ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 231: เอกสารและข้อความอันเป็นความลับ
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อคู่ความหรือผู้ใดจะต้องให้การหรือส่งพยานหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(๑) เอกสารหรือข้อความที่ยังเป็นความลับในราชการอยู่
(๒) เอกสารหรือข้อความลับ ซึ่งได้มาหรือทราบเนื่องในอาชีพหรือหน้าที่ของเขา
(๓) วิธีการ แบบแผนหรืองานอย่างอื่นซึ่งกฎหมายคุ้มครองไม่ยอมให้เปิดเผย คู่ความหรือบุคคลนั้นมีอำนาจไม่ยอมให้การหรือส่งพยานหลักฐาน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความลับนั้นถ้าคู่ความหรือบุคคลใดไม่ยอมให้การ หรือไม่ส่งพยานหลักฐานดังกล่าวแล้ว ศาลมีอำนาจหมายเรียกเจ้าหน้าที่หรือบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับความลับนั้นมาแถลงต่อศาล เพื่อวินิจฉัยว่าการไม่ยอมนั้นมีเหตุผลค้ำจุนหรือไม่ ถ้าเห็นว่าไร้เหตุผล ให้ศาลบังคับให้ ๆ การหรือส่งพยานหลักฐานนั้น
คำแปลภาษาอังกฤษ
When a party or any person is required to give testimony or to produce any of the following evidence: (1) a document or statement that is still an official secret; (2) a confidential document or statement obtained or known in the course of his profession or duty; (3) a method, formula, or other work that the law protects from disclosure; such party or person has the power to refuse to give testimony or to produce the evidence, unless permission is obtained from the official or person concerned with that secret. If a party or any person refuses to give testimony or to produce such evidence, the court has the power to summon the official or person concerned with that secret to make a statement to the court, in order to determine whether the refusal is supported by reason. If the court considers that it is without reason, the court shall order the giving of the testimony or the production of that evidence.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 231 วางหลักเอกสิทธิ์พยานสามประเภท ได้แก่ ความลับราชการ ความลับที่ได้จากอาชีพหรือหน้าที่ และวิธีการหรืองานที่กฎหมายคุ้มครอง เช่น ความลับทางการค้า อยู่ในภาค 5 หมวดหลักทั่วไป ให้ผู้ทรงสิทธิ์มีอำนาจไม่ให้การหรือไม่ส่งพยานได้ แต่สิ้นไปได้ด้วยความยินยอมของผู้ที่เกี่ยวข้องกับความลับ ที่สำคัญเอกสิทธิ์นี้มิใช่เด็ดขาดต่อศาล เมื่อมีการปฏิเสธ ศาลอาจเรียกผู้เกี่ยวข้องกับความลับมาแถลง และสั่งให้ส่งได้หากการปฏิเสธไร้เหตุผล จึงเป็นการชั่งน้ำหนักระหว่างความลับกับหน้าที่ค้นหาความจริงของศาล และคำสั่งตามมาตรานี้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่อุทธรณ์แยกไม่ได้ตามมาตรา 196
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากท่านถูกขอให้เปิดเผยข้อมูลลับของราชการ วิชาชีพ หรือกรรมสิทธิ์ มาตรานี้ให้ท่านปฏิเสธได้ เว้นแต่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับความลับยินยอม แต่ศาลอาจทดสอบการปฏิเสธโดยเรียกบุคคลนั้นมาแถลง และสั่งให้เปิดเผยได้หากเห็นว่าไร้เหตุผล ในทางปฏิบัติ คำสั่งศาลว่ายังไม่ต้องส่งเอกสารเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่อุทธรณ์แยกในระหว่างพิจารณาไม่ได้ หากคดีเกี่ยวข้องกับเอกสารอ่อนไหว ควรหารือทนายว่าจะอ้างหรือโต้แย้งเอกสิทธิ์อย่างไรก่อนถึงชั้นสืบพยาน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2689/2560 (2017)
มาตรา 231 ให้คู่ความหรือบุคคลซึ่งถูกเรียกให้เบิกความหรือส่งพยานหลักฐานมีอำนาจปฏิเสธได้ หากเป็นเอกสารหรือข้อความที่ยังเป็นความลับในราชการ เป็นความลับที่ได้มาหรือทราบเนื่องในอาชีพหรือหน้าที่ หรือเป็นวิธีการ แบบแผน หรืองานอย่างอื่นที่กฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย คดีนี้ศาลชั้นต้นไต่สวนตามมาตรา 231 แล้วมีคำสั่งว่ากรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่จำต้องส่งเอกสารตามหมายเรียก และถือว่าการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต้องห้ามตามมาตรา 196 ศาลฎีกามิได้วินิจฉัยประเด็นนี้ เพราะโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 16/2559 วินิจฉัยว่าโจทก์ซึ่งเป็นราษฎรไม่มีอำนาจฟ้องกรรมการ ป.ป.ช. ต่อศาลยุติธรรมปกติ เนื่องจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกำหนดช่องทางไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้เป็นการเฉพาะ
โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นออกหมายเรียกเอกสารจากจำเลย และเมื่อไต่สวนแล้วศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ายังไม่จำต้องส่งเอกสาร ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ครั้งที่ 16/2559 วินิจฉัยคดีด้วยเหตุอื่น คือโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ซึ่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช. ต่อศาลชั้นต้น เพราะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญกำหนดช่องทางไว้เป็นการเฉพาะให้ยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องจึงชอบแล้ว และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์ รวมทั้งข้อที่เกี่ยวกับคำสั่งเรื่องการส่งเอกสาร
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 1 คดี (พ.ศ. 2560 ถึง 2560)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2689/2560 (2017)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
พยานปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลลับในศาลได้หรือไม่
ได้ สำหรับความลับราชการ ความลับจากอาชีพหรือหน้าที่ หรือวิธีการที่กฎหมายคุ้มครองตามมาตรา 231 เว้นแต่ผู้เกี่ยวข้องกับความลับยินยอม แต่ศาลอาจเรียกบุคคลนั้นมาแถลงและสั่งให้เปิดเผยได้หากการปฏิเสธไร้เหตุผล
ใครเป็นผู้ตัดสินว่าการปฏิเสธมีเหตุผลหรือไม่
ศาล ตามมาตรา 231 ศาลอาจเรียกเจ้าหน้าที่หรือผู้เกี่ยวข้องกับความลับมาแถลง และหากเห็นว่าการปฏิเสธไร้เหตุผล ให้สั่งให้การหรือส่งพยานหลักฐานนั้น
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 231 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 231. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-231/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 231 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-231/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-231/"><p>เมื่อคู่ความหรือผู้ใดจะต้องให้การหรือส่งพยานหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (๑) เอกสารหรือข้อความที่ยังเป็นความลับในราชการอยู่ (๒) เอกสารหรือข้อความลับ ซึ่งได้มาหรือทราบเนื่องในอาชีพหรือหน้าที่ของเขา (๓) วิธีการ แบบแผนหรืองานอย่างอื่นซึ่งกฎหมายคุ้มครองไม่ยอมให้เปิดเผย คู่ความหรือบุคคลนั้นมีอำนาจไม่ยอมให้การหรือส่งพยานหลักฐาน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความลับนั้นถ้าคู่ความหรือบุคคลใดไม่ยอมให้การ หรือไม่ส่งพยานหลักฐานดังกล่าวแล้ว ศาลมีอำนาจหมายเรียกเจ้าหน้าที่หรือบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับความลับนั้นมาแถลงต่อศาล เพื่อวินิจฉัยว่าการไม่ยอมนั้นมีเหตุผลค้ำจุนหรือไม่ ถ้าเห็นว่าไร้เหตุผล ให้ศาลบังคับให้ ๆ การหรือส่งพยานหลักฐานนั้น</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 231 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-231/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา