ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 235: อำนาจศาลในการถามคู่ความและพยาน

ตัวบทกฎหมาย

ในระหว่างการพิจารณา เมื่อเห็นสมควร ศาลมีอำนาจถามโจทก์จำเลยหรือพยานคนใดได้ห้ามมิให้ถามจำเลยเพื่อประโยชน์แต่เฉพาะจะเพิ่มเติมคดีโจทก์ซึ่งบกพร่อง เว้นแต่จำเลยจะอ้างตนเองเป็นพยาน

คำแปลภาษาอังกฤษ

During the trial, when it thinks fit, the court has power to question the plaintiff, the defendant, or any witness. The defendant shall not be questioned for the sole purpose of supplementing a deficient case of the plaintiff, unless the defendant has cited himself as a witness.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 235 กำหนดบทบาทเชิงรุกของศาลในการถามพยานระหว่างสืบพยานบุคคลตามภาค 5 หมวด 2 วรรคหนึ่งรับรองอำนาจศาลในการถามโจทก์ จำเลย หรือพยานเพื่อค้นหาความจริง ส่วนวรรคสองจำกัดอำนาจดังกล่าว โดยห้ามศาลซักถามจำเลยเพียงเพื่อแก้ไขคดีของโจทก์ที่พิสูจน์องค์ประกอบความผิดไม่ได้ เพื่อรักษาภาระการพิสูจน์ของโจทก์และสิทธิไม่ให้การของจำเลย ข้อห้ามนี้จะหมดไปเมื่อจำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน ซึ่งทำให้จำเลยกลายเป็นพยานที่ถูกถามได้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับจำเลย มาตรานี้เป็นหลักประกันว่าศาลจะซักถามจำเลยเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาดของคดีโจทก์ไม่ได้ แต่พึงระวังว่า เมื่อจำเลยเลือกอ้างตนเองเป็นพยานเพื่อต่อสู้คดี ความคุ้มครองนี้จะหมดไป และจำเลยถูกถามได้เช่นพยานทั่วไป การตัดสินใจว่าจำเลยควรขึ้นเบิกความหรือไม่เป็นเรื่องสำคัญที่ควรปรึกษาทนายความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 947/2560 (2017)

    มาตรา ๒๓๕ วรรคหนึ่ง ให้ศาลมีอำนาจถามโจทก์ จำเลย หรือพยานคนใดก็ได้ แต่คู่ความจะยกอำนาจดังกล่าวขึ้นอ้างในชั้นฎีกาแทนการโต้แย้งคำพิพากษาไม่ได้ เมื่อฎีกามิได้โต้แย้งว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ถูกต้องด้วยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอย่างไร ย่อมเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยมาตรา ๑๙๓ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๑๖ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

    โจทก์ฟ้องความผิดฐานแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ซึ่งจะเป็นความผิดต่อเมื่อกระทำในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ เขตควบคุมการแปรรูปไม้จึงเป็นองค์ประกอบความผิด ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายกฟ้องทั้งสองฐาน ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าหากศาลเห็นว่ายังไม่อาจรับฟังได้แน่ชัดว่าที่เกิดเหตุเป็นเขตควบคุมการแปรรูปไม้หรือไม่ ศาลมีอำนาจถามโจทก์ จำเลย หรือพยานคนใดก็ได้ตามมาตรา ๒๓๕ วรรคหนึ่ง เพื่อค้นหาและพิสูจน์ความจริงนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาดังกล่าวมิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ว่าไม่ถูกต้องด้วยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอย่างไร จึงไม่ชอบด้วยมาตรา ๑๙๓ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ และมาตรา ๒๑๖ และไม่รับวินิจฉัย ศาลฎีกามิได้วินิจฉัยถึงขอบเขตหรือความมุ่งหมายของอำนาจตามมาตรา ๒๓๕

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2507 (1964)

    การที่ศาลสอบถามจำเลยในรายละเอียดแห่งข้อเท็จจริง เช่น การกระทำผิดเป็นต่างกรรมต่างวาระกับคดีก่อนหรือไม่ เป็นการสอบถามข้อเท็จจริงที่ทำได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 235 วรรคสอง

    จำเลยรับสารภาพฐานรับของโจรและแถลงตามที่ศาลสอบถามว่าเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกับคดีก่อน ศาลฎีกาเห็นว่าแม้โจทก์ไม่สืบพยาน ศาลก็ลงโทษได้ และการสอบถามจำเลยในรายละเอียดข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ต้องห้ามตามมาตรา 235 วรรคสอง

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 774/2487 (1944)

    เมื่อฟ้องหมิ่นประมาทเจ้าพนักงานมิได้ระบุฐานะความเป็นเจ้าพนักงาน จะแถลงเพิ่มเติมภายหลังไม่ได้ และศาลจะสอบถามให้ได้ความจากจำเลยในข้อนั้นไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามมาตรา 235

    ในคดีหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน ฟ้องมิได้ระบุฐานะความเป็นเจ้าพนักงานของผู้เสียหาย ศาลฎีกาเห็นว่าจะแถลงเพิ่มเติมภายหลังไม่ได้ และศาลจะสอบถามจำเลยให้ได้ความในข้อดังกล่าวไม่ได้ เพราะเป็นการเพิ่มเติมคดีโจทก์ที่บกพร่อง ต้องห้ามตามมาตรา 235

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 3 คดี (พ.ศ. 2487 ถึง 2560)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 265/2507 (1964)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 774/2487 (1944)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 947/2560 (2017)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลไทยถามพยานเองได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 235 ศาลมีอำนาจถามโจทก์ จำเลย หรือพยานได้เองเมื่อเห็นสมควร เพื่อค้นหาความจริงในระหว่างพิจารณา

ศาลถามจำเลยเพื่อช่วยฝ่ายโจทก์ได้หรือไม่

ไม่ได้ มาตรา 235 ห้ามศาลถามจำเลยเพียงเพื่อเพิ่มเติมคดีโจทก์ที่บกพร่อง เว้นแต่จำเลยจะอ้างตนเองเป็นพยาน

หากจำเลยอ้างตนเองเป็นพยานจะเปลี่ยนอะไร

เมื่อจำเลยอ้างตนเองเป็นพยาน ความคุ้มครองตามวรรคสองจะไม่ใช้บังคับ และศาลถามจำเลยได้เช่นเดียวกับพยานทั่วไป

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 235 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 235. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-235/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 235
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-235/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-235/"><p>ในระหว่างการพิจารณา เมื่อเห็นสมควร ศาลมีอำนาจถามโจทก์จำเลยหรือพยานคนใดได้ห้ามมิให้ถามจำเลยเพื่อประโยชน์แต่เฉพาะจะเพิ่มเติมคดีโจทก์ซึ่งบกพร่อง เว้นแต่จำเลยจะอ้างตนเองเป็นพยาน</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 235 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-235/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง