ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

42 — การพิพากษาคดีอาญาก่อน คดีแพ่งภายหลัง

คนบทกฎหมาย

ในการพิจารณาคดีแพ่ง ถ้าพยานหลักฐานที่นำสืบแล้วในคดีอาญายังไม่เพียงพอ ศาลจะเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมอีกก็ได้ในกรณีเช่นนั้นศาลจะพิพากษาคดีอาญาไปทีเดียว ส่วนคดีแพ่งจะพิพากษาในภายหลังก็ได้

คำแปลภาษาไทย

In trying the civil case, if the evidence already adduced in the criminal case is not yet sufficient, the court may summon further evidence to be taken. In such a case, the court may render judgment in the criminal case at once, and render judgment in the civil case afterwards.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 42 อยู่ในหมวด 2 ว่าด้วยการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ให้อำนาจศาลชั้นต้นสองประการ คือ เรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมในส่วนแพ่งได้เมื่อพยานในคดีอาญายังไม่เพียงพอ และแยกเวลาพิพากษาโดยพิพากษาคดีอาญาไปก่อนแล้วพิพากษาคดีแพ่งภายหลัง เมื่ออ่านประกอบมาตรา 46 ที่ให้คดีส่วนแพ่งถือข้อเท็จจริงตามคดีส่วนอาญา การพิพากษาคดีอาญาก่อนจึงชอบด้วยกฎหมาย มิใช่ความบกพร่อง

ความสำคัญต่อ

สำหรับผู้เสียหาย ข้อสำคัญคือ การที่ศาลพิพากษาว่าจำเลยผิด ไม่ได้ทำให้เรื่องเงินยุติทันที ศาลอาจเปิดคดีส่วนแพ่งไว้เพื่อสืบพยานเรื่องมูลค่าความเสียหายต่อไป และเพราะข้อเท็จจริงในคดีอาญาเป็นตัวชี้ผลคดีแพ่ง น้ำหนักพยานฝ่ายอัยการจึงมีผลต่อค่าเสียหายที่ท่านจะได้รับ หากไม่แน่ใจเรื่องลำดับเวลาของคดีแพ่งที่รวมมา ควรวางแผนก่อนสืบพยาน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5106/2538 (1995)

    มาตรา 42 และ 46 มุ่งหมายให้คดีส่วนแพ่งถือข้อเท็จจริงตามคดีส่วนอาญา การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีส่วนอาญาก่อนโดยไม่ต้องรอผลคดีส่วนแพ่งจึงชอบด้วยกฎหมาย

    ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่มีกฎหมายบังคับให้พิจารณาพิพากษาคดีส่วนแพ่งก่อนคดีส่วนอาญา มาตรา 42 และ 46 มุ่งหมายให้คดีส่วนแพ่งรอฟังผลคดีส่วนอาญาแล้วจึงพิพากษาตามข้อเท็จจริงในคดีอาญา การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาส่วนอาญาก่อนจึงชอบแล้ว

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1322/2511 (1968)

    คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลมีอำนาจแยกการพิจารณาและพิพากษาคดีอาญาไปทีเดียว ส่วนคดีแพ่งพิพากษาภายหลังได้ การถอนฟ้องคดีอาญาไม่ทำให้คดีส่วนแพ่งระงับไปด้วย

    ศาลนำมาตรา 42 มาปรับใช้ ยืนยันอำนาจแยกการพิจารณาคดีอาญาออกจากคดีแพ่งและพิพากษาคดีอาญาไปทีเดียว ส่วนคดีแพ่งพิพากษาภายหลังได้ ดังนั้นการที่โจทก์ถอนฟ้องคดีส่วนอาญาจึงไม่ทำให้คดีส่วนแพ่งระงับไปด้วย

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ศาลพิพากษาคดีอาญาก่อนคดีแพ่งได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 42 ศาลพิพากษาคดีอาญาไปก่อนแล้วพิพากษาคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องภายหลังได้ ไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องพิพากษาคดีแพ่งก่อน

ถ้าถอนฟ้องคดีอาญา คดีแพ่งระงับไปด้วยหรือไม่

ไม่จำเป็น เพราะศาลมีอำนาจแยกพิจารณาสองส่วนได้ การถอนฟ้องคดีอาญาจึงไม่ทำให้คดีส่วนแพ่งที่เกี่ยวเนื่องระงับไปโดยอัตโนมัติ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น