ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 10: เหตุสุดวิสัย: ยื่นคำร้องต่อศาลที่ตนอยู่

ตัวบทกฎหมาย

ถ้าไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นได้โดยเหตุสุดวิสัย คู่ความฝ่ายที่เสียหายหรืออาจเสียหายเพราะการนั้นจะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ซึ่งตนมีภูมิลำเนาหรืออยู่ในเขตศาลในขณะนั้นก็ได้ และให้ศาลนั้นมีอำนาจทำคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

คำแปลภาษาอังกฤษ

If it is impossible, by reason of force majeure, to conduct proceedings in the Court of First Instance having jurisdiction over the case, the party who is prejudiced or may be prejudiced thereby may submit an ex parte application, made in the form of a motion, to the Court of First Instance in whose jurisdiction that party is then domiciled or present; and that court shall have the power to make any order it thinks fit, in the interest of justice.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 10 อยู่ในหมวด 1 ว่าด้วยเขตอำนาจศาล เป็นข้อยกเว้นที่จำกัดของหลักที่ว่าคดีต้องดำเนินต่อศาลที่มีเขตอำนาจ โดยเปิดช่องให้คู่ความที่เสียหายยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่อศาลชั้นต้นที่ตนมีภูมิลำเนาหรืออยู่ในเขตศาลขณะนั้นได้เมื่อมีเหตุสุดวิสัย ศาลที่รับคำร้องมิได้วินิจฉัยเนื้อหาแห่งคดี แต่ออกคำสั่งชั่วคราวเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เช่นเพื่อรักษาสิทธิหรือกำหนดเวลาไว้ ทั้งนี้เหตุที่อ้างต้องเป็นเหตุสุดวิสัยอย่างแท้จริง มิใช่เพียงความไม่สะดวกหรือความบกพร่องของคู่ความเอง

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

มาตรานี้สำคัญที่สุดเมื่อใกล้ครบกำหนดยื่นฟ้องหรือยื่นอุทธรณ์และไม่อาจเดินทางไปยังศาลที่ถูกต้องได้ทัน ศาลตีความคำว่าเหตุสุดวิสัยอย่างเคร่งครัด จึงควรเก็บหลักฐานของอุปสรรคนั้นไว้ให้ชัดและรีบดำเนินการที่ศาลชั้นต้นที่ใกล้ที่สุดทันที เนื่องจากเป็นคำร้องเร่งด่วนและทำฝ่ายเดียว การวางรูปคำร้องให้ถูกต้องแต่แรกจึงสำคัญมาก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1374/2546 (2003)

    เมื่อคู่ความไม่อาจกลับไปยื่นฟ้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจได้ทันและยื่นต่อศาลจังหวัดอื่น การที่ผู้พิพากษาสั่งรับคำร้องและให้ส่งศาลที่มีเขตอำนาจโดยด่วน ย่อมถือได้ว่าเป็นการยอมรับตามมาตรา 10 ว่าโจทก์ไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาได้โดยเหตุสุดวิสัย

    โจทก์ไม่อาจกลับไปยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดอุดรธานีได้ทันจึงขอยื่นที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ผู้พิพากษาศาลจังหวัดขอนแก่นสั่งรับคำร้องและให้ส่งศาลจังหวัดอุดรธานีโดยด่วน ศาลวินิจฉัยว่าเท่ากับยอมรับตามมาตรา 10 ว่าโจทก์ไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาที่ศาลซึ่งมีเขตอำนาจได้โดยเหตุสุดวิสัย และถือว่าศาลจังหวัดขอนแก่นได้รับคำฟ้องแล้ว การส่งไปให้ศาลอุดรธานีภายหลังเป็นขั้นตอนของศาลไม่เกี่ยวกับคู่ความ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1643/2545 (2002)

    คู่ความที่ไม่อาจไปถึงศาลซึ่งมีเขตอำนาจได้เพราะอุปสรรคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจยื่นคำร้องที่จำเป็น เช่นคำร้องขอเลื่อนคดี ต่อศาลชั้นต้นที่ตนอยู่ในขณะนั้นได้ และเป็นอำนาจของศาลนั้นที่จะสั่งคำร้องตามมาตรา 10

    ทนายโจทก์ซึ่งรถเสียกะทันหันและอยู่ไกลร้านซ่อมรถ ได้ไปที่ศาลจังหวัดฝางเพื่อยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ศาลวินิจฉัยว่าเป็นกรณีที่โจทก์ไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาที่ศาลซึ่งมีเขตอำนาจได้โดยเหตุสุดวิสัย จึงยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดฝางได้ตามมาตรา 10 และเป็นอำนาจของศาลจังหวัดฝางที่จะพิจารณาสั่งคำร้องนั้น

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5581/2550 (2007)

    มาตรา 10 ให้คู่ความยื่นคำคู่ความต่อศาลที่ตนอยู่ในขณะนั้นได้เมื่อมีเหตุสุดวิสัยขัดขวางมิให้ยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ แต่อุปสรรคนั้นต้องมิใช่ความบกพร่องของคู่ความเอง เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แล้วถึง 3 ครั้ง รวมเป็นเวลาเกือบ 4 เดือน แต่ทนายความกลับเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ในวันสุดท้ายของกำหนด ย่อมมิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในฐานที่เป็นทนายความ ข้ออ้างว่ารถยนต์เสียระหว่างทางและการจราจรติดขัดจึงเกิดจากความบกพร่องของทนายความเอง มิใช่เหตุสุดวิสัย

    ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ 3 ครั้ง นับแต่วันมีคำพิพากษาถึงวันครบกำหนดเป็นเวลาเกือบ 4 เดือน แต่ทนายโจทก์เดินทางไปยื่นอุทธรณ์ในวันสุดท้าย รถยนต์เสียระหว่างทางและการจราจรติดขัด จึงยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นอุทธรณ์ต่อศาลแพ่งซึ่งตนอยู่ในขณะนั้นตามมาตรา 10 ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ไม่รับอุทธรณ์ และยกคำร้องอื่น ๆ ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อมีเวลาจัดเตรียมเอกสารและเขียนอุทธรณ์เกือบ 4 เดือน การเดินทางไปยื่นในวันสุดท้ายแสดงว่าทนายโจทก์มิได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรในฐานที่เป็นทนายความ ข้ออ้างดังกล่าวจึงเกิดจากความบกพร่องของทนายโจทก์เอง ไม่อาจเป็นเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 10 ได้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 21 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2551)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3796/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1374/2546 (2003)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1643/2545 (2002)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7443/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5720/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6881/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5004/2540 (1997)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7258/2539 (1996)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

อะไรถือเป็นเหตุสุดวิสัยตามมาตรา 10?

ต้องเป็นเหตุที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงและอยู่นอกเหนือการควบคุมของคู่ความ จนไม่อาจดำเนินการที่ศาลซึ่งมีเขตอำนาจได้ ความไม่สะดวกทั่วไปหรือความบกพร่องของคู่ความเองไม่เข้าข่าย

ตามมาตรา 10 ต้องยื่นคำร้องต่อศาลใด?

ศาลชั้นต้นที่ท่านมีภูมิลำเนาหรืออยู่ในเขตศาลนั้นขณะนั้น โดยยื่นเป็นคำร้องฝ่ายเดียว และศาลนั้นมีอำนาจสั่งตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

มาตรา 10 ให้ศาลที่รับคำร้องพิจารณาคดีทั้งเรื่องหรือไม่?

ไม่ ศาลที่ทำหน้าที่ตามมาตรา 10 เพียงออกคำสั่งเร่งด่วนเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม เช่นรักษากำหนดเวลา ส่วนตัวคดียังคงอยู่ในอำนาจของศาลที่มีเขตอำนาจ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 10 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 10. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-10/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 10
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-10/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-10/"><p>ถ้าไม่อาจดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลชั้นต้นที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นได้โดยเหตุสุดวิสัย คู่ความฝ่ายที่เสียหายหรืออาจเสียหายเพราะการนั้นจะยื่นคำขอฝ่ายเดียวโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น ซึ่งตนมีภูมิลำเนาหรืออยู่ในเขตศาลในขณะนั้นก็ได้ และให้ศาลนั้นมีอำนาจทำคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นสมควร เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม</p><footer>Civil Procedure Code, s. 10 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-10/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง