ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

242 — การตรวจดูและการห่อตีตราพยานวัตถุใหม่

คนบทกฎหมาย

ในระหว่างการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา สิ่งของซึ่งเป็นพยานวัตถุให้คู่ความหรือพยานตรวจดูถ้ามีการแก้ห่อหรือทำลายตรา การห่อหรือตีตราใหม่ ให้ทำต่อหน้าคู่ความหรือพยานที่เกี่ยวข้องนั้น

คำแปลภาษาไทย

During the investigation, the preliminary hearing, or the trial, an object that is material evidence shall be shown to the parties or witnesses for inspection. If a wrapping is opened or a seal broken, the re-wrapping or re-sealing shall be done in the presence of the parties or witnesses concerned.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 242 กำกับการเก็บรักษาและการรักษาความต่อเนื่องของพยานวัตถุในภาค 5 หมวด 4 โดยกำหนดให้แสดงวัตถุของกลางแก่คู่ความหรือพยานตรวจดูในแต่ละชั้น และการห่อหรือตีตราใหม่หลังเปิดต้องทำต่อหน้าผู้เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการแก้ไขหรือสับเปลี่ยน ศาลใช้บทนี้อย่างยืดหยุ่นตามความมุ่งหมาย เช่น การเปิดตรวจวัตถุต่อหน้าพยานที่เกี่ยวข้องในชั้นสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแม้ทำลับหลังผู้ต้องหา และกรณีวัตถุมีขนาดใหญ่ (รถยนต์และชิ้นส่วน) การถ่ายภาพและบันทึกไว้ก็ถือว่าเพียงพอ บทนี้เสริมกับมาตรา 241

ความสำคัญต่อ

ห่วงโซ่การเก็บรักษาพยานวัตถุมักเป็นจุดชี้ขาดคดี หากท่านเป็นฝ่ายจำเลย ควรตรวจสอบว่ามีการแสดงวัตถุให้ตรวจดูหรือไม่ และการเปิดหรือตีตราใหม่ทำต่อหน้าพยานโดยถูกต้องหรือไม่ ห่วงโซ่ที่ขาดตอนอาจทำให้พยานหลักฐานโจทก์อ่อนลง แต่พึงทราบว่าศาลยอมรับวิธีทดแทนที่ปฏิบัติได้ เช่น การถ่ายภาพวัตถุขนาดใหญ่ และการตรวจต่อหน้าพยานแม้ผู้ต้องหาไม่อยู่ ทนายความคดีอาญาช่วยหาจุดอ่อนด้านการเก็บรักษาที่ควรหยิบยกได้

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2892/2536 (1993)

    กรณีวัตถุของกลางมีขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งไม่สะดวกที่จะบรรจุหีบห่อและตีตรา การบันทึกภาพถือเป็นการทำเครื่องหมายไว้เป็นสำคัญ และการนำภาพถ่ายให้ผู้ต้องหาดูเมื่อผู้ต้องหามิได้ขอดูวัตถุโดยตรง ไม่ขัดต่อมาตรา 242

    วัตถุของกลางเป็นรถยนต์และชิ้นส่วนของรถยนต์ ซึ่งไม่สะดวกที่จะบรรจุหีบห่อและตีตรา ศาลฎีกาเห็นว่าการบันทึกภาพวัตถุของกลางถือเป็นการทำเครื่องหมายไว้เป็นสำคัญ และการนำภาพถ่ายให้ผู้ต้องหาดูเมื่อผู้ต้องหามิได้ร้องขอดูวัตถุโดยตรง ไม่ขัดต่อมาตรา 242

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1095/2501 (1958)

    มาตรา 242 มิได้บังคับว่าให้เฉพาะจำเลยเท่านั้นตรวจดูพยานวัตถุ พยานตรวจดูก็ใช้ได้ เมื่อผู้ชำนาญนำวัตถุพยานไปตรวจพิสูจน์แล้วมาเบิกความรับรอง พยานหลักฐานนั้นรับฟังได้

    จำเลยฎีกาว่าวัตถุพยานที่พบมีคราบโลหิต ผม ขน และเส้นด้ายที่ติดอยู่ที่รถ ผู้ชำนาญเอาไปตรวจโดยไม่ให้จำเลยดู ใช้ยันจำเลยไม่ได้ตามมาตรา 242 ศาลฎีกาเห็นว่ารับฟังได้ เพราะมีการตรวจพิสูจน์โดยผู้ชำนาญแล้วมาเบิกความรับรอง และมาตรา 242 มิได้บังคับว่าให้เฉพาะจำเลยเท่านั้นตรวจดู พยานตรวจดูก็ใช้ได้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2496 (1953)

    การเปิดตรวจพิสูจน์ของกลางตลอดจนถ่ายใส่ภาชนะใหม่ในระหว่างสอบสวน หากได้กระทำต่อหน้าพยานที่เกี่ยวข้องแล้ว แม้จะทำลับหลังผู้ต้องหา ก็ไม่เป็นการขัดต่อมาตรา 242

    ในการสอบสวนคดีฝิ่น มีการเปิดตรวจพิสูจน์ของกลางและถ่ายใส่ภาชนะใหม่ต่อหน้าพยานที่เกี่ยวข้องแต่ลับหลังผู้ต้องหา ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ขัดต่อมาตรา 242 เพราะการตรวจต่อหน้าพยานที่เกี่ยวข้องเป็นไปตามบทบัญญัติแม้จะทำลับหลังผู้ต้องหา

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ต้องแสดงพยานวัตถุแก่จำเลยหรือไม่

มาตรา 242 กำหนดให้แสดงวัตถุของกลางแก่คู่ความหรือพยานตรวจดู ศาลวินิจฉัยว่าการเปิดตรวจวัตถุต่อหน้าพยานที่เกี่ยวข้องชอบด้วยกฎหมายแม้ทำลับหลังผู้ต้องหา

หากพยานวัตถุมีขนาดใหญ่จนตีตราไม่ได้จะทำอย่างไร

กรณีวัตถุมีขนาดใหญ่ เช่น รถยนต์และชิ้นส่วน ศาลยอมรับว่าการถ่ายภาพและบันทึกไว้ถือว่าเพียงพอตามมาตรา 242 เสมือนการห่อและตีตรา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น