ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 239: การหมายเรียกเอกสารจากผู้ยึดถือ
ตัวบทกฎหมาย
เอกสารใดซึ่งคู่ความอ้าง แต่มิได้อยู่ในความยึดถือของเขา ถ้าคู่ความนั้นแจ้งถึงลักษณะและที่อยู่ของเอกสารต่อศาล ให้ศาลหมายเรียกบุคคลผู้ยึดถือนำเอกสารนั้นมาส่งศาล
คำแปลภาษาอังกฤษ
Where a party cites a document that is not in his possession, if that party informs the court of the nature and location of the document, the court shall issue a summons to the person holding it to bring that document to the court.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 239 กำหนดกลไกบังคับให้มีการส่งเอกสารที่อยู่ในความยึดถือของบุคคลภายนอก ในภาค 5 หมวด 3 พยานเอกสาร คู่ความที่ไม่อาจนำเอกสารมาเองได้เพราะผู้อื่นยึดถือไว้ เพียงระบุลักษณะและที่อยู่ของเอกสาร ศาลก็จะออกหมายเรียกให้ผู้ยึดถือนำมาส่ง บทบัญญัตินี้เสริมหลักการอ้างต้นฉบับตามมาตรา 238 โดยเปิดช่องให้คู่ความได้ต้นฉบับมา และทำงานร่วมกับมาตรา 240 เรื่องการส่งเอกสาร ทั้งนี้ศาลเตือนว่าอำนาจนี้ใช้กับเอกสารที่คู่ความอ้าง มิใช่ให้ศาลเรียกสำนวนคดีอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาเอง
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากเอกสารสำคัญอยู่กับธนาคาร หน่วยงานราชการ บริษัท หรือบุคคลอื่น ท่านไม่ต้องไปเอาเอง เพียงระบุเอกสารให้ชัดเจนและขอให้ศาลออกหมายเรียกผู้ยึดถือมาส่ง ความชัดเจนสำคัญมาก ควรระบุลักษณะและที่อยู่ของเอกสารเพื่อให้ออกและบังคับตามหมายได้ เครื่องมือนี้มักชี้ขาดคดีเมื่อฝ่ายตรงข้ามหรือบุคคลภายนอกคุมเอกสารไว้ ทนายความช่วยร่างคำร้องและติดตามการบังคับได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2534 (1991)
การที่ศาลชั้นต้นเรียกสำนวนคดีอาญาเรื่องอื่นมาเป็นพยานของศาลในคดีนี้ ไม่ชอบด้วยมาตรา 239 และ 240 แต่เมื่อศาลมิได้ใช้ข้อเท็จจริงจากสำนวนคดีดังกล่าว คำพิพากษาก็ไม่เสียไป
ในคดีพิพาทเรื่องลิขสิทธิ์ ศาลชั้นต้นเรียกสำนวนคดีอาญาเรื่องอื่นมาเป็นพยานของศาล ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ชอบด้วยมาตรา 239 และ 240 แต่เนื่องจากศาลล่างมิได้ใช้ข้อเท็จจริงจากสำนวนคดีดังกล่าวเลย คำพิพากษาจึงไม่เสียไป
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 2 คดี (พ.ศ. 2522 ถึง 2534)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 846/2534 (1991)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 204/2522 (1979)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
จะนำเอกสารที่ผู้อื่นยึดถือมาเป็นพยานอย่างไร
ตามมาตรา 239 ให้แจ้งลักษณะและที่อยู่ของเอกสารต่อศาล แล้วศาลจะออกหมายเรียกให้ผู้ยึดถือนำเอกสารนั้นมาส่งศาล
ศาลเรียกสำนวนคดีอื่นมาเองได้หรือไม่
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการเรียกเอกสารตามมาตรา 239 เป็นเรื่องเอกสารที่คู่ความอ้าง การที่ศาลเรียกสำนวนคดีอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาเองไม่ชอบด้วยมาตรา 239
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 239 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 239. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-239/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 239 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-239/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-239/"><p>เอกสารใดซึ่งคู่ความอ้าง แต่มิได้อยู่ในความยึดถือของเขา ถ้าคู่ความนั้นแจ้งถึงลักษณะและที่อยู่ของเอกสารต่อศาล ให้ศาลหมายเรียกบุคคลผู้ยึดถือนำเอกสารนั้นมาส่งศาล</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 239 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-239/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา