ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

41 — การแยกคดีแพ่งจากคดีอาญา

คนบทกฎหมาย

ถ้าการพิจารณาคดีแพ่งจักทำให้การพิจารณาคดีอาญาเนิ่นช้าหรือติดขัด ศาลมีอำนาจสั่งให้แยกคดีแพ่งออกจากคดีอาญา และพิจารณาต่างหากโดยศาลที่มีอำนาจชำระ

คำแปลภาษาไทย

If the trial of the civil case would cause the trial of the criminal case to be delayed or obstructed, the court has the power to order the civil case to be separated from the criminal case and to be tried separately by the court having jurisdiction.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 41 เป็นเครื่องผ่อนคลายของการฟ้องรวมตามมาตรา 40 เมื่อคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องพิจารณาไปพร้อมคดีอาญาแต่จะทำให้คดีอาญาล่าช้าหรือติดขัด ศาลอาจแยกคดีส่วนแพ่งออกไปให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาต่างหาก คำสั่งให้แยกคดีเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 196 จึงโดยทั่วไปยังอุทธรณ์ลำพังไม่ได้จนกว่าคดีจะเสร็จ การแยกคดีคงความรวดเร็วของการพิจารณาคดีอาญาไว้โดยไม่ตัดสิทธิเยียวยาทางแพ่งของผู้เสียหาย และคดีแพ่งที่แยกออกยังดำเนินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งตามมาตรา 40

ความสำคัญต่อ

หากคดีเรียกค่าเสียหายของท่านฟ้องรวมมากับคดีอาญา ควรเตรียมรับกรณีที่ศาลสั่งแยกคดี เมื่อคดีมีทุนทรัพย์สูง ซับซ้อน หรือจะทำให้คดีอาญาล่าช้า ซึ่งจะดำเนินเป็นคดีแพ่งต่างหาก เนื่องจากคำสั่งแยกคดีเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โดยทั่วไปจึงอุทธรณ์ทันทีไม่ได้ ต้องโต้แย้งและยกขึ้นเมื่อคดีเสร็จ ควรวางแผนเผื่อว่าคดีแพ่งของท่านจะเดินตามกำหนดเวลาของตนเอง และปรึกษาทนายความในการบริหารคดีทั้งสองส่วน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2490 (1947)

    คำสั่งที่ให้โจทก์แยกฟ้องคดีส่วนแพ่งออกจากคดีส่วนอาญาตามมาตรา 41 เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 196

    ในคดีฉ้อโกงที่อยู่ในอำนาจศาลแขวง ศาลประทับฟ้องส่วนอาญาแต่เห็นว่าคำขอคืนทรัพย์เกินอำนาจจึงให้แยกฟ้องตามมาตรา 41 ศาลถือว่าคำสั่งให้แยกคดีส่วนแพ่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 196

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 34/2536 (1993)

    เมื่อจำเลยในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาถึงแก่ความตาย อันทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามมาตรา 39 (1) อาจใช้การแยกคดีส่วนแพ่งตามมาตรา 41 เพื่อให้คดีแพ่งดำเนินต่อต่อกองมรดกของผู้ตายได้

    จำเลยคนหนึ่งในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาถึงแก่ความตาย ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามมาตรา 39 (1) โจทก์ขอให้เรียกผู้จัดการมรดกเข้าเป็นคู่ความแทนในคดีส่วนแพ่ง หรือหากขัดข้องก็ขอให้แยกฟ้องคดีส่วนแพ่งต่อจำเลยที่เหลือและผู้จัดการมรดกเป็นคดีใหม่ตามมาตรา 41 เพื่อให้คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องดำเนินต่อไปได้

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ศาลแยกคดีแพ่งออกจากคดีอาญาได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 41 หากการพิจารณาคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องจะทำให้คดีอาญาล่าช้าหรือติดขัด ศาลสั่งให้แยกไปพิจารณาต่างหากโดยศาลที่มีอำนาจได้

คำสั่งแยกคดีแพ่งอุทธรณ์ได้ทันทีหรือไม่

โดยทั่วไปไม่ได้ คำสั่งแยกคดีตามมาตรา 41 เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 196 จึงมักโต้แย้งได้เมื่อคดีเสร็จเด็ดขาดแล้วเท่านั้น

การแยกคดีแพ่งกระทบสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือไม่

ไม่ การแยกคดีตามมาตรา 41 เพียงเปลี่ยนที่และเวลาในการพิจารณาคดีแพ่งเท่านั้น คดียังดำเนินต่อไปต่างหากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สิทธิเรียกค่าเสียหายจึงยังคงอยู่

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น