ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 266 — อภัยโทษไม่ลบประวัติเพื่อเพิ่มโทษ
คนบทกฎหมาย
เมื่อผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษเนื่องจากการกระทำความผิดอย่างหนึ่งถูกฟ้องว่ากระทำความผิดอีกอย่างหนึ่ง อภัยโทษนั้นย่อมไม่ตัดอำนาจศาลที่จะเพิ่มโทษหรือไม่รอการลงอาญาตามกฎหมายลักษณะอาญาว่าด้วยการกระทำผิดหลายครั้งไม่เข็ดหลาบ หรือว่าด้วยรอการลงอาญา
คำแปลภาษาไทย
When a person who has received a royal pardon in respect of one offence is prosecuted for another offence, that pardon does not deprive the court of the power to increase the penalty, or to refuse suspension of the penalty, under the penal law concerning the commission of repeated offences without reform, or concerning suspension of the penalty.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรานี้ทำให้ชัดเจนว่าอภัยโทษมีขอบเขตจำกัดเมื่อเกี่ยวกับการกระทำผิดในภายหลัง อภัยโทษทำให้โทษในความผิดที่ได้รับอภัยสิ้นไปหรือเบาลง แต่ไม่ลบข้อเท็จจริงว่าได้กระทำความผิดนั้นเพื่อการกำหนดโทษในคดีต่อมา ดังนั้นเมื่อผู้ได้รับอภัยโทษถูกฟ้องอีก ศาลยังคงมีอำนาจเต็มที่ในการเพิ่มโทษฐานกระทำผิดซ้ำและไม่รอการลงอาญา การอ้างถึงกฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดหลายครั้งไม่เข็ดหลาบและการรอการลงอาญาชี้ไปยังหลักในประมวลกฎหมายอาญาเรื่องการเพิ่มโทษและการรอการลงโทษ บทนี้รักษาดุลพินิจของศาลและป้องกันมิให้ใช้อภัยโทษล้างประวัติอาชญากรรมของจำเลย
ความสำคัญต่อ
ข้อควรระวังในทางปฏิบัติคือ อภัยโทษไม่ใช่การล้างประวัติ จำเลยที่กระทำผิดซ้ำยังอาจถูกเพิ่มโทษฐานกระทำผิดซ้ำและถูกปฏิเสธการรอการลงอาญาได้ เพราะความผิดเดิมยังนับอยู่ ผู้ที่หวังใช้การได้รับอภัยโทษในอดีตเพื่อขอความปรานีในคดีใหม่ ควรคาดหมายว่าศาลจะถือว่าความผิดเดิมเกี่ยวข้องกับการกำหนดโทษ การวางแนวทางต่อสู้คดีใหม่อย่างรอบคอบจึงสำคัญ
เลย
การอภัยโทษล้างประวัติสำหรับคดีในอนาคตหรือไม่
ไม่ ตามมาตรา 266 การอภัยโทษในความผิดหนึ่งไม่ตัดอำนาจศาลในคดีต่อมาที่จะเพิ่มโทษฐานกระทำผิดซ้ำหรือไม่รอการลงอาญา
ศาลยังถือความผิดที่ได้รับอภัยโทษเป็นประวัติเดิมได้หรือไม่
ได้ มาตรา 266 คงอำนาจของศาลที่จะพิจารณาความผิดเดิมเพื่อการเพิ่มโทษกระทำผิดซ้ำและการรอการลงอาญา แม้จะได้รับอภัยโทษแล้ว