ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 230: การเดินเผชิญสืบและการส่งประเด็น

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2551

ตัวบทกฎหมาย

เมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอหรือเมื่อศาลเห็นเป็นการสมควร ศาลอาจเดินเผชิญสืบพยานหลักฐาน หรือเมื่อมีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำพยานหลักฐานมาสืบที่ศาลนั้น และการสืบพยานหลักฐานโดยวิธีอื่นไม่สามารถกระทำได้ ศาลมีอำนาจส่งประเด็นให้ศาลอื่นสืบพยานหลักฐานแทนให้ศาลที่รับประเด็นมีอำนาจและหน้าที่ดังศาลเดิม รวมทั้งมีอำนาจส่งประเด็นต่อไปยังศาลอื่นได้ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๗๒ ทวิ
ให้ส่งสำนวนหรือสำเนาฟ้อง
สำเนาคำให้การและเอกสารหรือของกลางเท่าที่จำเป็นให้แก่ศาลที่รับประเด็นเพื่อสืบพยานหลักฐาน
หากจำเลยต้องขังอยู่ในระหว่างพิจารณาให้ผู้คุมขังส่งตัวจำเลยไปยังศาลที่รับประเด็น
แต่ถ้าจำเลยในกรณีตามมาตรา ๑๗๒ ทวิ ไม่ติดใจไปฟังการพิจารณาจะยื่นคำถามพยานหรือคำแถลงขอให้ตรวจพยานหลักฐานก็ได้
ให้ศาลสืบพยานหลักฐานไปตามนั้นเมื่อสืบพยานหลักฐานตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว ให้ส่งถ้อยคำสำนวนพร้อมทั้งเอกสารหรือของกลางคืนศาลเดิม

คำแปลภาษาอังกฤษ

เมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอหรือเมื่อศาลเห็นเป็นการสมควร ศาลอาจเดินเผชิญสืบพยานหลักฐาน หรือเมื่อมีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำพยานหลักฐานมาสืบที่ศาลนั้น และการสืบพยานหลักฐานโดยวิธีอื่นไม่สามารถกระทำได้ ศาลมีอำนาจส่งประเด็นให้ศาลอื่นสืบพยานหลักฐานแทนให้ศาลที่รับประเด็นมีอำนาจและหน้าที่ดังศาลเดิม รวมทั้งมีอำนาจส่งประเด็นต่อไปยังศาลอื่นได้ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๗๒ ทวิ ให้ส่งสำนวนหรือสำเนาฟ้อง สำเนาคำให้การและเอกสารหรือของกลางเท่าที่จำเป็นให้แก่ศาลที่รับประเด็นเพื่อสืบพยานหลักฐาน หากจำเลยต้องขังอยู่ในระหว่างพิจารณาให้ผู้คุมขังส่งตัวจำเลยไปยังศาลที่รับประเด็น แต่ถ้าจำเลยในกรณีตามมาตรา ๑๗๒ ทวิ ไม่ติดใจไปฟังการพิจารณาจะยื่นคำถามพยานหรือคำแถลงขอให้ตรวจพยานหลักฐานก็ได้ ให้ศาลสืบพยานหลักฐานไปตามนั้นเมื่อสืบพยานหลักฐานตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว ให้ส่งถ้อยคำสำนวนพร้อมทั้งเอกสารหรือของกลางคืนศาลเดิม

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 230 กำหนดสองวิธีสืบพยานนอกที่ตั้งศาลที่พิจารณา คือ การเดินเผชิญสืบ และการส่งประเด็นให้ศาลอื่น การส่งประเด็นเป็นทางเลือกสุดท้าย ใช้ได้เฉพาะเมื่อไม่อาจสืบที่ศาลที่พิจารณาและวิธีอื่น เช่น การประชุมทางจอภาพตามมาตรา 230/1 ทำไม่ได้ ศาลที่รับประเด็นมีอำนาจเช่นศาลเดิม ภายใต้มาตรา 172 และ 172 ทวิ เรื่องการพิจารณาต่อหน้าจำเลย จำเลยที่ถูกขังจะถูกส่งตัวไป เว้นแต่จำเลยตามมาตรา 172 ทวิ สละสิทธิและยื่นคำถามเป็นหนังสือ อยู่ในภาค 5 หมวดหลักทั่วไป และเสริมมาตรา 229

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

มาตรานี้สำคัญเมื่อพยานหรือวัตถุพยานสำคัญอยู่ต่างจังหวัดและนำมาศาลที่พิจารณาไม่ได้ ข้อควรทราบคือประเด็นที่ส่งไปมีขอบเขตจำกัด ศาลที่รับประเด็นทำได้เพียงการสืบพยานที่ได้รับมอบหมาย อำนาจไม่เกินขอบเขตนั้น จำเลยที่ถูกขังมีสิทธิถูกส่งตัวไปยังศาลที่รับประเด็น และจำเลยตามมาตรา 172 ทวิ ที่ไม่ไปฟังก็ยังยื่นคำถามพยานได้ หากพยานอยู่ไกล ควรหารือทนายว่าจะใช้การเดินเผชิญสืบ การส่งประเด็น หรือการเบิกความผ่านจอภาพตามมาตรา 230/1 ดีกว่ากัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3420/2538 (1995)

    ศาลที่รับประเด็นตามมาตรา 230 มีอำนาจและหน้าที่ดังศาลเดิมเฉพาะในขอบเขตการสืบพยานที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น ไม่รวมถึงอำนาจอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 221

    ศาลวินิจฉัยว่าแม้มาตรา 230 ให้ศาลที่รับประเด็นมีอำนาจดังศาลเดิม แต่จำกัดอยู่เพียงการสืบพยานที่ได้รับมอบหมายให้ลุล่วง มิได้รวมถึงอำนาจตามมาตรา 221 ของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ในการอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 574/2487 (1944)

    มาตรา 230 ครอบคลุมทั้งการส่งประเด็นและการเดินเผชิญสืบ เมื่อจำเลยไม่ไปฟังการเผชิญสืบและไม่คัดค้านตอนศาลอ่านให้ฟัง กระบวนพิจารณาย่อมไม่เสียไป

    ศาลวินิจฉัยว่ามาตรา 230 มิได้บัญญัติเฉพาะการส่งประเด็น แต่รวมถึงการเดินเผชิญสืบด้วย จำเลยจะไปฟังการเผชิญสืบหรือไม่ก็ได้ เมื่อศาลอ่านให้ฟังแล้วจำเลยไม่คัดค้าน กระบวนพิจารณาจึงไม่เสียไป

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 623/2491 (1948)

    เมื่อส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์ตามมาตรา 230 จำเลยหรือทนายจำเลยจะตามประเด็นไป จะส่งคำถามไป หรือจะไม่ตามและไม่ส่งคำถามก็ได้ กฎหมายไม่บังคับเด็ดขาด

    ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์ จำเลยและทนายจะตามประเด็น ส่งคำถาม หรือไม่ทำทั้งสองอย่างก็ได้ เมื่อทนายจำเลยไม่คัดค้านตอนศาลอ่านให้ฟัง ข้ออ้างภายหลังเรื่องไม่แจ้งวันนัดจึงฟังไม่ขึ้น

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 4 คดี (พ.ศ. 2487 ถึง 2538)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3420/2538 (1995)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 623/2491 (1948)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 574/2487 (1944)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 377-378/2516 (1973)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

การส่งประเด็นคืออะไร

ตามมาตรา 230 เมื่อไม่อาจสืบพยานที่ศาลที่พิจารณาและวิธีอื่นทำไม่ได้ ศาลอาจส่งประเด็นให้ศาลอื่นสืบพยานแทน โดยศาลที่รับประเด็นมีอำนาจเช่นศาลเดิมและส่งถ้อยคำสำนวนคืน

จำเลยที่ถูกขังจะถูกส่งตัวไปศาลที่รับประเด็นหรือไม่

ใช่ หากจำเลยถูกขังระหว่างพิจารณา ผู้คุมขังต้องส่งตัวจำเลยไปยังศาลที่รับประเด็น เว้นแต่จำเลยตามมาตรา 172 ทวิ ไม่ติดใจไปฟังและยื่นคำถามเป็นหนังสือแทน

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 230
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 230. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 230
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230/"><p>เมื่อคู่ความที่เกี่ยวข้องร้องขอหรือเมื่อศาลเห็นเป็นการสมควร ศาลอาจเดินเผชิญสืบพยานหลักฐาน หรือเมื่อมีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำพยานหลักฐานมาสืบที่ศาลนั้น และการสืบพยานหลักฐานโดยวิธีอื่นไม่สามารถกระทำได้ ศาลมีอำนาจส่งประเด็นให้ศาลอื่นสืบพยานหลักฐานแทนให้ศาลที่รับประเด็นมีอำนาจและหน้าที่ดังศาลเดิม รวมทั้งมีอำนาจส่งประเด็นต่อไปยังศาลอื่นได้ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๗๒ ทวิ ให้ส่งสำนวนหรือสำเนาฟ้อง สำเนาคำให้การและเอกสารหรือของกลางเท่าที่จำเป็นให้แก่ศาลที่รับประเด็นเพื่อสืบพยานหลักฐาน หากจำเลยต้องขังอยู่ในระหว่างพิจารณาให้ผู้คุมขังส่งตัวจำเลยไปยังศาลที่รับประเด็น แต่ถ้าจำเลยในกรณีตามมาตรา ๑๗๒ ทวิ ไม่ติดใจไปฟังการพิจารณาจะยื่นคำถามพยานหรือคำแถลงขอให้ตรวจพยานหลักฐานก็ได้ ให้ศาลสืบพยานหลักฐานไปตามนั้นเมื่อสืบพยานหลักฐานตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว ให้ส่งถ้อยคำสำนวนพร้อมทั้งเอกสารหรือของกลางคืนศาลเดิม</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 230: <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง