กฎหมายวิธีพิจารณาอาญา

230: การเดินเผชิญสืบและการส่งประเด็น

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2551

คนบทกฎหมาย

บางครั้งคู่ความร้องขอหรือเมื่อศาลเห็นอาจเป็นที่ศาลอาจเดินสืบค้นหลักฐานหลักฐานหรือจุดเกิดเหตุที่จำเป็นเพื่อให้สามารถนำหลักฐานมาสืบที่ศาลนั้นเพื่อสืบพยานหลักฐานโดยวิธีอื่น ๆ ที่สามารถนำมาใช้ได้ ศาลดังกล่าวส่งประเด็นให้ศาลสืบค้นพิสูจน์ได้ในการตรวจสอบแทนให้ศาลที่รับประเด็นการพิจารณาและหน้าที่ดังศาลเดิมมักจะส่งประเด็นต่อไปยังศาลอื่นได้ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๗๒ ทวิ
ไม่ต้องส่งข่าวหรือเหล็กตามปกติ
แสดคำให้การและเอกสารหรือของกลางเช่นเดียวกับผู้สอนที่รับประเด็นเพื่อสืบพยานหลักฐาน
อย่าลืมเลยต้องอยู่ในระหว่างการพิจารณาให้ผู้คุมควบคุมส่งตัวจำเลยไปที่ศาลที่รับประเด็น
หากจำเลยกรณีตามมาตรา ๑๗๒ ทวิไม่มีใจไปฟังจะยื่นคำถามหรือคำแถลงขอให้ตรวจสอบหลักฐานก็ได้
ให้สืบพยานหลักฐานการตรวจสอบพบว่านั้นเมื่อสืบค้นหลักฐานหลักฐานตามที่เราได้รับมาและจะส่งคำพูดสำนวนพร้อมทั้งเอกสารหรือของคืนศาลเดิม

คำแปลภาษาไทย

เมื่อฝ่ายที่เกี่ยวข้องร้องขอ หรือเมื่อศาลพิจารณาว่าเหมาะสม ศาลอาจดำเนินการตรวจสอบและรับฟังพยานหลักฐาน ณ สถานที่นั้น หรือในกรณีที่มีความจำเป็นจนไม่สามารถรับฟังพยานหลักฐานในศาลนั้นได้ และไม่สามารถรับฟังพยานหลักฐานด้วยวิธีอื่นได้ ศาลมีอำนาจออกคำสั่งให้ศาลอื่นรับฟังพยานหลักฐานแทน ศาลที่ได้รับมอบหมายจะมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับศาลเดิม รวมถึงอำนาจในการส่งต่อคำสั่งไปยังศาลอื่น ภายใต้มาตรา 172 และมาตรา 172 บิส แฟ้มคดี หรือสำเนาคำฟ้อง สำเนาคำให้การ และเอกสารหรือพยานหลักฐานเท่าที่จำเป็น จะต้องส่งไปยังศาลที่ได้รับมอบหมายเพื่อรับฟังพยานหลักฐาน หากจำเลยถูกควบคุมตัวระหว่างการพิจารณาคดี ผู้ดูแลจะต้องส่งตัวจำเลยไปยังศาลที่ได้รับมอบหมาย แต่หากจำเลยในคดีตามมาตรา 172 บิส ไม่ประสงค์จะเข้าร่วมการพิจารณาคดี เขาอาจยื่นคำถามสำหรับพยานหรือคำแถลงขอให้ตรวจสอบพยานหลักฐาน และศาลจะรับฟังพยานหลักฐานตามนั้น เมื่อการรวบรวมพยานหลักฐานตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว บันทึกพร้อมเอกสารหรือหลักฐานต่างๆ จะต้องถูกส่งคืนไปยังศาลต้นสังกัด.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 230 กำหนดสองวิธีสืบค้นกรณีนอกสถานที่ก่อสร้างที่พิจารณาคือคำถามของการสืบค้นและการส่งประเด็นให้อนุสาวรีย์อื่น ๆ ส่งประเด็นไปที่สุดท้ายใช้ได้เฉพาะเมื่อสามารถสืบค้นที่อนุสาวรีย์ที่พิจารณาและวิธีอื่น ๆ เช่นการประชุมทางไกลอีกครั้งตามมาตรา 230/1 ทำไม่ได้ ศาลที่รับประเด็นการพิจารณาคดีเช่นศาลเดิมภายใต้มาตรา 172 และ 172 ทวิหัวข้อการประชุมส่วนจำเลย จำเลยที่นี่สำหรับการพิจารณาคดีตัวไป เด่นชัดจำเลยตามมาตรา 172 ทวิ สละสิทธิและยื่นคำถามเป็นหนังสืออยู่ในภาค 5 หมวดหลักทั่วไป และเสริมมาตรา 229

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้สำคัญต่างเมื่อนำเสนอหรือวัสดุสำคัญอยู่จังหวัดและนำมาซึ่งศาลที่พิจารณาไม่ได้ข้อควรทราบคือประเด็นที่ส่งไปมีขอบเขตจำกัดศาลที่รับประเด็นทำได้เพียงการสืบค้นเพื่อรับประสิทธิภาพของอำนาจศาลนั้น จำเลยที่จะกล่าวถึงผู้วิจารณ์ตัวต่อศาลที่รับประเด็นและจำเลยตามมาตรา 172 ทวิ ที่ไม่ไปฟังยังยื่นคำถามเพิ่มเติมได้เมื่อพิจารณาอยู่ตรงส่วนทนายว่าจุดเริ่มต้นดำเนินการเผยแพร่ประเด็นหลักๆ จุดเริ่มต้นความผ่านการพิจารณาตามมาตรา 230/1 ดีกว่ากัน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3420/2538 (1995)

    ศาลที่รับประเด็นตามมาตรา 230 การประชุมและหน้าที่ดังศาลเดิมเฉพาะในขอบเขตการสืบพยานที่ได้รับการควบคุมเท่านั้นไม่รวมอำนาจศาลฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 221

    ศาลวินิจฉัยว่าแม้มาตรา 230 ให้ศาลที่รับประเด็นสำคัญสนามกีฬาดังเดิม แต่จำกัดอยู่เพียงการสืบค้นและได้รับคำสั่งให้เพิกเฉย รวมถึงอำนาจตามมาตรา 221 ของห้องโถงศาลชั้นต้นหรือศาลยุติธรรมในการพิจารณาฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 574/2487 (1944)

    ส่วนที่ 230 กล่าวถึงทั้งการส่งประเด็นและความรู้สึกของการสืบค้นในครั้งแรกจำเลยไม่ไปฟังการสืบพยานในตอนที่ศาลอ่านให้ฟังหลักการพิจารณาย่อมไม่เสียไป

    ศาลวินิจฉัยว่ามาตรา 230 ศาลพิพากษาเฉพาะการส่งประเด็นแต่ส่วนใหญ่พิจารณาสืบค้นด้วย จำเลยที่จะฟังการสืบค้นหรือบางทีอาจเป็นศาลอ่านให้ฟังแล้วจำเลยไม่พิจารณากระบวนพิจารณาและเสียไป

  3. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 623/2491 (1948)

    เมื่อส่งประเด็นไปสืบพยานโจทก์ตามมาตรา 230 จำเลยหรือทนายจำเลยจะตามประเด็นไปส่งคำถามไปหรือจะไม่ตามไม่จำเป็นต้องส่งคำถามก็ได้ กฎหมายไม่บังคับเด็ดขาด

    ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อส่งประเด็นไปสืบค้นกรณีโจทก์จำเลยและทนายจะตามประเด็นส่งคำถามที่พบบ่อยทำอย่างใดอย่างหนึ่งบางครั้งทนายจำเลยไม่เลยตอนศาลอ่านให้ฟังข้อกล่าวหาอ้างว่าเชื่อเรื่องไม่แจ้งวันนัดจึงฟังไม่ขึ้น

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 4 คดี (พ.ศ. 2487 ถึง 2538)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3420/2538 (1995)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 623/2491 (1948)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 574/2487 (1944)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 377-378/2516 (1973)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ส่งประเด็นอะไร

ตามมาตรา 230 สามารถสืบค้นได้ว่าศาลที่พิจารณาและวิธีการทำอย่างอื่นไม่ได้ศาลอาจส่งประเด็นให้ศาลอื่นสืบค้นแทนโดยศาลที่รับประเด็นสำคัญเช่นศาลเดิมและคำพูดสถามคืน

จำเลยว่าทำไมถึงเวลาที่ตัวไปศาลที่รับประเด็นหรือไม่

คำถามที่ต้องจำเลยถูกก่อนที่การพิจารณาผู้ควบคุมส่วนใหญ่จะต้องส่งตัวจำเลยไปยังศาลที่รับประเด็นที่เน้นจำเลยตามมาตรา 172 ทวิไม่ติดใจไปฟังและยื่นคำถามเป็นหนังสือแทน

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 230 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 230. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 230
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230/"><p>บางครั้งคู่ความร้องขอหรือเมื่อศาลเห็นเพื่อเป็นพยานหลักฐานอาจต้องพิจารณาสืบค้นหลักฐานการตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่จำเป็นในการนำการตรวจสอบหลักฐานมาสืบที่ศาลนั้นเพื่อสืบค้นหลักฐานโดยวิธีอื่น ๆ ที่เป็นของแข็งได้ ศาลนั้นส่งประเด็นให้ศาลอื่น ๆ สืบค้นแทนให้ศาลที่รับประเด็นสำคัญและหน้าที่ดังศาลเดิมในการพิจารณาส่งประเด็นต่อไปยังศาลอื่นได้ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗๒ และมาตรา ๑๗๒ ทวิให้ส่งการพิจารณาหรือสอบสวนหรือพิจารณาข่าวให้การและเอกสารหรือของกลางเท่าเทียมแก่ศาลที่รับประเด็นเพื่อสืบค้น อย่าลืมเลยที่ต้องใส่ในระหว่างการพิจารณาให้ผู้คุมควบคุมเพื่อเพิ่มตัวจำเลยไปที่ศาลที่รับประเด็นแต่จำเลยกรณีตามมาตรา ๑๗๒ ทวิไม่ต้องใจไปฟังจะยื่นคำถามหรือคำชี้แจงขอให้ตรวจพิสูจน์หลักฐานก็ได้เพื่อให้ศาลสืบค้นสืบสวนสอบสวนนั้นเมื่อสืบค้นหลักฐานตามที่ได้รับคำแนะนำแล้วให้ส่งคำบรรยายสรายงานพร้อมทั้งเอกสารหรือคืนศาลเดิม</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 230 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-230/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง