ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 244/1 — การสั่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

คนบทกฎหมาย

ในกรณีความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุก หากมีความจำเป็นต้องใช้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดที่เป็นประเด็นสำคัญแห่งคดี
ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ทำการตรวจพิสูจน์บุคคล วัตถุ หรือเอกสารใด
โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ในกรณีที่การตรวจพิสูจน์ตามวรรคหนึ่ง
จำเป็นต้องตรวจเก็บตัวอย่างเลือด เนื้อเยื่อ ผิวหนังเส้นผมหรือขน น้ำลาย ปัสสาวะ
อุจจาระ สารคัดหลั่ง สารพันธุกรรมหรือส่วนประกอบของร่างกายจากคู่ความหรือบุคคลใด
ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญดำเนินการตรวจดังกล่าวได้
แต่ต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นและสมควรโดยใช้วิธีการที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดน้อยที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ทั้งจะต้องไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายหรืออนามัยของบุคคลนั้น
และคู่ความหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องให้ความยินยอม
หากคู่ความฝ่ายใดไม่ยินยอมหรือกระทำการป้องปัดขัดขวางมิให้บุคคลที่เกี่ยวข้องให้ความยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่คู่ความฝ่ายตรงข้ามกล่าวอ้างในกรณีที่พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงที่อาจทำให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานอื่นอีก
หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากมีการเนิ่นช้ากว่าจะนำพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อันสำคัญมาสืบในภายหน้าพยานหลักฐานนั้นจะสูญเสียไปหรือยากแก่การตรวจพิสูจน์
เมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอหรือเมื่อศาลเห็นสมควร
ศาลอาจสั่งให้ทำการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ตามความในวรรคหนึ่งและวรรคสองได้ทันทีโดยไม่จำต้องรอให้ถึงกำหนดวันสืบพยานตามปกติ
ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติในมาตรา ๒๓๗ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลมค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์ตามมาตรานี้ให้สั่งจ่ายจากงบประมาณตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนดโดยความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง

คำแปลภาษาไทย

In a criminal offence carrying a penalty of imprisonment, where it is necessary to use scientific evidence to prove any fact that is a material issue in the case, the court shall have power to order the scientific examination of any person, object, or document. Where the examination under paragraph one requires the collection of samples of blood, tissue, skin, hair, saliva, urine, faeces, secretions, genetic material, or parts of the body from a party or any person, the court shall have power to order a physician or expert to conduct such examination; but it must be done only so far as necessary and reasonable, using the method causing the least pain that can be achieved, and it must not be dangerous to the body or health of that person, and the party or person concerned must give consent. If a party refuses consent, or, without reasonable cause, obstructs the person concerned from giving consent, it shall be presumed at the outset that the fact is as alleged by the opposing party. Where scientific evidence can prove a fact that may enable the court to decide the case without having to take other evidence, or where there is reasonable ground to believe that, if there is delay before important scientific evidence is presented in the future, that evidence will be lost or made difficult to examine, then upon the request of a party or when the court thinks fit, the court may order a scientific examination under paragraphs one and two at once, without having to wait for the ordinary day for taking evidence; and the provisions of Section 237 bis shall apply mutatis mutandis. The cost of the examination under this section shall be paid out of the budget in accordance with the regulations prescribed by the Judicial Administration Commission with the approval of the Ministry of Finance.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 244/1 เป็นอำนาจตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ในภาค 5 หมวด 5 ผู้ชำนาญการพิเศษ ในความผิดที่มีโทษจำคุก ศาลสั่งตรวจพิสูจน์บุคคล วัตถุ หรือเอกสารทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงสำคัญได้ วรรคสองกำกับการเก็บตัวอย่างจากร่างกาย (เลือด เนื้อเยื่อ เส้นผม น้ำลาย ปัสสาวะ ดีเอ็นเอ ฯลฯ) ซึ่งต้องได้รับความยินยอม และให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญทำเท่าที่จำเป็นด้วยวิธีที่เจ็บน้อยและไม่เป็นอันตราย ข้อสำคัญคือการไม่ยินยอมหรือขัดขวางโดยไม่มีเหตุอันสมควรทำให้เกิดข้อสันนิษฐานเป็นผลร้ายว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่อีกฝ่ายอ้าง ทั้งให้สั่งตรวจเร่งด่วนได้เมื่อผลอาจชี้ขาดหรือพยานอาจสูญเสียไป โดยนำมาตรา 237 ทวิ มาใช้โดยอนุโลม และให้รัฐออกค่าใช้จ่าย บทนี้เชื่อมกับมาตรา 237 ตรี และมาตรา 244

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้คือบทว่าด้วยการตรวจดีเอ็นเอและนิติวิทยาศาสตร์ มีสองข้อสำคัญในทางปฏิบัติ ประการแรก หากท่านไม่ยินยอมให้เก็บตัวอย่างหรือขัดขวางผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลสันนิษฐานข้อเท็จจริงเป็นผลร้ายแก่ท่านได้ การปฏิเสธจึงไม่ค่อยปลอดภัย ประการที่สอง สั่งตรวจเร่งด่วนได้ก่อนวันสืบพยานปกติ และรัฐเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย มิใช่คู่ความ การจะขอตรวจ ยินยอมให้ตรวจ หรือโต้แย้งวิธีเก็บตัวอย่าง เป็นการตัดสินใจที่มีผลมาก ควรปรึกษาทนายความ

เลย

ศาลไทยสั่งตรวจดีเอ็นเอในคดีอาญาได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 244/1 ในความผิดที่มีโทษจำคุก ศาลสั่งตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากบุคคล เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงสำคัญได้ โดยใช้วิธีที่ปลอดภัยและเจ็บน้อยที่สุดและต้องได้รับความยินยอม

หากไม่ยินยอมให้เก็บตัวอย่างตรวจจะเป็นอย่างไร

ตามมาตรา 244/1 หากคู่ความไม่ยินยอมหรือขัดขวางมิให้ผู้เกี่ยวข้องยินยอมโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานไว้เบื้องต้นว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่คู่ความฝ่ายตรงข้ามกล่าวอ้าง

ใครออกค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์ที่ศาลสั่ง

ตามมาตรา 244/1 ค่าใช้จ่ายในการตรวจพิสูจน์ให้จ่ายจากงบประมาณตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนดโดยความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง มิใช่คู่ความ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น