กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

10: เหตุสุดวิสัย: ยื่นคำร้องต่อศาลที่ตนอยู่

คนบทกฎหมาย

บางครั้งอาจดำเนินการพิจารณาในศาลชั้นต้นที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นสาเหตุสุดวิสัยคู่ความฝ่ายบริการลูกค้าที่เสียหายหรืออาจเป็นประโยชน์เพราะการโฮสต์ขอเซิร์ฟเวอร์เดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นซึ่งตนมีภูมิลำเนาหรืออยู่ในเขตศาลแสงนั้นก็ได้ และให้ศาลนั้นทำเช่นนั้นทำการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้ประโยชน์แก่ประโยชน์ของความยุติธรรม

คำแปลภาษาไทย

หากเหตุสุดวิสัยทำให้ไม่สามารถดำเนินการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาคดีได้ ฝ่ายที่ได้รับผลกระทบหรืออาจได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าว อาจยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่มีอำนาจพิจารณาคดีในเขตที่ฝ่ายนั้นมีภูมิลำเนาหรืออยู่ในขณะนั้น โดยศาลนั้นมีอำนาจออกคำสั่งใดๆ ก็ได้ตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 10 อยู่ในหมวด 1 ว่าด้วยเขตอำนาจศาลเป็นในกรณีที่จำกัดของเขตอำนาจศาลต้องดำเนินการต่อศาลที่มีขอบเขตอำนาจโดยเปิดช่องให้คู่ความที่ยื่นคำฝ่ายเดียวต่อศาลชั้นต้นที่ตนมีภูมิเนาหรืออยู่ในเขตศาลในขณะนั้นได้ในกรณีซุปเปอร์วิสัย ศาลที่รับคำวินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดี แต่ออกชั่วคราวเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้สำคัญที่สุดเมื่อใกล้ครบกำหนดยื่นเอกสารหรือยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมและอีกครั้งในศาลที่ถูกต้องได้ทันศาลตีความคำว่าเหตุสุดวิสัยอย่างเคร่งครัดควรเก็บหลักฐานของส่วนนั้นไว้อย่างชัดเจนและรีบดำเนินการที่ศาลชั้นต้นอย่างทันทีทันทีและจะเป็นร้องคำเร่งด่วนและทำฝ่ายต่อต้านเดียวที่จำเป็นรูปคำร้องให้ถูกต้องแต่แรกจึงมีความสำคัญมาก

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1374/2546 (2003)

    เมื่อคู่ความกลับมาสามารถยื่นเอกสารต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้ทันและยื่นต่อศาลทั่วประเทศอื่น ๆ การที่ผิวหนังสั่งรับคำร้องเพื่อให้ส่งศาลที่มีเขตอำนาจโดยด่วน ย่อมถือได้ว่าเป็นเรื่องราวที่ตามมาตรา 10 ว่าโจทก์สามารถดำเนินการพิจารณาคดีส่วนใหญ่วิพูดได้

    โจทก์สามารถกลับมายื่นประกอบต่อศาลจังหวัดอุดรธานีได้ทันจึงขอยื่นที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลจังหวัดจังหวัดขอนแก่นสั่งรับคำร้องขอส่งศาลจังหวัดอุดรธานีโดยด่วน ศาลวินิจฉัยว่ายอมรับตามมาตรา 10 ว่าโจทก์จะดำเนินการพิจารณาที่ศาลเฉพาะเขตอำนาจในคดีสุดวิสัย และถือว่าศาลจังหวัดขอนแก่นได้รับคำวิจารณ์แล้วส่งไปที่ศาลอุดรธานีอีกครั้งเป็นขั้นตอนของศาลไม่เกี่ยวกับคู่ความ

  2. คำพิพากษาฎีกาที่ 1643/2545 (2002)

    คู่ความที่สามารถไปถึงศาลพิพากษาเขตอำนาจได้เพราะว่าอาจเป็นไปได้ที่อาจจะไม่ได้ยื่นคำร้องในสถานทูต (คำร้องขอเลื่อนคดีต่อศาลชั้นต้นที่ตนอยู่ในขณะที่นั้นได้มีอำนาจของศาลนั้นที่จะสั่งคำร้องตามมาตรา 10

    ทนายโจทก์ซึ่งรถเสียกปานกลางและอยู่ไกลร้านซ่อมรถได้ไปที่ศาลจังหวัดฝางเพื่อยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีศาลวินิจฉัยว่าเป็นกรณีโจทก์ที่สามารถดำเนินการพิจารณาที่ศาลอาจเป็นเขตอำนาจในกรณีที่เหตุสุดวิสัยยื่นคำร้องขอต่อศาลจังหวัดฝางได้มาตรา 10 การพิจารณาคดีของศาลจังหวัดฝางที่จะพิจารณาสั่งคำร้องนั้น

  3. คำพิพากษาฎีกาที่ 5581/2550 (2007)

    อาจใช่ทุกประการที่จะเป็นสาเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 10 ข้อเรียกร้องที่ขอยื่นร้องขอร้องต่อศาลแพ่งไม่เป็นสาเหตุเหตุสุดวิสัยศาลจึงยกคำร้องที่ร้องขอมาตรา 10

    ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าข้อเรียกร้องตามคำร้องที่ขออนุญาตยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลแพ่งไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 10 เอกสารยกคำร้องคำวินิจฉัยนี้ในมาตรา 10 ใช้เฉพาะกับความขัดแย้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้โดยไม่รวมถึงคำขอตามขั้นตอนปกติ

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 21 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2551)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3796/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1374/2546 (2003)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1643/2545 (2002)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7443/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5720/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6881/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5004/2540 (1997)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7258/2539 (1996)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

อะไรเป็นสาเหตุให้เกิดสุดวิสัยตามมาตรา 10?

เป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงและอยู่นอกเหนือการควบคุมของคู่ความผู้นำอย่างเป็นทางการที่ดำเนินการที่ศาลพิพากษาเขตอำนาจได้ความไม่สะดวกทั่วไปหรือความเผ็ดของคู่ความเองไม่เข้าข่าย

ตามมาตรา 10 ยื่นคำร้องต่อศาลใด?

ศาลชั้นหนึ่งในนั้นมีภูมิลำเนาหรืออยู่ในเขตศาลนั้นในขณะนั้นโดยยื่นเป็นคำร้องฝ่ายเดียวและศาลนั้นสั่งตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

ส่วนที่ 10 ให้ศาลที่รับคำร้องพิจารณาคดีทั้งเรื่องหรือไม่?

ไม่ใช่ศาลที่อนุญาตตามมาตรา 10 เพียงออกคำสั่งเร่งด่วนเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เช่น รักษาพยาบาลส่วนตัวคดีอำนาจของศาลที่มีเขตอำนาจ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 10 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 10. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-10/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 10
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-10/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-10/"><p>บางครั้งอาจดำเนินการพิจารณาในศาลชั้นต้นที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นสาเหตุสุดวิสัยคู่ความฝ่ายบริการลูกค้าที่เสียหายหรืออาจเป็นประโยชน์เพราะการโฮสต์ขอเซิร์ฟเวอร์เดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นซึ่งตนมีภูมิลำเนาหรืออยู่ในเขตศาลแสงนั้นก็ได้ และให้ศาลนั้นทำเช่นนั้นทำการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้ประโยชน์แก่ประโยชน์ของความยุติธรรม</p><footer>Civil Procedure Code, s. 10 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-10/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง