ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 41: การแยกคดีแพ่งจากคดีอาญา

ตัวบทกฎหมาย

ถ้าการพิจารณาคดีแพ่งจักทำให้การพิจารณาคดีอาญาเนิ่นช้าหรือติดขัด ศาลมีอำนาจสั่งให้แยกคดีแพ่งออกจากคดีอาญา และพิจารณาต่างหากโดยศาลที่มีอำนาจชำระ

คำแปลภาษาอังกฤษ

If the trial of the civil case would cause the trial of the criminal case to be delayed or obstructed, the court has the power to order the civil case to be separated from the criminal case and to be tried separately by the court having jurisdiction.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 41 เป็นเครื่องผ่อนคลายของการฟ้องรวมตามมาตรา 40 เมื่อคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องพิจารณาไปพร้อมคดีอาญาแต่จะทำให้คดีอาญาล่าช้าหรือติดขัด ศาลอาจแยกคดีส่วนแพ่งออกไปให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาต่างหาก คำสั่งให้แยกคดีเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 196 จึงโดยทั่วไปยังอุทธรณ์ลำพังไม่ได้จนกว่าคดีจะเสร็จ การแยกคดีคงความรวดเร็วของการพิจารณาคดีอาญาไว้โดยไม่ตัดสิทธิเยียวยาทางแพ่งของผู้เสียหาย และคดีแพ่งที่แยกออกยังดำเนินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งตามมาตรา 40

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากคดีเรียกค่าเสียหายของท่านฟ้องรวมมากับคดีอาญา ควรเตรียมรับกรณีที่ศาลสั่งแยกคดี เมื่อคดีมีทุนทรัพย์สูง ซับซ้อน หรือจะทำให้คดีอาญาล่าช้า ซึ่งจะดำเนินเป็นคดีแพ่งต่างหาก เนื่องจากคำสั่งแยกคดีเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา โดยทั่วไปจึงอุทธรณ์ทันทีไม่ได้ ต้องโต้แย้งและยกขึ้นเมื่อคดีเสร็จ ควรวางแผนเผื่อว่าคดีแพ่งของท่านจะเดินตามกำหนดเวลาของตนเอง และปรึกษาทนายความในการบริหารคดีทั้งสองส่วน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 888/2490 (1947)

    คำสั่งที่ให้โจทก์แยกฟ้องคดีส่วนแพ่งออกจากคดีส่วนอาญาตามมาตรา 41 เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 196

    ในคดีฉ้อโกงที่อยู่ในอำนาจศาลแขวง ศาลประทับฟ้องส่วนอาญาแต่เห็นว่าคำขอคืนทรัพย์เกินอำนาจจึงให้แยกฟ้องตามมาตรา 41 ศาลถือว่าคำสั่งให้แยกคดีส่วนแพ่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 196

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 34/2536 (1993)

    ในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา เมื่อจำเลยคนหนึ่งถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปและศาลจะพิพากษาคดีส่วนอาญาเกี่ยวกับจำเลยผู้นั้นไม่ได้ จึงไม่อาจนำข้อเท็จจริงในคำพิพากษาส่วนอาญาเกี่ยวกับจำเลยอื่นมาฟังในคดีส่วนแพ่งของจำเลยผู้นั้น การเรียกผู้จัดการมรดกเข้ามาเป็นคู่ความแทนเฉพาะคดีส่วนแพ่งจึงไม่เป็นการสะดวกแก่การพิจารณา ศาลย่อมไม่อนุญาต

    จำเลยที่ 4 ถึงแก่ความตาย ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีของจำเลยที่ 4 และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป โจทก์ขอให้เรียกผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 4 เข้ามาเป็นคู่ความแทนเฉพาะคดีส่วนแพ่ง หรือหากขัดข้องก็ขอให้แยกฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และผู้จัดการมรดกของจำเลยที่ 4 เฉพาะส่วนแพ่งเป็นคดีใหม่ตามมาตรา 41 ศาลฎีกาพิพากษายืนตามที่ศาลล่างไม่อนุญาต เพราะเมื่อไม่อาจนำข้อเท็จจริงในคำพิพากษาส่วนอาญาเกี่ยวกับจำเลยอื่นมาฟังในคดีส่วนแพ่งของจำเลยที่ 4 ได้ การเรียกผู้จัดการมรดกเข้ามาเป็นคู่ความแทนจึงไม่เป็นการสะดวกแก่การพิจารณา และคำขอสำรองตามมาตรา 41 ก็ฟังไม่ขึ้น

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 3 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2536)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 888/2490 (1947)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 51/2492 (1949)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 34/2536 (1993)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลแยกคดีแพ่งออกจากคดีอาญาได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 41 หากการพิจารณาคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องจะทำให้คดีอาญาล่าช้าหรือติดขัด ศาลสั่งให้แยกไปพิจารณาต่างหากโดยศาลที่มีอำนาจได้

คำสั่งแยกคดีแพ่งอุทธรณ์ได้ทันทีหรือไม่

โดยทั่วไปไม่ได้ คำสั่งแยกคดีตามมาตรา 41 เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาตามมาตรา 196 จึงมักโต้แย้งได้เมื่อคดีเสร็จเด็ดขาดแล้วเท่านั้น

การแยกคดีแพ่งกระทบสิทธิเรียกค่าเสียหายหรือไม่

ไม่ การแยกคดีตามมาตรา 41 เพียงเปลี่ยนที่และเวลาในการพิจารณาคดีแพ่งเท่านั้น คดียังดำเนินต่อไปต่างหากตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง สิทธิเรียกค่าเสียหายจึงยังคงอยู่

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความความอาญา มาตรา 41
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 41. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-41/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 41
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-41/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-41/"><p>ถ้าการพิจารณาคดีแพ่งจักทำให้การพิจารณาคดีอาญาเนิ่นช้าหรือติดขัด ศาลมีอำนาจสั่งให้แยกคดีแพ่งออกจากคดีอาญา และพิจารณาต่างหากโดยศาลที่มีอำนาจชำระ</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 41 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-41/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง