายมือชื่อของผู้ให้ถ้อยคำให้นำมาตรา
๔๗ วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลมห้ามมิให้แก้ไขเพิ่มเติมบันทึกถ้อยคำที่ได้ยื่นไว้แล้วต่อศาล
เว้นแต่เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานตามมาตรา ๒๓๐/๑ ได้ เมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร ศาลอาจอนุญาตให้เสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยคำซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศต่อศาลแทนการนำพยานบุคคลมาเบิกความต่อหน้าศาลได้ แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ให้ถ้อยคำที่จะมาศาลเพื่อให้การเพิ่มเติมบันทึกถ้อยคำตามวรรคหนึ่ง ให้มีรายการดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อศาลและเลขคดี (๒) วัน เดือน ปี และสถานที่ที่ทำบันทึกถ้อยคำ (๓) ชื่อและสกุลของคู่ความ (๔) ชื่อ สกุล อายุ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ให้ถ้อยคำ และความเกี่ยวพันกับคู่ความ (๕) รายละเอียดแห่งข้อเท็จจริง หรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยคำ (๖) ลายมือชื่อของผู้ให้ถ้อยคำ และคู่ความฝ่ายผู้เสนอบันทึกถ้อยคำสำหรับลายมือชื่อของผู้ให้ถ้อยคำให้นำมาตรา ๔๗ วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลมห้ามมิให้แก้ไขเพิ่มเติมบันทึกถ้อยคำที่ได้ยื่นไว้แล้วต่อศาล เว้นแต่เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 230/2 เป็นทางเลือกสำรองเมื่อพยานที่อยู่ต่างประเทศไม่อาจเบิกความแม้ผ่านการประชุมทางจอภาพตามมาตรา 230/1 อนุญาตให้เสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นแทนการเบิกความด้วยวาจา ภายใต้เงื่อนไขรูปแบบที่เคร่งครัดตามรายการ (1) ถึง (6) และหลักลายมือชื่อที่นำมาตรา 47 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้อนุโลม บทบัญญัติยังคงสิทธิผู้ให้ถ้อยคำที่จะมาศาลเพื่อให้การเพิ่มเติม และห้ามแก้ไขภายหลังเว้นแต่ข้อผิดพลาดเล็กน้อย อยู่ในภาค 5 หมวดหลักทั่วไป เป็นลำดับสุดท้ายของการสืบพยานทางไกล และศาลตีความข้อยกเว้นนี้อย่างแคบเพราะกระทบเสรีภาพ
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
นี่เป็นเครื่องมือสุดท้ายเมื่อพยานที่อยู่ต่างประเทศมาเบิกความสดไม่ได้และการประชุมทางจอภาพก็ทำไม่ได้ บันทึกต้องมีรายการตามที่กำหนดอย่างครบถ้วนและแก้ไขภายหลังไม่ได้เว้นแต่ข้อผิดหลงเล็กน้อย ความถูกต้องตอนจัดทำจึงสำคัญมาก ทั้งนี้ผู้ให้ถ้อยคำยังเลือกที่จะมาเบิกความเพิ่มเติมได้ เนื่องจากตัดการถามค้านสด ศาลมักตรวจสอบบันทึกเช่นนี้อย่างระมัดระวังและชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบ หากพยานสำคัญอยู่ต่างประเทศ ควรวางแนวทางสืบพยานกับทนายแต่เนิ่น ๆ และเลือกการเบิกความสดหรือผ่านจอภาพเมื่อทำได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5598/2560 (2017)
มาตรา 230/2 เป็นข้อยกเว้นเฉพาะที่ให้เสนอบันทึกถ้อยคำของผู้อยู่ต่างประเทศได้เฉพาะเมื่อไม่อาจสืบพยานด้วยวิธีการประชุมทางจอภาพตามมาตรา 230/1 จะนำบทบัญญัติทั่วไปของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้รับฟังนอกหลักเกณฑ์นี้ไม่ได้
ศาลเน้นว่าคดีอาญากระทบเสรีภาพของบุคคล และมาตรา 230/2 บัญญัติข้อยกเว้นเฉพาะสำหรับบันทึกถ้อยคำของผู้อยู่ต่างประเทศเฉพาะเมื่อไม่อาจสืบพยานตามวิธีในมาตรา 230/1 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติทั่วไปของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้รับฟังพยานที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 1 คดี (พ.ศ. 2560 ถึง 2560)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5598/2560 (2017)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
บันทึกถ้อยคำใช้แทนการเบิกความสดได้เมื่อใด
ตามมาตรา 230/2 เฉพาะเมื่อผู้ให้ถ้อยคำอยู่ต่างประเทศและไม่อาจเบิกความแม้ผ่านการประชุมทางจอภาพตามมาตรา 230/1 ศาลจึงอาจรับบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นที่มีรายการครบถ้วนได้
แก้ไขบันทึกถ้อยคำตามมาตรานี้ภายหลังได้หรือไม่
ไม่ได้ เว้นแต่แก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย วรรคท้ายมาตรา 230/2 ห้ามแก้ไขเพิ่มเติมบันทึกที่ยื่นต่อศาลแล้ว
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 230/2 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 230/2. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230-2/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 230/2 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230-2/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230-2/"><p>ในกรณีที่ไม่อาจสืบพยานตามมาตรา ๒๓๐/๑ ได้ เมื่อคู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควร ศาลอาจอนุญาตให้เสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยคำซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศต่อศาลแทนการนำพยานบุคคลมาเบิกความต่อหน้าศาลได้ แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิผู้ให้ถ้อยคำที่จะมาศาลเพื่อให้การเพิ่มเติมบันทึกถ้อยคำตามวรรคหนึ่ง ให้มีรายการดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อศาลและเลขคดี (๒) วัน เดือน ปี และสถานที่ที่ทำบันทึกถ้อยคำ (๓) ชื่อและสกุลของคู่ความ (๔) ชื่อ สกุล อายุ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ให้ถ้อยคำ และความเกี่ยวพันกับคู่ความ (๕) รายละเอียดแห่งข้อเท็จจริง หรือความเห็นของผู้ให้ถ้อยคำ (๖) ลายมือชื่อของผู้ให้ถ้อยคำ และคู่ความฝ่ายผู้เสนอบันทึกถ้อยคำสำหรับลายมือชื่อของผู้ให้ถ้อยคำให้นำมาตรา ๔๗ วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลมห้ามมิให้แก้ไขเพิ่มเติมบันทึกถ้อยคำที่ได้ยื่นไว้แล้วต่อศาล เว้นแต่เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 230/2 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา